
สภ.บ้านโฮ่งงัดมาตรการเชิงรุกเน้นการป้องกันเหตุอาชญากรรม
สภ.บ้านโฮ่ง งัดมาตรการเชิงรุกเน้นการป้องกันเหตุอาชญากรรม : สายตรวจระวังภัย โดยนพพร ทาทาน
"เป็นแต่นับว่าผู้นั้น ได้กระทำการครบถ้วนแก่หน้าที่เท่านั้น
แต่จะถือเป็นความชอบต่อเมื่อได้ปกครองป้องกันเหตุร้าย
ให้ชีวิตและทรัพย์สินของข้าแผ่นดินในท้องที่นั้น
อยู่เย็นเป็นสุขพอควร…”
พระบรมราโชวาท ตอนหนึ่ง ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ที่พระราชทานแก่ข้าราชการตำรวจ ในเรื่องของการรักษาความสงบเรียบร้อยให้แก่ประชาชน โดยทรงให้ความหมายของการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม มากกว่าให้เหตุการณ์เกิดขึ้นแล้วจึงจับตัวผู้ร้าย และการจับผู้ร้ายนั้น ไม่ถือเป็นความชอบ
ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ พ.ต.อ.ธีรภัทร์ คงพานิช ผกก.สภ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านโฮ่ง ได้น้อมนำยึดถือและปฏิบัติเป็น รปจ.(ระเบียบปฏิบัติประจำ) มาตลอด กล่าวคือ แทนที่จะมุ่งแต่การจับโจรผู้ร้ายที่ก่อเหตุขึ้นเป็นรายวัน หรือรายกรณี ตำรวจ สภ.บ้านโฮ่ง กลับใช้มาตรการเชิงรุกเน้นการป้องกันมากกว่าการปราบปราม ใช้การปฏิบัติการทางจิตวิทยาทั้งการดึงมวลชนเข้ามาหา และการเข้าหามวลชน ผ่านรูปแบบกิจกรรมต่างๆ เช่น การออกไปเยี่ยมชุมชน พบปะชาวบ้าน เพื่อให้ทราบปัญหาและสารทุกข์สุกดิบของชาวบ้าน ทราบจุดเสี่ยง ทราบบุคคล แล้วนำผลมาจดบันทึก เพื่อทำแผนในการป้องกันและปราบปรามได้ถูกต้องและสัมฤทธิผลมากที่สุด
ชุดปฏิบัติการตำรวจชุมชนและมวลชนสัมพันธ์ (ชมส.) คือหัวหอกในการทำหน้าที่เข้าหามวลชน โดยการรับข้อมูลจากสายตรวจ จยย. และสายสายสืบ ที่ออกตรวจสอบพื้นที่ทุกวัน งานเข้าหามวลชนของ สภ.บ้านโฮ่ง ไม่มีรูปแบบตายตัวแต่ชัดเจน เช่นการเยี่ยมคนยากจนให้การช่วยเหลือตามสมควร การช่วยเหลือชาวบ้านที่ประสบเหตุภัยสาธารณะ การซ่อมแซมบ้าน การช่วยเรื่องของใช้ประจำวันตามแต่โอกาส หรือแม้กระทั่งการสร้างที่พักตามสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ ในเขตที่รับผิดชอบ แม้จะไม่ใช่หน้าที่หรือภารกิจโดยตรงแต่ก็ถือเป็นสร้างความเชื่อถือ ยอมรับและศรัทธาของชาวบ้านต่อตำรวจบ้านโฮ่งและตำรวจทั่วประเทศ
โครงการตัดผมฟรี ให้แก่ผู้มีรายได้น้อยและผู้สูงอายุที่ไม่สามารถไปร้านตัดผมได้ด้วยตัวเองหรือผู้ที่เจ็บป่วย มีตำรวจสมัครเข้าร่วมโครงการมากมายจนต้องใช้วิธีคัดเลือกคนที่มีฝีมือดีที่สุด เพื่อให้คนที่รับบริการพึงพอใจที่สุด โดยจะตระเวนไปในชุมชนต่างๆ ในเขตรับผิดชอบ ตามวงรอบ จนกว่าจะครบทุกชุมชน หรือตามการร้องขอของชาวบ้าน และเมื่อใดก็ตามหากมีงานหรือเทศกาลใหญ่ๆ ก็ออกบริการประชาชนทั่วๆ ไป ซึ่งก็สร้างความประทับใจแก่ชาวบ้านเป็นอย่างมาก
โครงกาสร้างศาลาจุดชมวิวดอยช้าง บ้านป่าแป๋ หมู่ 7 ต.ป่าพลู อ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยว พักผ่อนหย่อนใจ มีวิวทิวทัศน์ที่สวยงามขึ้นชื่อใน อ.บ้านโฮ่ง ซึ่งของเดิมผุพังจนอาจจะเกิดอันตรายแก่นักท่องเที่ยวได้ ตำรวจสภ.บ้านโฮ่ง จึงได้ประกาศรวบรวมเงินตำรวจในโรงพัก ซึ่งทุกคนก็เต็มใจบริจาค บางคนไม่บริจาคเงินแต่ใช้กำลังและฝีมือในเชิงก่อสร้างมาช่วยกัน ใครออกเวรหรือว่างก็มาช่วยกัน เมื่อชาวบ้านทราบข่าวว่าตำรวจจะมาสร้างจุดพักผ่อนด้วยเงินตำรวจและกำลังตำรวจเอง ก็มาบริจาคจนศาลาสำเร็จลงอย่างงดงาม และจุดนี้เองชาวบ้านโฮ่งโดยมากจึงรักตำรวจบ้านโฮ่ง ไม่ใช่เพราะตำรวจบ้านโฮ่งจับคนร้ายเก่งหรือปิดคดีอาชญากรรมเก่ง แต่เป็นเพราะตำรวจบ้านโฮ่งเข้าถึงมวลชนแบบทำงานเชิงประจักษ์
"โดยส่วนตัวผมก็ชอบคลุกคลีอยู่กับงานมวลชนอยู่แล้ว เพราะทำแล้วสบายใจ สุขใจ ผมน้อมนำพระบรมราโชวาทของล้นเกล้าฯ รัชกาล5 มาปฏิบัติในการทำงาน ผมเน้นกับน้องๆ เสมอว่า เราต้องเน้นการป้องกันเหตุมากกว่าการไประงับเหตุหรือไปตามจับคนก่อเหตุ จึงจะสร้างศรัทธาต่อประชาชนได้” ผกก.สภ.บ้านโฮ่ง กล่าว



