คอลัมนิสต์

ซึ่งไม่อาจเรียกคืน

ซึ่งไม่อาจเรียกคืน

26 ก.พ. 2559

ซึ่งไม่อาจเรียกคืน : โดยวิธีของเราเอง โดยไพฑูรย์ ธัญญา

            "ที่ชาวไร่ชาวนายากจน ก็เพราะป่าถูกโค่น จนไม่เหลือความเป็นป่า"

            นี่เป็นเนื้อความตอนหนึ่งในบทเพลง "หวงแหนป่า" ของแอ๊ด คาราบาว หรือ ยืนยง โอภากุล นักร้องเพลงเพื่อชีวิตที่เคยได้รับความนิยมสูงสุดจากแฟนเพลงชาวไทย แอ๊ดแต่งเพลงนี้เพื่อใช้รณรงค์สร้างจิตสำนึกให้ผู้คนหันมารักและหวงแหนป่า ในการแสดงคอนเสิร์ตชื่อ “คนไทยรักษ์หวงแหนป่า” ซึ่งจัดโดยเครือเจริญโภคภัณฑ์ ทำการแสดงใน 7 จังหวัดภาคเหนือ ช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน 2559 ถ้าเป็นเมื่อสัก 10-15 ปีก่อน เชื่อได้ว่าเพลงนี้จะต้องโด่งดังและได้รับการขานรับจากผู้ฟังอย่างท่วมท้น เพราะคนที่ร้องคือ “แอ๊ด คาราบาว” ราชันเพลงเพื่อชีวิตแห่งยุคสมัย

            แต่ในวันนี้ มันจะไม่เป็นอย่างนั้นอีกแล้ว..

            เกิดเป็นคนไทยในทุกวันนี้ไม่ได้อยู่ยากเพียงอย่างเดียว แต่ยัง “ทำใจ” ยากอีกด้วย รักใคร ชอบใคร ศรัทธาใคร หรือยึดใครเป็น "ไอดอล" ก็จะถูกตอบแทนด้วยการทรยศ หักหลังอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นพระสงฆ์องค์เจ้า นักการเมือง นักวิชาการ นักมวย กระทั่งนักร้อง คนที่เรารัก นับถือและศรัทธาได้อย่างแท้จริง คือวีรบุรุษที่ตายไปแล้วเท่านั้น ก็ยังโชคดีที่เขาเหล่านั้นพากันลาจากไปเสียก่อน ถ้ายังมีชีวิตอยู่อีกต่อไปก็ไม่แน่เหมือนกันว่า จะกลายเป็น “ผู้ทรยศ” หรือไม่

            กรณีของนักร้องเพลงเพื่อชีวิตผู้ยิ่งใหญ่และเกรียงไกรอย่างแอ๊ด คาราบาว ในความรู้สึกของประชาชนคนไทย ณ วันนี้ เขาได้กลายเป็น "ผู้ทรยศ" ไปแล้วอย่างสมบูรณ์แบบ นี่เป็นเรื่องที่เหล่าบรรดาสาวกจำนวนมากที่ภักดีและศรัทธาต่อแอ๊ดอย่างล้นเหลือ คงเจ็บปวดและทำใจยากยิ่ง คำครหาก่อนหน้านี้ที่มองเขาอย่างเคลือบแคลงสงสัย ได้เปิดเผยใบหน้าที่แท้จริงออกมาอย่างชัดแจ้ง เมื่อมีคนนำเรื่องที่เขาได้ทำเพลงโฆษณาข้าวโพดพันธุ์ใหม่ให้แก่บริษัทยักษ์ใหญ่ผู้ทรงอิทธิพลด้านพืชผลการเกษตร หรือที่รู้จักกันดีในนามข้าวโพดพันธุ์ตองแปดอันอื้อฉาว มาเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทันทีที่คลิปเพลงโฆษณาข้าวโพดนี้ปรากฏขึ้นในโลกโซเชียล เสียงก่นด่าและรุมประณามนักร้องเพื่อชีวิตผู้ยิ่งใหญ่ก็ตามมาอย่างรุนแรง เชี่ยวกราก ทั้งที่ความจริงก็คือ มันเป็นเรื่องเก่าที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 2555 แล้ว มันนานพอที่จะทำให้เกษตรกรในภาคเหนือแห่กันไปบุกรุกพื้นที่ป่าเขาต้นน้ำ เพื่อทำไร่ข้าวโพดปีศาจพันธุ์นี้ จนป่าไม้หดหายโล่งเตียน กลายเป็นภูเขาหัวโล้นกันทั่วหน้า ดังกรณีป่าไม้ใน จ.น่าน เป็นตัวอย่าง ประเด็นมันไม่ได้อยู่ที่ว่า ใครเป็นต้นเหตุทำให้ป่าไม้เมืองไทยพังพินาศ ใครมาใ
ห้ทุนสนับสนุนจัดคอนเสิร์ตให้คนรักป่า แต่มันยังตั้งคำถามไปถึงนักร้องศิลปินแห่งชาติท่านนี้ว่า คุณไปร่วมด้วยช่วยกันกับนายทุนกินเมืองได้อย่างไร ? แล้วทำไมคุณถึงยังมีหน้ามาร้องเพลงให้คนหวงแหนป่าอยู่อีก?

            คนไทยแต่ก่อนที่ยังเชื่อในบาปบุญคุณโทษอย่างเหนียวแน่น เชื่อกันว่า ใครทำสิ่งใดไม่ดีไว้ก็จะถูกยมบาลจารึกชื่อในหนังหมา แต่โลกทุกวันนี้ มันบอกเราว่า หนังหมาหรือจะสู้การปล่อยชื่อลงในโลกโซเชียล มันเป็นเครื่องมืออันทรงพลังที่ทำให้ยมบาลตกงานไปในทันที การตัดสินพิพากษาในโลกของสื่อสังคมออนไลน์มันช่างรวดเร็ว รุนแรงและไม่อาจควบคุมได้ เชื่อว่า ณ วันนี้ แอ๊ด คาราบาว ผู้ยิ่งยง คงได้ตระหนักในความจริงข้อนี้เป็นที่สุด

            พระพุทธองค์ตรัสว่า ทุกสิ่งทุกอย่างไม่เที่ยงแท้ เช่นเดียวกับนักคิดหลังสมัยใหม่นิยม บอกว่า ความจริง ความหมาย ความเชื่อและอุดมการณ์เป็นสิ่งที่ไม่ตายตัว มันเลื่อนไหลและถูกประกอบสร้างใหม่อยู่เสมอ วันหนึ่งใครบางคนอาจยึดมั่นในอุดมการณ์หนึ่ง แต่พอเวลาเปลี่ยนไป เขาก็อาจหันไปยึดมั่นในอุดมการณ์อีกแบบหนึ่ง หรือไม่ก็ให้ความหมายของมันไปอีกแบบหนึ่ง

            ล่าสุด (23 ก.พ.59) แอ๊ด คาราวบาว ออกมาชี้แจงเหตุผลเรื่องการทัวร์คอนเสิร์ต “คนไทยรักษ์หวงแหนป่า” ว่า เพราะเขาเคยรณรงค์ให้คนรักธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทำมาตลอดใน 30 ปีที่ผ่านมา เมื่อได้รับการชักชวนจากเครือเจริญโภคภัณฑ์เขาจึงไม่รีรอที่จะเข้าร่วม แต่แอ๊ดจะมั่นใจได้ไหมว่า เขาจะเรียกคืนศรัทธาและความภักดีจากแฟนเพลงชาวไทยให้กลับมาได้อีก