
ระวังแก๊งปลอมตั๋วแลกเงินหลอกขายถูกกว่าราคาตัั๋ว
ระวังแก๊งปลอมตั๋วแลกเงินหลอกขายถูกกว่าราคาตัั๋ว แนะตรวจสอบกับธนาคารโดยตรงก่อนจะตกเป็นเหยื่อ : สายตรวจระวังภัย ดลระวี สุดพุ่ม
แก๊งมิจฉาชีพมีวิธีการต้มตุ๋นหลอกเหยื่อมากมายเพื่อให้ได้เงิน มีตั้งแต่แก๊งยิบย่อยมูลค่าความเสียหายหลักหมื่นถึงแสนบาท จนถึงระดับใหญ่ค่าเสียหายรวมเป็นหลายล้านบาท ไม่ว่าจะเป็นแก๊งนายหน้าหลอกร่วมทุนซื้อที่ดินติดจำนอง แก๊งตกทอง-ตกพระ แก๊งหลอกร่วมทุนทำธุรกิจต่างๆ ฯลฯ จนล่าสุดมีแก๊งปลอมตั๋วแลกเงินมาหลอกขายเหยื่อ ซึ่งสร้างความเสียหายมีมูลค่ารวมหลักหมื่นล้านบาท มีผู้เสียหายตกเป็นเหยื่อจำนวนมากแต่โชคดีที่ตำรวจกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) สามารถจับกุมแก๊งนี้ได้ ก่อนจะสร้างความเดือดร้อนเสียหายให้แก่ผู้คนไปมากกว่านี้
เกี่ยวกับแก๊งปลอมตั๋วแลกเงินครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการควบคุมและป้องกันการทุจริต ธนาคารธนชาต เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อตำรวจ กก.1 บก.ป. ว่า มีกลุ่มบุคคลที่มีพฤติการณ์ตระเวนซื้อตั๋วแลกเงินธนาคารต่างๆ ในราคา 800 บาท หรือในราคาถูกกว่า แล้วนำไปแก้ไขเปลี่ยนแปลงตัวเลขในตั๋วแลกเงินให้มีมูลค่าสูงขึ้น จากนั้นนำไปหลอกขายให้แก่ผู้เสียหายที่ตกเป็นเหยื่อจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นตั๋วแลกเงินของธนาคารธนชาตที่มีมูลค่า 3,000 ล้านบาท โดยวิธีการสร้างความน่าเชื่อถือต่างๆ ด้วยการออกหนังสือรับรองจากธนาคารกำกับไว้ จากนั้น พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช ผกก.1 บก.ป. จึงสั่งการให้ พ.ต.ท.ภาณุมาศ แสงส่ง สว.กก.1 บก.ป. และ ร.ต.อ.กษิดิ์เดช เจริญลาภ รอง สว.กก.1 บก.ป. พร้อมคณะดำเนินการสืบสวนจับกุมโดยเร็ว
ภายหลังชุดสืบสวน กก.1 บก.ป. ได้ตรวจสอบข้อมูลร่วมกันกับเจ้าหน้าที่ธนาคารธนชาต จากนั้นได้วางแผนเพื่อล่อซื้อในการเข้าจับกุม กระทั่งพบผู้กระทำความผิดกำลังร่วมกันหลอกขายตั๋วแลกเงินกับเหยื่อภายในอาคารทีซีกรีน ย่านพระราม 9 จึงแสดงตัวเข้าจับกุมยกแก๊ง ได้แก่ นายธนอรรถ แก้วนุ้ย อายุ 59 ปี นายสง่า ซื่อประโคน อายุ 63 ปี นายมาโนช เสนาชู อายุ 47 ปี และ นายสมชาย สุวรรณหงส์ อายุ 40 ปี พร้อมของกลาง