
เตือนอย่าไว้ใจคนแปลกหน้าในโลกออนไลน์
เตือนอย่าไว้ใจคนแปลกหน้าในโลกออนไลน์ เสี่ยงถูกตุ๋นเงินลงทุนทำธุรกิจ-ซื้อขาย : สายตรวจระวังภัย โดยดลระวี สุดพุ่ม
การเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร หรือการติดต่อสื่อสารบนโลกออนไลน์ ซึ่งถือเป็นช่องทางที่สะดวกรวดเร็ว เข้าถึงง่ายสำหรับคนทุกเพศวัย จนทุกวันนี้หลายคนหันมาทำ “ธุรกิจออนไลน์” สามารถซื้อขายหรือร่วมลงทุนทำธุรกิจบนช่องทางนี้ โดยเฉพาะโปรแกรมและแอพพลิเคชั่นยอดฮิตอย่าง เฟซบุ๊ก ไลน์ อินสตาแกรม อาจเรียกได้ว่าเป็นช่องทางทำธุรกิจง่าย “ซื้อขายเพียงแค่ปลายนิ้วจิ้ม” แต่โลกไซเบอร์ที่ว่านี้กลับกลายเป็นช่องโหว่ให้เหล่ามิจฉาชีพใช้เป็นช่องทางหลอกลวงต้มตุ๋น บ้างก็หลอกร่วมทุนทำธุรกิจ บ้างก็ตุ๋นซื้อขายสินค้าแบรนด์เนม พอเหยื่อหลงเชื่อโอนเงินให้ก็หายจ้อย ทำให้ทุกวันนี้มี “โจรออนไลน์” เกลื่อนโซเชียลมีเดีย
แม้จะมีข่าวเกี่ยวกับการจับกุมบุคคล หรือกลุ่มแก๊งที่ใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียหลอกเอาเงินด้วยวิธีการต่างๆ มามากมาย แต่เรื่องลักษณะนี้ยังคงปรากฏอยู่อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดตำรวจกองปราบปรามได้จับกุม นายลำพูน พยุง อายุ 41 ปี และ น.ส.วาสนา กรรเชียง อายุ 31 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนครสวรรค์ ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกง และนำเข้าสู่ข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน โดยทั้งคู่เป็นสามีภรรยากัน และร่วมกันหลอกเหยื่อหลายรายประมูลทองรูปพรรณราคาถูกผ่านทางเฟซบุ๊กชื่อ “พลอย ไพลิน”
พ.ต.อ.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบก.ป. อธิบายว่า เมื่อเดือนมิถุนายน ปีที่ผ่านมา น.ส.ศศิธร ศรีสุขอัยการ อายุ 36 ปี ชาว จ.นครสวรรค์ พร้อมผู้เสียหายอีก 7 คน เดินทางเข้าร้องทุกข์ต่อตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) หลังจากถูกสองสามีภรรยาคู่นี้หลอกให้ร่วมประมูลทองรูปพรรณในราคาถูกผ่านเฟซบุ๊ก ที่ใช้ชื่อว่า "พลอย ไพลิน” เมื่อการประมูลเสร็จสิ้นผู้เสียหายได้โอนเงินให้ตามจำนวนที่ประมูล แต่ผู้ต้องหาไม่ได้ส่งทองรูปพรรณให้แก่ผู้ที่ชนะการประมูลตามที่ตกลงกันไว้ โดยจากการตรวจสอบมีผู้เสียหายตกเป็นเหยื่อกว่า 80 คน มูลค่าความเสียหายกว่าล้านบาท โดยพฤติการณ์จะลงทะเบียนเปิดเพจเฟซบุ๊กเป็นแบบสาธารณะ มีการชักชวนด้วยการเปิดประมูลทองคำรูปพรรณราคาถูก อ้างว่าถูกกว่าร้านขายทองทั่วไปหลายเท่า แล้วนำรูปทองรูปพรรณหลายแบบ และส่งให้แก่ผู้ประมูลชนะจริงในช่วงแรกเพื่อ “ล่อใจ” สร้างความเชื่อมั่นให้เหยื่อ “ตายใจ” หลังจากนั้นก็ไม่ส่งของตามที่ตกลงประมูลกันไว้ ทั้งที่ผู้เสียหายหลายรายโอนเงินให้ครบแล้ว โดยบ่ายเบี่ยงอ้างว่ายังไม่ได้ทองจากร้านค้าที่สั่งไว้ จากนั้นก็ขาดการติดต่อปิจเพจหนีหน้าไปเลย
