
บึงหญ้าป่าใหญ่
บึงหญ้าป่าใหญ่ : ไปสู่ถนนดินลูกรัง โดย เฉลิมศักดิ์ แหงมงาม
บทความชิ้นนี้ ขอยืมชื่อนิยายเรื่องยาว “บึงหญ้าป่าใหญ่” ของ "เทพศิริ สุขโสภา” มาตั้งชื่อ เพราะจะได้คุมความรู้สึกในหน้าแล้งให้อยู่ในอารมณ์อันชุ่มชื่น
เทพศิริ สุขโสภา เป็นคน จ.สุโขทัย แถบศรีสำโรง สวรรคโลก บ้านไร่ คลองตาล บ้านเดิมของ “นิมิตร ภูมิถาวร” นักเขียนชื่อดังในอดีต
ผมเป็นคน จ.ตาก ปัจจุบันก็ยังอาศัยอยู่ อ.เมืองตาก จะเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ก็กรณีมาเยี่ยมครอบครัวเท่านั้น โดยบรรยากาศ สภาพภูมิพื้นที่ ไม่น่าจะต่างจากสุโขทัยสักเท่าไร เพราะเป็นจังหวัดพื้นที่ติดต่อกัน เพียงแต่ จ.ตากนั้น เป็นแผ่นดินแล้งร้อน ถึงกับมีชื่อเดิมว่า “เมืองระแหง” แต่สุโขทัยคือดินแดน "ดินดำน้ำชุ่ม” เมืองหลวงชาวไทยครั้งกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี
เทพศิริ สุขโสภา เขียนนิยายบึงหญ้าป่าใหญ่ได้ภาพความรู้สึกอย่างชัดเจน เล่าถึงความเป็นดินแดนดินดำน้ำชุ่ม ในยุคไม่น่าจะเกินห้าหกสิบปีผ่านมา สมัยผู้เขียนยังเป็นเด็ก อายุไม่กี่ขวบ แล้วสัมผัสกับความอุดมสมบูรณ์ของแมกไม้ใบหญ้ากลางบึงใหญ่ ผมเข้าใจเช่นนั้น เพราะสภาพภูมิประเทศ คล้ายคลึงกับแมกไม้ใบหญ้าสมัยผมยังนั่งบนหลังควายอายุห้าหกขวบไม่มีผิด
บ่งสะท้อนว่า ชาวบ้าน จ.สุโขทัย กับชาวบ้าน จ.ตาก ผูกพันกับธรรมชาติอย่างไม่แตกต่าง ปู่ย่าตายายสมัยอดีต แมกไม้ใบหญ้า บึงกว้างทางรก ไร่นาป่าเขาคือชีวิต เขาอยู่กับธรรมชาติชนิดเต็มร้อย ชีวิตจึงสงบเย็น ใส ร่มรื่น ฉ่ำน้ำอาบฝนเหมือนบึงหญ้าในป่าใหญ่
ต่างจาก “คำพูน บุญทวี” นักเขียนซีไรต์คนแรกของไทย ที่เขียน ”ลูกอีสาน” ในอีกมุมมองหนึ่ง ที่เกิดจากความแล้งร้อนตามธรรมชาติของทุ่งกุลาร้องไห้ แต่มันก็คือธรรมชาติแห่งความร้อนแล้งในอดีต มิใช่เกิดจากการทำลาย อ่านแล้วจึงเห็นถึงธรรมชาติของผู้คนที่นั่น ผูกพันกับความแห้งแล้งได้อย่างลึกซึ้ง
ผิดกับยุคสมัยนี้ ที่ "บึงหญ้าป่าใหญ่” หายไปแล้ว เหลือเพียงสระเก็บน้ำกว้างที่รัฐบาลกำลังเร่งขุด กระจายออกไปตามหัวไร่ปลายนา เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้ง ที่กำลังรุกโหมเข้ามาอย่างมหาโหดกว่าทุกปีในทุกพื้นที่
รวมถึงอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่มากๆ ยิ่งขึ้น เพื่อทำแก้มลิง กักน้ำเอาไว้ใช้เพื่อการเกษตรในหน้าแล้ง มันคืออ่างเก็บน้ำกลางป่าแล้ง ไม่ใช่บึงหญ้าป่าใหญ่ตามธรรมชาติ หากดึงไปใช้เพื่อการเกษตรมากๆ ก็มีสิทธิ์แห้งขอด
นี่คือสถานการณ์น่าเป็นห่วงในช่วงขณะเวลานี้
ผมติดตามข่าว จ.ตาก มหกรรมเผาป่าเพื่อล่าสัตว์และหาของป่ากำลังเริ่มรุกโหม ผู้ว่าราชการจังหวัดถึงกับต้องสั่งทุกอำเภอหาวิธีการทุกกระบวนท่าที่จะดับไฟในช่วงหน้าแล้ง ประชาชนอาสาก็มีมาก ร่วมด้วยช่วยกันอย่างเต็มกำลังความสามารถ ถึงขนาดบางแห่งคนดับไฟป่าเจ็บป่วยล้มหมอนนอนเสื่อเพราะควันไฟไอร้อนสาดซัด นายอำเภอต้องไปให้กำลังใจถึงเตียงผู้ป่วย
ตั้งเป็นข้อสังเกต สถานการณ์ไฟป่าวิกฤติมากขึ้นทุกปีๆ อย่างไม่หยุดยั้ง ผมเองเมื่อปีที่ผ่านมายังเคยไปยืนบัญชาการดับไฟด้วยตนเองริมถนน เพราะไฟชอบลุกไหม้ข้างทางแถบภาคเหนือ ใบไม้แห้งกรอบ สีน้ำตาลหลุดร่วงจากป่าแล้ง กองเต็มกระจัดกระจายบนพื้นดินลูกรังข้างถนน เป็นเชื้อไฟอย่างดี เพียงก้นบุหรี่นักเดินทางดีดกระเด็นไปแตะเพียงเล็กน้อยจะลุกโหมขึ้นพริบตา
ลุกโหมแล้วไม่หยุด ลามไหม้อย่างรุนแรง กินอาณาบริเวณนับหลายพันไร่ในหลายๆ พื้นที่ จนก่อให้เกิดสถานการณ์หมอกควันทั่วภาคเหนือ
ทั้งนี้และทั้งนั้น เพราะ "บึงหญ้าป่าใหญ่” ธรรมชาติที่แท้จริงในอดีตได้หายไปจากแผ่นดินไทยแล้ว ปัจจุบันไม่หลงเหลือ สระน้ำเป็นเพียงที่กักเก็บน้ำ ใช้แล้วมีสิทธิ์หมด ไม่มีสายน้ำช่วยซึมซับให้ชุ่มชื้น มันจึงเหลือเพียงแล้งร้อนพายุไฟเท่านั้นที่โหมกระหน่ำมากขึ้นทุกปีๆ.



