คอลัมนิสต์

กังขาก็ต้องหาข้อยุติ

กังขาก็ต้องหาข้อยุติ

28 ก.พ. 2559

กังขาก็ต้องหาข้อยุติ : บทบรรณาธิการประจำวันที่29ก.พ.2559

             โครงการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึงแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติอันงดงามของ จ.เลย กำลังได้รับการผลักดันให้เดินหน้าไปตามแผนงานรัฐบาลหลังจากผลการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการที่องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. ศึกษาแล้วเสร็จ ถูกส่งต่อไปยัง พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี เพื่อนำเข้ารายงานในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันอังคารที่ 23 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ว่า การทำกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึงนั้น จะให้ผลคุ้มค่าและไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบ 99.99% ขณะที่ซีกกลุ่มนักอนุรักษ์ก็มีมุมมองที่เห็นต่าง แม้กระเช้าไฟฟ้าไม่ได้เป็นตัวทำลายสิ่งแวดล้อมโดยตรง แต่ธุรกิจท่องเที่ยวที่จะเกิดตามมาหลังจากมีกระเช้าไฟฟ้าต่างหากที่จะเข้ามาสร้างปัญหาให้แก่ระบบนิเวศ

             รายงานดังกล่าวชี้แจงถึงผลดีของการจัดทำโครงการดังกล่าวสามารถทำได้โดยไม่กระทบป่าไม้ แม้บริเวณดังกล่าวเป็นที่ลุ่มน้ำชั้นหนึ่ง เพราะเป็นการใช้วิธีปักต้นเสาหลัก 7 ต้น ด้วยการขุดดินแล้วใช้เฮลิคอปเตอร์หย่อนเสาลงไป ซึ่งจะเสียต้นไม้รวมประมาณ 1 ไร่ แต่จะปลูกทดแทนส่วนที่เสียไป ซึ่งจะใช้งบประมาณราว 633 ล้านบาท รวมระยะเวลาในการก่อสร้างประมาณ 1-2 ปี โดยจะมีการประเมินความเสื่อมโทรมในพื้นที่หลังจากมีกระเช้าลอยฟ้าจะกลายเป็นสิ่งดี เพราะการตรวจสอบพื้นที่จะสามารถทำได้ทุกวัน ทั้งเรื่องความปลอดภัยต่างๆ และรักษาเส้นทางเดินปกติได้มากขึ้น เชื่อว่าไม่น่าจะมีผลกระทบ เพราะใช้เทคนิคใหม่ในการก่อสร้าง ไม่ใช่การตัดป่า แต่เป็นการรักษาแนวป่าเอาไว้ด้วย และเงินจากนักท่องเที่ยวจะได้กลับมาอย่างมหาศาล

             แต่กระนั้นโครงการดังกล่าวก็ถูกกลุ่มอนุรักษ์ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วย ด้วยเหตุผลที่ว่า โครงการนี้จะนำไปสู่การทำลายพื้นที่ป่าอนุรักษ์และแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อของชาติให้ย่อยยับไปกับโครงการที่เปรียบเสมือนบ่อนทำลายแหล่งท่องเที่ยวด้วยเทคโนโลยีกระเช้าไฟฟ้า ทั้งนี้เพราะอุทยานแห่งชาติภูกระดึงมีสภาพพื้นที่ป่าที่มีความหลากหลายในพื้นที่แห่งเดียวกันมากที่สุด ทั้งป่าสนเขา ป่าดิบเขา ป่าดิบแล้ง ป่าเบญจพรรณ และป่าเต็งรัง มีจำนวนชนิดของสัตว์ป่าที่หลากหลายตามไปด้วย ซึ่งหากดำเนินโครงการเช่นนี้ก็จะเป็นเหตุต่อเนื่องที่จะกระทบต่อธรรมชาติมากที่สุดไปด้วย ดังนั้นหน้าที่หลักของอุทยานแห่งชาติคือ การอนุรักษ์ธรรมชาติให้คงอยู่ในสภาพเดิม โดยการใช้ประโยชน์เป็นสถานที่ท่องเที่ยวนั้น เป็นหน้าที่รองลงมา หาใช่จะนำพื้นที่ป่าไปแสวงหาผลประโยชน์เล็กน้อย แต่ความสูญเสียที่ตามมาจะมหาศาลด้วย

             หากจะว่าไป โครงการสร้างกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึงเป็นเผือกร้อนให้รัฐบาลที่ผ่านมาแต่ละยุคต้องพบกับเสียงคัดค้านจากกลุ่มต่อต้านมายาวนานกว่า 30 ปี แม้จะมีการหยิบยกมาปัดฝุ่นใหม่ แต่ก็ต้องพับเก็บไป จนมาถึงยุคสมัยของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเองดูจะมีความคืบหน้าไปมาก แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นฟันธงสร้าง-ไม่สร้าง แต่ให้คณะทำงานไปพิจารณาความเห็นของหน่วยงานและองค์กรต่างๆ ในประเด็นสำคัญ รวมถึงข้อสงสัยต่างๆ ด้วย ความสงสัยในเรื่องของการคุ้มทุนในการก่อสร้างที่จะรองรับนักท่องเที่ยวกว่า 6 หมื่นคนต่อปี ถ้าสามารถดึงคนเพิ่มมากถึงหลักแสนธรรมชาติของขุนเขาลูกนี้จะรองรับได้มาน้อยเพียงใด รวมถึงสิ่งก่อสร้างที่จะผุดขึ้นมาราวกับดอกเห็ดอีกด้วย ความกังขาเหล่านี้ยังคงมีเวลาในการหาคำตอบด้วยเหตุด้วยผลของทั้งสองฝ่ายเพื่อหาข้อยุติร่วมกัน