คอลัมนิสต์

ว่าด้วย "ศักดินาแดง"

ว่าด้วย "ศักดินาแดง"

06 ก.พ. 2552

กลางสัปดาห์ที่แล้ว ผมนั่งดูรายการวิเคราะห์ข่าวต่างประเทศทางเคเบิลทีวี ที่มี "นักเล่าข่าว" ชายหญิงคู่หนึ่งมานั่งจ้อหน้าจอตอนดึกๆ

ตอนหนึ่ง นักเล่าข่าวหญิงได้พูดเปิดประเด็นว่า ต่อไปจะมีรายงานข่าวจากเนปาล เท่านั้นแหละนักเล่าข่าวชายก็ทำท่าตาลุกวาว (ทั้งที่ตาตี่) พร้อมออกท่าออกทางว่าอย่าพูดถึงเนปาล ประมาณว่ามันจะนำภัยอันตรายมาสู่ตัวพวกเขา ผมนึกในใจ "ไอ้หมอนี่...ดัดจริตเกินเหตุ" เรื่องเปลี่ยนแปลงระบอบกษัตริย์ในเนปาลนั้น ไม่ใช่เรื่องลึกลับอะไร สำนักข่าวบ้านเราก็นำเสนอกันมาเป็นระยะๆ ดังที่ทราบกันในเนปาลช่วงหนึ่ง กษัตริย์จัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไป ก็มีพรรคการเมืองเกิดใหม่มากมาย ที่สำคัญ มีพรรคคอมมิวนิสต์เนปาล (มาร์กซิสต์-เลนินนิสต์) ส่งผู้สมัคร ส.ส.ลงสนามเลือกตั้งด้วย ต่อมาก็มีคอมมิวนิสต์กลุ่มหนึ่งปฏิเสธแนวทางรัฐสภา แยกตัวออกไปทำการต่อสู้ด้วยอาวุธในชนบท จึงกลายเป็นที่มาของ พรรคคอมมิวนิสต์เนปาล (เหมาอิสต์) หรือกบฏลัทธิเหมา นำโดย "สหายประจันดา" สองปีที่แล้ว พรรคของสหายประจันดา ได้หวนกลับเข้าสู่แนวทางรัฐสภาอีกครั้ง และมีชัยในการเลือกตั้งทั่วไป จึงทำให้เกิด "รัฐบาลผสม" ที่มีสหายประจันดา เป็นนายกรัฐมนตรี ในทางทฤษฎี พรรคคอมมิวนิสต์ทุกประเทศย่อมเป็นศัตรูกับสถาบันกษัตริย์ แม้แต่พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ที่ยึดกุมเหมาอิสต์เป็นหลัก ก็มีเป้าหมายโค่นล้ม "ทุนนิยม-ขุนศึก-ศักดินา" บังเอิญชาวคอมมิวนิสต์ไทยพ่ายแพ้สงครามในเขตป่าเขา จึงวางอาวุธเข้าสวามิภักดิ์เป็น "ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย" หรือเป็นสหายใต้พระบรมโพธิสมภาร ผิดกับพรรคลัทธิมาร์กซ-เลนิน เพื่อนบ้านเราอย่าง "พรรคประชาชนปฏิวัติลาว" ที่ได้รับความช่วยเหลือจากพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม โค่นล้มรัฐบาลหุ่นเชิดซีไอเอ ล้มล้างระบอบศักดินา และสถาปนา "สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชน" ขึ้นมาแทนที่ กาลเวลาผ่านไปเกือบ 30 ปี ชาวพรรคลัทธิมาร์กซลาว ก็หันทิศกลับมาสู่การเป็นทุนนิยม และฟื้นฟูความเป็นชาติลาวอันยิ่งใหญ่ ด้วยการดำเนินการก่อสร้าง อนุสาวรีย์เจ้าฟ้างุ้มมหาราช ซึ่งได้ทำพิธีเปิดและจัดงานเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ผ่านพ้นไปแล้ว เนื่องจากพรรคประชาชนปฏิวัติลาวตระหนักดีว่า พระองค์เป็นกษัตริย์ผู้ซึ่งรวบรวมและสถาปนาอาณาจักรล้านช้างเมื่อ 650 ปีก่อน พรรคและรัฐบาลลาว ยังจะดำเนินการยกย่องเชิดชู 'วีรบุรุษแห่งชาติ' ผู้ซึ่งสร้างคุณงามความดีต่อประเทศชาติทั้งในอดีตและปัจจุบันต่อไป นโยบายดังกล่าว สร้างความประหลาดใจให้แก่ประชาชนลาว และมีน้ำเสียงจากฟากฝ่ายที่ไม่นิยมคอมมิวนิสต์ในทำนองว่า นี่คือการเริ่มศักราชใหม่ของ "ศักดินาแดง" ล่าสุดเมื่อต้นปีนี้ ทางการลาวได้ประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ "อนุสาวรีย์พระยาศรีโคตรบอง" กษัตริย์แห่งราชอาณาจักรศรีโคตรบอง (ประมาณศตวรรษที่ 6) ที่แขวงคำม่วน ซึ่งเมื่อสร้างเสร็จแล้ว ก็จะมีการเฉลิมฉลองให้สมเกียรติแก่ผู้ก่อตั้งอาณาจักรศรีโคตรบอง อันเก่าแก่กว่าอาณาจักรล้านช้าง ที่ผมเล่าเรื่องนี้ ก็อยากฝากถึงพวก "ดัดจริต" หน้าจอทั้งหลายได้รู้ว่า "วัฒนธรรมการเมือง" ของแต่ละชาติไม่เหมือนกัน อย่าเอาแต่ก๊อบปี้ความคิดฝรั่งมังค่า โดยลืมมองว่ารากเหง้าของเราเป็นมาอย่างไร? แคน สาริกา