ขณะที่โจรออนไลน์สองผัวเมียอ้างว่า ไม่ได้ตั้งใจโกงเหยื่อ โดยเปิดเพจเฟซบุ๊กนี้เมื่อช่วงเดือนมีนาคมปีที่แล้ว เพื่อจัดให้มีการประมูลทองรูปพรรณ ซึ่งทองที่นำมาประมูลนั้นได้ซื้อมาจากร้านทองที่รู้จักกัน แต่ช่วงหลังราคาทองเพิ่มสูงขึ้นกว่าที่ซื้อมาอย่างต่อเนื่องจึงทำให้ขาดทุน จึงส่งของไม่ได้ตามกำหนด พยายามเคลียร์เงินคืนแล้ว แต่เงินมีจำนวนมากไม่มีปัญญาคืนให้ได้
ทั้งนี้ น.ส.ศศิธร หนึ่งในผู้เสียหาย บอกว่า รู้จักเพจเฟซบุ๊กนี้จากการแนะนำของเพื่อน ในเพจดังกล่าวมีการเชื้อเชิญประมูลทองรูปพรรณในราคาถูกกว่าราคาร้านทองในท้องตลาดหลายเท่า จึงเข้าร่วมการประมูลด้วย ซึ่งช่วงแรกได้ประมูลแหวนทอง 1 สลึง โดยได้รับทองมาจริง จากนั้นได้ประมูลทองรูปพรรณ หนัก 1 สลึง จำนวน 10 เส้น หนัก 2 สลึง อีก 1 เส้น และมีการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารกสิกรไทย ชื่อบัญชี นายลำพูน พยุง แต่หลังจากนั้นไม่ได้รับทองตามที่ตกลงกันไว้ อ้างว่าร้านทองยังไม่ได้ส่งทองมาให้ ทำให้ต้องสูญเงินกว่า 5.3 หมื่นบาท เมื่อทวงถามก็บ่ายเบี่ยงและปิดเฟซบุ๊ก
ตำรวจรวมทั้งเหยื่อมิจฉาชีพรายนี้อยากแจ้งเตือนไปยังผู้คนในสังคม โดยให้เรื่องราวที่เกิดขึ้นครั้งนี้้เป็นอุทาหรณ์ของคนทั่วไปที่คิดว่าอยากจะประมูลทองคำทางเฟซบุ๊ก ว่า “ไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ ไม่มีของดีราคาถูก” และอย่าได้หลงเชื่อกลุ่มแก๊งมิจฉาชีพที่ก่อเหตุในลักษณะนี้ ควรระมัดระวังหรือหลีกเลี่ยงทำธุรกิจ ซื้อขาย หรือร่วมลงทุนกับคนแปลกหน้า ไม่รู้จักคุ้นเคย โดยเฉพาะในโลกออนไลน์ เพราะคนรู้จักเห็นหน้าบางทียังหลอกกันได้ ประสาอะไรก็คนที่ไม่รู้จัก ไม่เคยเห็นหน้า สนทนาผ่านโซเชียลมีเดียเขาจะไม่หลอก หากไม่ตรวจสอบถ้วนถี่หรือหลงชื่อโลกออนไลน์ง่ายก็ต้องเสี่ยงถูกตุ้มตุ๋นสูญเงินได้ง่ายเหมือนกับกรณีนี้
จากคำให้การของผู้ต้องหายังตอกย้ำน่าจะมีเพจหรือมิจฉาชีพอื่นๆ ในโลกออนไลน์อีกมาก เพราะเขาบอกว่าวิธีการหลอกลวงเชื้อเชิญจูงใจนั้น ได้ศึกษาบนโลกออนไลน์เลียนแบบมาจากเพจการประมูลต่างๆ และแม้ผู้ต้องหาจะอ้างไม่ได้ตั้งใจโกง แต่ตำรวจมีข้อมูลว่าผู้ต้องหาสองผัวเมียคู่นี้มีหมายจับของศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ในข้อหาเดียวกัน อีกทั้งเป็นผู้ต้องหาคนสำคัญที่ทางกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 (บช.ภ.6) ต้องการตัวอีกด้วย ฉะนั้นแล้วควรระวังอย่าหลงเชื่อไว้ใจใครง่ายๆ บนโลกออนไลน์ มิเช่นนั้นคุณอาจถูกเป็นเหยื่อถูกต้มตุ๋นรายต่อไป



