
ปะหล่องไทใหญ่และสงครามชาติพันธุ์
ปะหล่อง ไทใหญ่ และสงครามชาติพันธุ์ : มนุษย์สองหน้า โดยแคน สาริกา
เสียงปืนทางตอนเหนือของรัฐฉาน ยังดังระงม ชาวไทใหญ่กว่า 4,000 คน ต้องอพยพออกจากหมู่บ้าน หนีภัยสงครามมาอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย
การสู้รบในพม่ารอบนี้ ไม่ใช่กองทัพเมียนมาร์ปะทะกับกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์ หากแต่เป็นสงครามระหว่างทหารปะหล่องกับทหารไทใหญ่ (ฝ่ายเจ้ายอดศึก)
สงครามระหว่าง “กองกำลังปลดปล่อยแห่งชาติดาราอั้ง” (Ta’ang National Liberation Army-TNLA) หรือทหารปะหล่อง กับ “สภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน/กองทัพรัฐฉานใต้” (RCSS/SSA) ภายใต้การนำของเจ้ายอดศึก ดำเนินมาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2558
รัฐฉานนั้นมีพื้นที่กว้างใหญ่มาก และเป็นถิ่นฐานบ้านเกิดของกลุ่มคนหลายชาติพันธุ์ มิใช่มีเพียงแต่คนไทใหญ่เท่านั้น อย่างเช่นชาติพันธุ์ “ดาราอั้ง” หรือ “ปะหล่อง” ที่อาศัยอยู่ทางตอนเหนือของรัฐฉาน
ชาวปะหล่องได้จัดตั้งกองกำลังปลดปล่อยแห่งชาติดาราอั้ง เมื่อ 4 ปีก่อน ซึ่งเป็นกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์กลุ่มที่เล็กที่สุด มีกำลังทหารไม่กี่พันคน กระจายตัวอยู่ในหมู่บ้านที่อยู่ห่างไกล บนภูเขาสูงทางตอนเหนือของรัฐฉาน
ส่วนกองกำลังชาติพันธุ์ในรัฐฉาน แยกเป็น 2 กลุ่ม คือ พรรครัฐฉานก้าวหน้า/กองทัพรัฐฉานเหนือ (SSPP/SSA) กับสภากอบกู้เพื่อการกอบกู้รัฐฉาน/กองทัพรัฐฉานใต้ (RCSS/SSA)
คนไทยจะรู้จักกองทัพรัฐฉานใต้ ภายใต้การนำของเจ้ายอดศึกมากกว่า เนื่องจากมีฐานที่มั่นใหญ่ติดชายแดนไทยด้าน อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ แถมมีสำนักงานประสานงานอยู่ในตัวเมืองเชียงใหม่
ทุกวันชาติไทใหญ่ สื่อไทยจำนวนหนึ่งจะได้รับเชิญขึ้นไปทำข่าวบนดอยไตแลง และได้สัมภาษณ์เจ้ายอดศึก
ขณะเดียวกัน สื่อไทยก็รู้จักปะหล่องหรือดาราอั้งน้อยมาก หากไม่เกิดสงครามไทใหญ่รบกับปะหล่องครั้งล่าสุด ก็คงไม่มีใครสนใจข่าวสารจากเพื่อนบ้าน
สาเหตุที่ปะหล่องรบกับทหารรัฐฉานใต้ ที่เมืองน้ำคำและที่เมืองม่านต้งทางตอนเหนือของรัฐฉาน ใกล้กับชายแดนจีน โดยทหารปะหล่องอ้างว่า ฝ่ายทหารไทใหญ่ได้รุกล้ำในเขตพื้นที่และเป็นฝ่ายเข้าโจมตีฐานทหารปะหล่องก่อน
สถานการณ์การสู้รบหนักขึ้นในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2559 ส่งผลให้ชาวบ้านกว่า 4,000-5,000 คน ได้อพยพมาอยู่สถานพักพิงชั่วคราวในเมืองจ้อกเม และตามหมู่บ้านใกล้เคียง โดยมีเด็กจำนวนมากที่ต้องหยุดเรียนเพราะสงคราม
ล่าสุด พรรครัฐฉานก้าวหน้า/กองทัพรัฐฉานเหนือ ขออาสาเป็นตัวกลางในการเจรจาสงบศึกระหว่างทหารไทใหญ่กับทหารปะหล่อง ให้ทั้งสองฝ่ายใช้การเจรจาด้วยแนวทางสันติวิธี ยุติปัญหาความขัดแย้งโดยเร็ว
ทั้งนี้กองทัพรัฐฉานใต้ เป็น 1 ใน 8 กลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ที่ได้ลงนามหยุดยิงทั่วประเทศกับรัฐบาลพม่าเมื่อกลางเดือนตุลาคม 2558 ขณะที่ทหารปะหล่องเป็น 1 ใน 4 กลุ่ม ที่ยังไม่ลงนามหยุดยิงกับรัฐบาลพม่า
เหตุที่ผู้นำทหารปะหล่องปฏิเสธที่จะเจรจาสันติภาพกับรัฐบาลพม่า เพราะกระบวนการดังกล่าว ไม่มีการพูดถึงความต้องการของพวกเขา อย่างเช่นอำนาจที่มากกว่าในการควบคุมทรัพยากรธรรมชาติ
สำหรับชาวดาราอั้งหรือชาวปะหล่อง เคยตกลงแลกการวางอาวุธกับ “เขตปกครองตนเอง” เมื่อหลายสิบปีก่อนนั้น ประชาชนแทบไม่ได้ประโยชน์อะไร พวกเขาจึงต้องจับปืนต่อสู้อีกครั้งเมื่อไม่กี่ปีมานี้
การเจรจาหยุดยิงกับกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์ทั้ง 17 กลุ่ม ซึ่งเป็นภารกิจที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งที่ประธานาธิบดีเต็ง เส่ง ได้ให้สัญญาไว้ และออง ซาน ซูจี ผู้มีบารมีเหนือพรรค ก็จะรับไม้ต่อจากนี้ไป
กองกำลังชาติพันธุ์หลายกลุ่มจับอาวุธลุกขึ้นสู้ ตั้งแต่พม่าได้รับเอกราชจากอังกฤษเมื่อปี 1948 มาจนถึงทุกวันนี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่า สงครามกลางเมืองที่ต่อเนื่องเป็นตัวฉุดรั้งการพัฒนาในพม่า



