คอลัมนิสต์

ตำรวจดอกคำใต้เร่งสกัดแก๊งต้มตุ๋น-พ่อค้าเร่

ตำรวจดอกคำใต้เร่งสกัดแก๊งต้มตุ๋น-พ่อค้าเร่

11 มี.ค. 2559

ตำรวจดอกคำใต้เร่งสกัดแก๊งต้มตุ๋น-พ่อค้าเร่ : สายตรวจระวังภัย โดยนพพร ทาทาน

              ท่ามกลางความฝืดเคืองทางเศรษฐกิจ ชาวบ้านส่วนหนึ่งพยายามปรับตัว ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม จากที่ทำไร่ ทำนาข้าว ก็เปลี่ยนเป็นปลูกพืชผักสวนครัว ปลูกดอกไม้ สร้างรายได้ให้ครอบครัวอย่างงดงาม แต่ก็ยังมีอีกหลายๆ ครอบครัว ที่เลือกใช้วิธีการที่ผิด หาเงินจากความทุกข์ยากของชาวบ้าน ด้วยการหลอกลวง ต้มตุ๋น ด้วยการหลอกขายสินค้าไร้คุณภาพ ปลอมแปลงสารพัดชนิด ซ้ำเติมความเดือดร้อนชาวบ้านเข้าไปอีก

              เกี่ยวกับเรื่องนี้ พ.ต.อ.สมาน จิตบุญ ผกก.สภ.ดอกคำใต้ ระบุว่า ที่ผ่านมามีพระลูกวัดแห่งหนึ่งใน ต.บ้านปิน อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา ได้เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.พิษณุ ศิริรัตน์ พนักงานสอบสวน สภ.ดอกคำใต้ ว่า ถูกแก๊งมิจฉาชีพหลอกลวงจนต้องสูญเงินไปเป็นจำนวนมาก โดยเรื่องนี้เกิดขึ้นในขณะที่พระเมฆ (นามสมมุติ) กำลังกวาดลานวัดอยู่กับพระฝน (นามสมมุติ) ซึ่งต่อมาได้มีรถกระบะสีขาวยกสูง ไม่ทราบยี่ห้อและทะเบียน วิ่งเข้ามาจอดใกล้ๆ จากนั้นมีหญิง 1 คน และชายอีก 3 คน แต่งตัวภูมิฐาน พูดสำเนียงอีสาน ได้นำสบู่ราคาถูกมาเสนอขาย และในสบู่จะมีรางวัลใหญ่สำหรับคนโชคดี ซึ่งเห็นข้าวของในรถมีมากมายที่เป็นของรางวัล จริงๆ ก็ไม่อยากซื้อแต่ถูกคะยั้นคะยอให้ซื้อ จึงซื้อไว้ 2 ก้อน
  
              ทั้งนี้ เมื่อเปิดดูก็พบว่า ได้เตาแก๊สปิคนิคเป็นรางวัล ส่วนอีกก้อนได้นาฬิกายี่ห้อราโด้เรือนทอง แต่ต้องซื้อของรางวัลนั้นในราคาถูกกว่าตลาดมาก โดยทั้ง 4 คนพยายามชักจูงว่าของทั้งหมดถ้าซื้อในตลาดทั่วไปราคาจะอยู่ประมาณหมื่นกว่าบาท แต่ช่วงนี้เป็นช่วงลดราคาของบริษัท ประกอบกับทีมขายต้องการยอดซื้อจึงลดราคาเหลือ 4,000 บาท 
   
              จากนั้นทั้ง 4 คนพยายามพูดจาหว่านล้อมต่างๆ นานานานนับชั่วโมง จนเกิดอาการมึนศีรษะ และมีอาการเบลอๆ รู้สึกเหมือนว่าได้จ่ายเงินให้ทั้ง 4 คนไปเป็นเงินคนละ 4,000 บาท รวม 8,000 บาท จากนั้นทั้ง 4 คนก็รีบขับรถออกไปจากวัดทันที ต่อมาเมื่อได้สติ โดยเวลาผ่านไป 1 วัน จึงได้พยายามสืบค้นหาสินค้าที่ได้ซื้อไว้ พบว่าราคาเตาแก๊สปิคนิคที่ซื้อไว้ มีราคาเพียง 399 บาท และนาฬิกายี่ห้อราโด้นั้น ก็เป็นของทำเลียนแบบ ในตลาดราคาไม่เกิน 500 บาท จึงรู้ว่าถูกหลอก จึงนำความเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในเวลาต่อมา
  
              ผกก.สภ.ดอกคำใต้ ระบุด้วยว่า หลังจากที่ทราบเรื่อง จึงได้สั่งการให้ตำรวจตั้งด่านตรวจสกัด และได้แจ้งให้ทุก สภ.ในเขต จ.พะเยา ได้ทราบถึงพฤติการณ์และลักษณะผู้ก่อเหตุ แต่ไม่สามารถสกัดจับได้ทัน เนื่องจากเหตุเกิดขึ้นมาก่อนหน้าที่จะแจ้งความ 1 วัน คาดว่ากลุ่มมิจฉาชีพน่าจะออกจากพื้นที่ไปตั้งแต่วันที่ก่อเหตุแล้ว ทั้งนี้ ตามปกติทุกครั้งเมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้นในพื้นที่ ก็จะเรียกประชุม หรือสั่งการผ่านทางวิทยุสื่อสาร และไลน์กลุ่ม สภ.ดอกคำใต้ โดยมีการกำชับเจ้าหน้าที่ตู้ยามแต่ละตำบลให้สังเกตรถที่มีพฤติกรรมเร่ขายของ ขายสินค้า หากพบสิ่งผิดปกติต้องเข้าตรวจสอบทันที  ขณะเดียวกันก็ได้แจ้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ได้ประกาศเสียงตามสายให้ชาวบ้านระมัดระวังกลุ่มมิจฉาชีพพวกนี้
   
              "ในเบื้องต้น ได้สั่งการให้หาภาพจากกล้องวงจรปิดถนนทุกสาย ที่จะเข้าและออกจากต.บ้านปิน ซึ่งน่าจะมีสักแห่งที่สามารถเห็นภาพกลุ่มคนร้าย หรือแผ่นป้ายทะเบียนได้ ซึ่งจะนำไปสู่การจับกุม และตอนนี้ได้สั่งกำชับตำรวจทุกตู้ต้องเข้มงวดในการสอดส่องรถยนต์ บุคคลต้องสงสัยที่เข้ามาขายของในพื้นที่ตำบลที่รับผิดชอบอยู่  ส่วนชาวบ้านหากต้องการจะซื้อของ ควรจะไปซื้อที่ร้านค้า ไม่ควรซื้อหรือหลงเชื่อคำเชิญชวนใดๆ จากคนที่ไม่รู้จัก โดยเฉพาะไม่ใช่คนในพื้นที่ ทั้งนี้ หากพบพฤติการณ์ดังกล่าว ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตลอดเวลา เพื่อปิดโอกาสไม่ให้กลุ่มมิจฉาชีพไปสร้างความเดือดร้อนกับใครอีก” พ.ต.อ.สมาน ระบุ