คอลัมนิสต์

คดี‘สรยุทธ’กับ‘อีกพวกหนึ่ง’

คดี‘สรยุทธ’กับ‘อีกพวกหนึ่ง’

08 มี.ค. 2559

คดี‘สรยุทธ’กับ‘อีกพวกหนึ่ง’ : กระดานความคิด โดยบางนา บางปะกง

            อันเนื่องจากคดี สรยุทธ สุทัศนะจินดา ถูกศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก มีความเห็นและมุมมองที่แตกต่างหลากหลาย

            แม้ในฝ่ายต้านเผด็จการ ก็ได้เกิดวิวาทะกันในสื่อโซเชียลอย่างครึกโครม เมื่อ สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล นักวิชาการที่ลี้ภัยอยู่ในฝรั่งเศสออกมาวิจารณ์ “พวกเดียวกัน” ว่า คิดไม่ถูกกรณีสรยุทธ เลยกลายออกมาปกป้องสรยุทธ

            ด้วยเหตุผลที่ว่า เกลียดหรือหมั่นไส้ “อีกพวก” มากกว่า พอ “อีกพวก” เล่นงานคนนั้นคนนี้ ก็เลยออกมาดีเฟนด์คนที่ถูก “อีกพวก” เล่นงาน

            อาจารย์สมศักดิ์ งัดข้อมูลปี 2549 ออกมาตีแผ่ว่า มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ผอ.อสมท เป็นคนลงนามในคำสั่ง “ฟัน” บริษัทไร่ส้ม และย้ำว่า “มิ่งขวัญ” มาเป็น ผอ.อสมท ในยุครัฐบาลไทยรักไทย

            จากนั้น อาจารย์สมศักดิ์ ได้วิจารณ์พวกเดียวกัน อย่าง “ปลื้ม” ม.ล.ณัฏฐกรณ์ เทวกุล ที่แสดงทัศนะเห็นใจสรยุทธ

            “..ที่คุุณปลื้มมาพูดแบบไม่คิดว่า เงินร้อยกว่าล้าน ควรเป็นของไร่ส้ม - อันนี้ พูดไม่รับผิดชอบเลย ไร่ส้มทำสัญญากับองค์กรรัฐ แต่โกงไม่ยอมจ่าย (จับได้จึงจ่าย) อันนี้เป็นการผิดทั้งในแง่สัญญา และในแง่โกงรัฐ (จะบอกว่าเงินร้อยกว่าล้านควรเป็นของไร่ส้มได้ยังไง ไร่ส้มทำสัญญาที่จะต้องจ่ายเงินส่วนนั้นแต่แรก แต่เบี้ยว มุบมิบไม่ยอมจ่าย การมาจ่ายทีหลังเมื่อจับได้ ซึ่งไม่ทำให้ความผิดในการมุบมิบตอนแรกหายไปเลยด้วยซ้ำ) ไม่ต้องพูดถึงการพยายามยัดสินบนเพื่อปกปิดการโกงนี้อีก (ซึ่งเป็นกรณีที่ทำให้โดนตัดสินติดคุก)..”

            หรือกรณี วัฒนา เมืองสุข ออกมาเขียนว่า “คดียังไม่สิ้นสุด เขายังเป็นผู้บริสุทธิ์” ซึ่งอาจารย์สมศักดิ์เห็นแย้งว่า

            “อันนี้โต้ผิดครับ ตามหลักกฎหมาย เขาไม่ใช่ “ยังเป็นผู้บริสุทธิ์” หรอกครับ เขาได้รับการตัดสินไปแล้วว่าผิด แน่นอน คดียังไม่สิ้นสุด "เฉพาะในความหมายว่าเขายังสามารถอุทธรณ์หรือฎีกาได้ (และเราต้องดีเฟนด์หรือยืนยันสิทธินี้ให้กับทุกคน ศาลแบบศาลทหารที่จับพลเรือนไปขึ้น หรือศาลนักการเมือง ที่ไม่มีสิทธิ์นี้ เป็นเรื่องผิดแต่แรก) แต่นั่นคือการพยายามพลิก (overturn) การตัดสินไปแล้วที่ถือว่าเขาคือผู้ผิดตามกฎหมายแล้วครับไม่ใช่หมายความว่าเขา ยังบริสุทธิ์ เพราะยังอุทธรณ์ได้”

            ส่วนกรณีของ สมบัติ งามบุญอนงค์ ยกตัวอย่างเรื่อง “คนขายเต้าหู้” อาจารย์สมศักดิ์ วิจารณ์สั้นๆ “นี่ไร้สาระจนไม่จำเป็นต้องโต้แย้ง”

            ก่อนหน้านั้น อาจารย์สมศักดิ์ ได้ออกมาวิจารณ์ “องค์กรสื่อ” ที่กดดันสุรยุทธให้หยุดจัดรายการ “ผมยังยืนยันว่า การที่บรรดาสื่อจริยธรรมดัดจริตสองมาตรฐาน เรียกร้องกดดันสรยุทธ ไม่ได้แปลว่า เราจะต้อง ดีเฟนด์/เชียร์/ทำไม่รู้ไม่เห็นไม่กล่าวถึงไม่วิพากษ์ความผิดสรยุทธ (อย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้ง 2-3 อย่างนี้) หรือไม่ได้แปลว่าเราจะเสนอเรื่องจริยธรรมบนฐานของหลักการที่ถูกต้อง และเสนอว่าสรุยทธควรรักษามาตรฐานจริยธรรมที่ถูกต้องของการทำสื่อ (เช่นพักหรือถูกพักงาน) ไม่ได้”

            แปลไทยเป็นไทย คนเสื้อแดงก็วิพากษ์ความผิดของสรยุทธ และควรเสนอให้สรยุทธพักงานได้ ไม่ใช่ตะบี้ตะบันปกป้อง เพราะฝ่ายตรงข้ามรวมหัวกันอัดสรยุทธ

            จริงๆ แล้ว อาการที่เกลียดหรือหมั่นไส้ “อีกพวก” มากกว่า พอ “อีกพวก” เล่นงานคนนั้นคนนี้ ก็เลยออกมาปกป้องคนที่ถูก “อีกพวก” เล่นงานนั้น มิได้เกิดแค่ฝ่ายต้านทหาร แม้แต่ในฝ่ายเชียร์ทหาร ก็มีอาการลักษณะนี้

            ต้องขอยืมข้อเขียนของ สฤณี อาชวานันทกุล ที่ว่า “บทจะเสื่อมก็เสื่อมได้พร้อมเพรียงกันทั้งประเทศทุกวงการ”