
ประเทศนี้ไม่ได้มีแค่'2 ขั้ว'
ประเทศนี้ไม่ได้มีแค่'2 ขั้ว' : กระดานความคิด โดยบางนา บางปะกง
ไม่น่าเชื่อว่า โลกโซเชียลร้อนแรงด้วยประเด็น “มือปืนป๊อปคอร์น” หลังศาลมีคำพิพากษาจำคุก “การ์ดอาสา” ของ กปปส.แจ้งวัฒนะ กรณีเหตุปะทะกันที่สี่แยกหลักสี่ เมื่อสองปีก่อน
ฝ่าย กปปส.เคารพในคำตัดสินของศาล แต่ก็รู้สึกเห็นใจการ์ดอาสา หรือ “มือปืนป๊อปคอร์น” ถึงขั้นจะลงขันตั้งกองทุนช่วยเหลือครอบครัวการ์ดอาสาคนนี้
ฝ่ายคนเสื้อแดงกลับชี้ให้เห็นว่า นี่เป็นหลักฐานมัด กปปส.ที่นิยมความรุนแรง และเรียกร้องให้เอาผิดแกนนำ
ปฏิกิริยาทำนองนี้ เคยเกิดขึ้นกับแนวร่วมเสื้อแดงที่ถูกศาลพิพากษาจำคุก ในคดีเผาศาลากลางจังหวัด ฝ่ายเสื้อแดงจะโอดครวญขอความเห็นใจ แต่อีกฝ่ายหนึ่งจะรู้สึก “สะใจ” และชี้ว่าฝ่ายนั้นนิยม “ความรุนแรง”
กรณีของ “มือป๊อปคอร์น” ปี 2557 กับ “ชายชุดดำ” ปี 2553 ยังมีการเปรียบเทียบให้เห็นว่า แต่ละเสื้อสีต่างมีชุดความคิดในการอธิบายให้การ์ดอาสาเหล่านี้เป็น “ฮีโร่” ของฝ่ายตน
ตอนที่ “ชายชุดดำ” โผล่มาที่สี่แยกคอกวัว ถนนราชดำเนิน แกนนำ นปช.ก็สรรเสริญเยินยอยกใหญ่ หากไม่มีชายชุดดำมวลชนคนเสื้อแดงจะต้องเจ็บตายอีกมากจากการล้อมปราบของทหาร
ทำนองเดียวกับ “มือปืนป๊อปคอร์น” ที่ถูกยกย่องให้เป็นฮีโร่ ผู้ปกป้องมวลชน กปปส.จากการโจมตีของกองกำลังของ “โกตี๋ เรดการ์ด”
นักวิชาการคนหนึ่งเขียนถึงเรื่อง “การใช้อาวุธ” ในการชุมนุมทางการเมืองของทั้งสองสีไว้ดี
“ทั้งสองฝ่าย ยังไม่พร้อมจะเผชิญกับความจริงทั้งหมดของเรื่องนี้”
คนเสื้อแดงระดับนักวิชาการหรือสื่อมวลชน ก็ไม่เคยยอมรับเรื่องคนเสื้อแดงกลุ่มหนึ่งจัดตั้งกองกำลังติดอาวุธ ที่ท้องสนามหลวง มาตั้งแต่ปี 2550
กองกำลังดังกล่าวมีพัฒนาการมาจนถึงเหตุการณ์การชุมนุมปี 2552-2553 ที่ก่อรูปเป็น “กองกำลังชายชุดดำ” และคนพวกนี้ยังมาก่อเหตุในช่วงการชุมนุม กปปส. จนกลายเป็นเงื่อนไขให้ “คณะทหาร” ยึดอำนาจรอบสอง
แนวคิดเรื่องการต่อสู้ด้วยอาวุธนั้น ก่อตัวขึ้นในกลุ่ม “แดงอิสระ” และขยายตัวอย่างรวดเร็วในช่วงการชุมนุมใหญ่ ปี 2553
หลังจากถูกล้อมปราบสลายการชุมนุม กลุ่มนิยมความรุนแรงได้เข้าไปในประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อหวังที่จะฝึกการใช้อาวุธ และขอการสนับสนุนด้านอาวุธยุทโธปกรณ์
ถ้ายังจำกันได้ กรณี “แกนนำแดงอิสระ” ถูกมือปืนนิรนามบุกยิงเสียชีวิตกลางวันแสกๆ ภายในกลุ่มแกนนำคนเสื้อแดง รู้ดีว่า เขาเป็น "หัวหน้ากองกำลังใต้ดิน”
มีผลงานลอบโจมตีการชุมนุมของ กปปส.อยู่หลายครั้ง แต่ในทางเปิดเผยก็ต้องจัดงานศพ และประกาศเชิดชูเป็น “วีรชน”
ขณะที่กลุ่มพันธมิตรฯ ก็มีการจัดตั้งการ์ดอาสา เพื่อปกป้องคุ้มครองมวลชนคนเสื้อเหลือง และเคยเกิดเหตุปะทะกับแดงฮาร์ดคอร์ที่ถนนราชดำเนินมาหลายหน ระหว่างการชุมนุมใหญ่ปี 2551
ส่วนในการชุมนุมของ กปปส.ไม่ต้องพูดถึง มีการ์ดอาสาอยู่หลายกลุ่มหลายเวที การยิงต่อสู้กันระหว่างการ์ด กปปส.กับฝ่ายตรงข้าม ตกเป็นข่าวอยู่หลายกรณี
การ์ดอาสาของกลุ่มพันธมิตรฯ และ กปปส. ไม่ใช่ “นักรบมือเปล่า” แน่นอน เพราะการเผชิญหน้ากับ “กองกำลังติดอาวุธ” อีกฝ่ายหนึ่ง ย่อมต้องมีเครื่องมือไว้ป้องกันตัว
นักวิชาการคนหนึ่งมองประเด็นเรื่องความเชื่อเกี่ยวกับ “การใช้อาวุธ” ของทุกเสื้อสีว่า อยากได้ชื่อว่าเป็นนักประชาธิปไตย ต้องยึดหลัก “ความจริง” และ “ความมีเหตุมีผล” ขาดอันใดอันหนึ่งไม่ได้
อยากให้สังคมเป็นประชาธิปไตย จะอยู่บนฐานของความไม่จริง หรือไม่มีเหตุผลไม่ได้



