คอลัมนิสต์

ระวังประวัติศาสตร์ซ้ำรอย

ระวังประวัติศาสตร์ซ้ำรอย

06 ก.พ. 2552

ผมเข้าใจความรู้สึกของชาวบ้านใน จ.ระนอง จ.พังงา และ จ.ตาก ที่ออกมาต่อต้านการตั้งศูนย์พักพิงผู้อพยพชาวโรฮิงญาเป็นอย่างดี และก็ขอเอาใจช่วยให้ชาวบ้านเหล่านี้ต่อต้านสำเร็จ

ผมไม่เห็นว่าการจัดตั้งศูนย์พักพิงชาวโรฮิงญาจะแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองได้ เพราะปัจจุบันแม้ไม่มีศูนย์พักพิงคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง แทบทุกมุมเมืองของประเทศก็คลาคล่ำไปด้วยคนต่างด้าวอยู่แล้ว หลายพื้นที่มีจำนวนมากกว่าคนไทยเสียอีก ชาว จ.ระนอง...ชาว จ.พังงา...รวมถึงชาว จ.ตาก เขาต้องผจญกับปัญหาที่เกิดจากแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองมานาน นานจนชาชิน กลายเป็นเรื่องปกติไปเสียแล้วด้วยซ้ำ ที่ผ่านมาคนส่วนใหญ่ในจังหวัดเหล่านี้ได้รับผลกระทบจากแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาอยู่ในพื้นที่สารพัดเรื่อง ไล่ตั้งแต่ปัญหาแย่งชิงอาชีพ ทำลายสิ่งแวดล้อม โรคระบาด ที่หนักสุดเห็นจะเป็นปัญหาอาชญากรรมสารพัดคดีตั้งแต่ลักเล็กขโมยน้อยไปจนถึงปล้นฆ่า ซึ่งนับวันยิ่งเกิดขึ้นถี่ยิบและไม่มีแนวโน้มว่าเจ้าหน้าที่รัฐจะแก้ปัญหาได้เลยแม้แต่น้อย ผมยอมรับครับว่าแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองมีประโยชน์อยู่ครับ แต่มีประโยชน์เพียงเฉพาะกับนายทุนเจ้าของกิจการ และขบวนการค้ามนุษย์ รวมถึงเจ้าหน้าที่ของรัฐบางคนเท่านั้น ดังนั้นใครที่มีแนวคิดที่จะจัดตั้งศูนย์พักพิงคนต่างด้าว ต้องคิดทบทวนให้ดีครับ...ต้องไตร่ตรองให้รอบคอบ...ไม่ใช่นึกจะทำอะไรก็ทำ โดยไม่คำนึงว่าอนาคตข้างหน้าจะเกิดปัญหาอะไรตามมา ผมขอยกตัวอย่างการจัดตั้งศูนย์พักพิงนักศึกษาพม่าบ้านมณีลอย อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี เมื่อหลายปีก่อน เคยสร้างปัญหาให้แก่ประเทศไทยหนักหนาสาหัสอย่างไรคงยังพอจำกันได้ ภาพกองกำลังติดอาวุธบุกยึดสถานทูตพม่าประจำประเทศไทยที่ ถ.สาทร และโรงพยาบาลศูนย์ราชบุรี คงยังพอเตือนสติกันได้ ปัญหาศูนย์พักพิงผู้หนีภัยสงครามบ้านถ้ำหิน อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี สะสางกันได้หรือยัง?...ศูนย์พักพิงผู้หนีภัยสงครามใน จ.ตาก แก้ปัญหากันถึงไหนแล้ว ? ชาวม้ง ที่ จ.เพชรบูรณ์ บริหารจัดการไม่ให้สร้างปัญหาได้หรือยัง ?...จะตั้งศูนย์พักพิงแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองกันอีกหรือ ? ไตร่ตรองกันให้ดีๆ นะครับ...ระวังประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย...