คอลัมนิสต์

ดูแลนักท่องเที่ยวต้องเข้มข้น

ดูแลนักท่องเที่ยวต้องเข้มข้น

08 มี.ค. 2559

ดูแลนักท่องเที่ยวต้องเข้มข้น : บทบรรณาธิการประจำวันที่8มี.ค.2559

            การดูแลรักษาความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยวต้องมีความเข้มข้นมากกว่าที่เป็นอยู่ กรณีชาวกัมพูชาทำร้ายนักท่องเที่ยวบนเกาะกูด จ.ตราด กับคดีพม่าฆ่านักท่องเที่ยวบนเกาะเต่า ทำให้ธุรกิจท่องเที่ยวได้รับผลกระทบ แม้ดูจากตัวเลขนักท่องเที่ยวกับรายได้จะยังคงรักษาระดับไว้ได้แต่ในระยะยาว แต่หากมีเหตุลักษณะนี้อีกคงมีกระแสความไม่วางใจต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งหากดูจากรูปแบบการลงมือก็ไม่ได้แตกต่างกัน มีการเสพของมึนเมาและหาเหยื่อเพื่อลงมือข่มขืนกระทำชำเรา เป็นรูปแบบเดิมๆ อย่างที่ผ่านมา ประเด็นหนึ่งที่มีการพูดกันคือ ทำอย่างไรถึงจะควบคุมไม่ให้แรงงานต่างด้าวมาก่อคดีลักษณะนี้ อย่างล่าสุด คดีบนเกาะกูด เห็นได้ชัดว่า คนร้ายทั้งหมดมาจากเรือประมง ลอยคอในทะเลเข้ามาจากเรือประมงไทย หลังจากกินเหล้าจนเมามายเจอเหยื่อก็เข้าทำร้ายเอาดื้อๆ บางคนถูกจับในทันที แต่มีบางคนสามารถหลบหนีเล็ดลอดออกไปถึงแนวชายแดนหาดเล็ก อ.คลองใหญ่ เพื่อหลบหนีแต่ก็ถูกจับกุมไว้

            น่าสนใจคือ การที่แรงงานเหล่านี้อยู่บนเรือที่มาจอดลอยลำ แล้วว่ายน้ำเข้ามาก่อคดี ไม่ว่ากับนักท่องเที่ยวหรือชาวบ้านในละแวกนั้น แต่อาจจะไม่เป็นข่าวครึกโครมเท่ากับนักท่องเที่ยว อะไรคือจุดอ่อนของเจ้าหน้าที่รัฐ ที่ไม่มีมาตรการดูแลควบคุม บางส่วนอาจมีเรื่องของการทุจริตคอรัปชั่น เรียกรับผลประโยชน์จากแรงงานเหล่านี้ จากเจ้าของเรือหรือธุรกิจประมงที่ถือเป็นวงจรเดียวกัน ทำให้เรือประมงแต่ละลำมีกลุ่มแรงงานที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ ไม่มีการควบคุมเพื่อจำกัดพื้นที่ ที่สำคัญเมืองท่องเที่ยวหลักๆ ของบ้านเรา ก็มีอุตสาหกรรมประมงทั้งท่าเรือ ห้องเย็นรวมอยู่ด้วย ทำให้แรงงานผิดกฎหมายปะปนกันอยู่ ก่อคดีกับชาวบ้านบ้าง ก่อเหตุกับนักท่องเที่ยวก็ไม่น้อย ยิ่งประชาคมอาเซียนมีผลมาแล้วระยะหนึ่งเจ้าหน้าที่อาจปล่อยปละละเลยหรือผ่อนผันจนเกิดช่องว่างนำไปสู่ความเสียหายกับบ้านเรา

            ความจริงมีหลายหน่วยงานที่เข้ามาเกี่ยวข้อง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งถือเป็นประตูหน้า กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางที่มีทั้งตำรวจน้ำ ตำรวจทางหลวง กองบังคับการปราบปรามการค้ามยุษย์ ตำรวจท้องที่ กระทรวงแรงงาน กระทรวงมหาดไทย และอีกหลายหน่วยงานที่เกี่ยวเนื่อง แต่ก็ยังหามาตรการรองรับการไหลบ่าของแรงงานผิดกฎหมายไม่ได้ ใช่ว่าแรงงานผิดกฎหมายอย่างเดียวที่เป็นปัญหา การเข้ามาอย่างถูกต้องก็ไม่ได้การันตีว่าคนเหล่านี้จะไม่ไปสร้างความเดือดร้อนให้แก่คนไทยและนักท่องเที่ยว เพียงแต่ต้องมีมาตรการควบคุมที่ชัดเจน เจ้าของเรือต้องรับผิดชอบหรือไม่ในกรณีปล่อยปละให้แรงงานพวกนี้มาก่อคดี พื้นที่การลอยเรือควรมีเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบหรือไม่ เมืองท่องเที่ยวควรจำกัดเขตลอยเรืออย่างไร การแจ้งตัวเลขแรงงานประวัติของแต่ละบุคคลเมื่อเรือถึงฝั่งมีความเข้มข้นหรือไม่ อย่างไร เหล่านี้จะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ธุรกิจการท่องเที่ยวซึ่งทำเงินระดับต้นๆ ของรายได้ทั้งหมดของประเทศมีความปลอดภัยและสามารถการันตีได้ว่าประเทศไทยมีความพร้อมด้านการท่องเที่ยวระดับนำของอาเซียน รัฐบาลต้องคิดและไขลานหน่วยงานทั้งหมดที่เกี่ยวข้องเพื่อไปหาแนวทางปฏิบัติให้ชัดเจน