คอลัมนิสต์

5ปีเปลี่ยนผ่านต้องชัดเจน-สมดุล

5ปีเปลี่ยนผ่านต้องชัดเจน-สมดุล

25 ก.พ. 2559

5ปีเปลี่ยนผ่านต้องชัดเจน-สมดุล : บทบรรณาธิการประจำวันที่25ก.พ.2559

           พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงความชัดเจนต่อข้อเสนอปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญในส่วนความเห็นของรัฐบาลไปยังคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะข้อที่ระบุว่า ต้องการให้รัฐธรรมนูญบังคับใช้เป็นสองช่วง โดยระบุว่าความหมายตรงนี้คือบทเฉพาะกาล คือต้องมีการปฏิรูปในช่วงระยะเวลาแรกที่เปลี่ยนผ่านภายใน 5 ปี ถ้าดีขึ้นทุกปีก็ผ่อนผันลดลงไปเข้ากลไกปกติ ถ้าเขียนไว้ในบทเฉพาะกาลจะง่ายกว่าตรงที่จะกลับมาเป็นปกติเมื่อสถานการณ์พร้อม แต่ถ้าใส่ในรัฐธรรมนูญก็ลำบาก ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็ได้ยกตัวอย่าง เช่น การยกเว้นเรื่องที่มาของ ส.ว.เมื่อถึงเวลาสถานการณ์ปกติก็กลับมาทั้งหมดจะกลับเข้าที่เดิมคือ ส.ว.เลือกตั้งใหม่ทั้งหมดก็ได้ ส่วน คสช.จะยังอยู่หรือไม่ก็อาจมีวิธีการหรือกลไกอื่น

           สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ หรือ สปท. ขยายความร่าง พ.ร.บ.ยุทธศาสตร์ชาติว่า เป็นกรอบแม่บทหลักในการพัฒนาประเทศ โดยวางกรอบเวลา 20 ปี บังคับให้มีการปรับปรุงทุก 5 ปี หรือเมื่อมีสถานการณ์ที่กระทบต่อวัตถุประสงค์หลักของยุทธศาสตร์ชาติเพื่อความมั่นคงของประเทศ โดยไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองแต่อย่างใด โดยให้ยึดถือผลประโยชน์ของประเทศและกำหนดการประเมินผลอย่างมีประสิทธิภาพให้ชัดเจน อีกทั้งยังให้สำนักงานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติเป็นนิติบุคคล เพื่อให้ปราศจากการครอบงำทางการเมือง ส่วนกรณีที่ให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เป็นผู้คัดเลือกคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ 22 คน ยืนยันว่าไม่ใช่การวางกรอบสืบทอดอำนาจหรือเข้ามาคุมรัฐบาลสมัยหน้า

           ขณะเดียวกันเกิดคำถามว่า กรอบเวลายุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี หลายฝ่ายกังวลว่าใช้ระยะเวลานานไปหรือไม่ ถ้าพิจารณาจากการพัฒนาของประเทศอื่นก็จะพบว่า ไม่ถือว่านานเกินไป อย่างเช่น ประเทศสิงคโปร์ และมาเลเซีย ก็ใช้แผนยุทธศาสตร์ชาติที่มีกรอบเวลาถึง 30 ปี อีกทั้งแผนยุทธศาสตร์ชาติที่รัฐบาลกำลังจัดทำเป็นแค่กรอบกว้างๆ เพื่อให้รัฐบาลดำเนินการและสามารถปรับเปลี่ยนได้ทุก 5 ปี ซึ่งจำเป็นต้องเดินควบคู่และสอดคล้องไปกับแผนของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช.ด้วย เพราะหน่วยงานดังกล่าวก็ถือเป็นหน่วยงานสำคัญองค์กรหนึ่งในการวางเป้าหมายและทิศทางประเทศ เพียงแต่แผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีครั้งนี้ ปราศจากฝ่ายการเมืองเข้ามาแทรกแซง

           ปมถกเถียงข้อเสนอใช้รัฐธรรมนูญ 2 ขยัก ยังเป็นสิ่งที่ต้องรับฟังรอบด้าน ทั้งด้านดีและผลเสีย จากนั้นตกผลึกให้ชัดเจนว่าจะเดินหน้าต่อไปหรือไม่ รวมถึงข้อเสนอให้ใช้กลไกในช่วงเปลี่ยนผ่านนั้นก็ต้องวิเคราะห์ถึงความเหมาะสมและความจำเป็น ประการสำคัญต้องให้เกิดความสมดุลทั้งการปฏิบัติในเรื่องปฏิรูปประเทศและรัฐบาลจากการเลือกตั้งที่เข้ามาบริหารประเทศต้องไม่เกิดความขัดแย้งหรือบั่นทอนการบริหารงานจนเกิดสะดุดไร้ประสิทธิภาพ อีกทั้งต้องไม่แอบแฝงซ่อนเร้นจังหวะเปลี่ยนผ่านเสนอเงื่อนไขเข้ามาเพื่อการสืบทอดอำนาจ เพราะเท่ากับเติมเชื้อฟืนให้วิกฤติการเมืองย้อนกลับมาอีกครั้งจนไม่สามารถก้าวพ้นขัดแย้งได้ ทั้งที่วัตถุประสงค์ประการหนึ่งคือ การสร้างความปรองดองเพื่อให้ประเทศเดินหน้าได้