ตั๋วแลกเงินธนาคารธนชาตราคา 3,000 ล้านบาท จำนวน 2 ฉบับ ใบเสร็จรับเงินธนาคารธนชาต หนังสือรับรองตราสารธนาคารธนชาต บันทึกการซื้อ-ขาย-ลด ตราสารธนาคาร 1 ชุด ตรายาง 6 อัน แท่นประทับตรา 2 อัน โทรศัพท์มือถือ สำเนาตั๋วแลกเงินธนาคารทหารไทยและธนาคารกสิกรไทยจำนวน 2,500 ล้านบาท หนังสือจากธนาคารธนชาตรับรองดราฟต์จำนวน 3,000 ล้านบาท รวม 3 ฉบับ หนังสือค้ำประกันธนาคารกสิกรไทย สำเนาตั๋วสัญญาใช้เงินธนาคารกสิกรไทยจำนวน 1 หมื่นล้านบาท สมุดเช็ค 2 เล่ม และเอกสารที่เกี่ยวข้องอีกจำนวนหนึ่ง
พ.ต.อ.จิรภพ อธิบายว่า สำหรับนายธนอรรถและนายสง่า ได้เปิดบริษัท ทรัพย์จตุคาม จำกัด ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการเกษตร ส่วนผู้ต้องหาที่เหลือไม่มีอาชีพเป็นหลักแหล่ง โดยนายสง่ามีหมายจับในคดีปลอมแปลงเอกสารติดตัวอยู่ ซึ่งทั้งหมดได้ร่วมกันกระทำความผิดปลอมแปลงตั๋วแลกเงินและปลอมแปลงเอกสารต่างๆ ของธนาคาร เพื่อใช้ประกอบการหลอกลวงผู้เสียหาย ด้วยวิธีการทำทีเสนอขายรถให้แก่เหยื่อ ต่อจากนั้นก็นำตั๋วแลกเงินที่ออกโดยธนาคารธนชาต มูลค่า 3,000 ล้านบาท มาแสดงและเสนอขายให้ในราคาถูกกว่าราคาตั๋ว เหลือ 2,550 ล้านบาท ก่อนจะเพิ่มความแนบเนียนด้วยการยืนยันตราสาร ระบุใช้ได้จริง มีหนังสือรับรองยืนยันจากธนาคารมาแสดงด้วย ฉะนั้นจึงอยากประชาสัมพันธ์ถึงประชาชนอย่าเพิ่งหลงเชื่อ จนกว่าจะมีการตรวจสอบข้อมูลกับธนาคารให้แน่ชัด
พฤติการณ์แก๊งปลอมตั๋วแลกเงินสุดแสบกลุ่มนี้จะเน้นเป้าหมายเป็นกลุ่มนายทุนใหญ่ หรือคนมีฐานะร่ำรวยซึ่งต้องการรับซื้อตั๋วแลกเงิน ก่อนใช้วิธีการเสนอส่วนลดให้ ที่ผ่านมามีคนหลงเชื่อตกเป็นเหยื่อจำนวนมาก พบยอดมูลค่าความเสียหายเกิดขึ้นแล้วไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ตำรวจและเจ้าหน้าที่ธนาคารแนะนำว่า ไม่ว่าตั๋วแลกเงินจะมีมูลค่าเท่าไหร่ โดยเฉพาะที่มีมูลค่าเยอะ และยังมาขายถูกกว่าราคาตั๋วที่ระบุ ให้รีบตรวจสอบกับธนาคารต้นทางตั๋วแลกเงิน เพื่อให้ตรวจสอบข้อมูลที่แน่ชัด เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ เนื่องจากอาจมีเครือข่าย หรือกลุ่มแก๊งอื่นๆ ที่หากินแบบทุจริตอย่างนี้อยู่อีก แต่ถ้าหากผู้ใดตกเป็นเหยื่อหลงเชื่อผู้ต้องหาแก๊งนี้ สามารถเข้าแจ้งความดำเนินคดีเพิ่มเติมได้ที่ สน.มักกะสัน



