คอลัมนิสต์

'นักการเมือง'กับองค์กรเกษตรกร

'นักการเมือง'กับองค์กรเกษตรกร

16 ก.พ. 2559

“นักการเมือง” กับองค์กรเกษตรกร : คอลัมน์ กระดานความคิด โดย... ยางนา บางปะกง

 
          องค์กรเกษตรกรที่สื่อมวลชนรู้จักมักคุ้นก็คือ “กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร” (กฟก.) ที่จัดตั้งขึ้นมาตาม พ.ร.บ.กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร พ.ศ.2542 และแก้ไขปี พ.ศ.2544 เนื่องจากมี “ม็อบเกษตรกร” เข้ามาเรียกร้องให้แก้ไขปัญหาหนี้สิน ที่หน้ากระทรวงการคลัง หรือสำนักงานใหญ่ ธ.ก.ส.อยู่
บ่อยๆ
 
          ส่วนองค์กรใหม่ป้ายแดง คือ “การยางแห่งประเทศไทย” (กยท.) จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2558 ตาม พ.ร.บ.การยางแห่งประเทศไทย พ.ศ.2558
 
         กล่าวสำหรับกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) เพิ่งมีการแต่งตั้งบอร์ดบริหารชุดใหม่ โดย สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการ กฟก. ได้ลงนามตั้งคณะกรรมการบริหารกองทุนฟื้นฟูฯ 7 คน
 
          รายชื่อบอร์ดบริหารชุดใหม่ มีชื่อ ยิ่งยศ อุดรพิมพ์ อดีตนายก อบจ.มหาสารคาม เป็นประธานบอร์ดบริหาร กฟก.
 
          การเข้ามาเป็นประธานบอร์ดบริหารของ “ยิ่งยศ” ทำให้เหล่าจอมยุทธ์ชาวนาจับกลุ่มวิจารณ์กันหนาหู เพราะนักเลือกตั้งคนนี้ มากไปด้วยคอนเนกชั่น ทั้งสายบ้านใหญ่บุรีรัมย์ และสายวังพญานาค
 
          เมื่อการเลือกตั้งปี 2554 ยิ่งยศสวมเสื้อพรรคภูมิใจไทย ลงสนามเลือกตั้งเขต 1 มหาสารคาม แต่พ่ายกระแสยิ่งลักษณ์ แต่ภรรยา คมคาย อุดรพิมพ์ ชนะเลือกตั้งนายก อบจ. และทุกวันนี้คมคายยังดำรงตำแหน่งนายก อบจ.มหาสารคาม
 
          จะว่าไปแล้ว ยิ่งยศก็มาตามกระบวนการเลือกผู้แทนเกษตรกร โดยเขาสมัครรับเลือกตั้งเป็นตัวแทนเกษตรกรที่มหาสารคาม ก่อนจะผ่านการเลือกในระดับภาค และประเทศ
 
          หลายคนอาจงงนิดๆ นักการเมืองเป็นผู้แทนเกษตรกรได้อย่างไร? แต่ช่างเถอะ เมืองไทยอะไรก็เกิดขึ้นได้
 
          หันไปดู การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ก็ได้ตัวประธาน และบอร์ดการยางแห่งประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว
 
          การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) จัดตั้งตาม พ.ร.บ.การยางแห่งประเทศไทย พ.ศ.2558 โดยยุบรวม 3 หน่วยงานคือ องค์การสวนยาง, สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง และสถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร เข้าด้วยกัน
 
          ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติแต่งตั้งประธานกรรมการ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการการยางแห่งประเทศไทย จำนวน 8 คน
 
          สำหรับประธานบอร์ดการยางฯ คนแรกคือ “บิ๊กเบี้ยว” พล.อ.ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และอดีตเสนาธิการทหารบก
 
          “บิ๊กเบี้ยว” มาจากเหล่าทหารม้า เป็นเตรียมทหาร รุ่น 15 และนักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่น 26 รุ่นเดียวกับ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกลาโหม และ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
 
          ที่น่าสนใจคือ ตัวแทนภาคเกษตรกรภาคอีสานในบอร์ดการยางฯ คือ เสนีย์ จิตตเกษม นักปกครองที่เกษียณอายุราชการในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี และปักหลักทำไร่สวนเงินเวียนมา ที่เมืองอุดรฯ
 
          ยุคสมัยหนึ่ง “เสนีย์” จัดอยู่ในกลุ่มนักปกครอง “สายเนวิน” แต่สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ก็ไม่โดนเด้งเข้ากรุ เพราะสำเร็จการศึกษาจากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นสิงห์ดำรุ่น 24 สถาบันเดียวกับ ยงยุทธ วิชัยดิษฐ รมว.มหาดไทยสมัยนั้น จึงมาปิดฉากชีวิตราชการที่เมืองอุดรฯ
 
          การที่อดีตผู้ว่าฯ เสนีย์ ได้เป็นบอร์ดการยางฯ ครั้งนี้ เพราะแรงหนุนจาก “อีโต้อีสาน” ธีระชัย แสนแก้ว อดีต รมช.เกษตรและสหกรณ์ (สมัยรัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ตอนหลังย้ายค่ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย)
 
          กลางปีที่แล้ว “ธีระชัย” ถอยห่างเส้นทางการเมืองไปก่อตั้ง “สมาคมชาวสวนยางภาคอีสาน” โดยตัวเขานั่งเก้าอี้นายกสมาคม
 
          “ธีระชัย” มีศักดิ์เป็นหลานชาย อำนวย ปะติเส อดีต รมช.เกษตรฯ และปัจจุบันเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีเกษตรฯ
 
          ยิ่งยศ อุดรพิมพ์ อดีตนายก อบจ.มหาสารคาม เป็นประธานบอร์ดกองทุนฟื้นฟูฯ และเสนีย์ จิตตเกษม สิงห์สายการเมือง ได้เป็นบอร์ดการยางฯ โดยทั้งคู่มานั่งเก้าอี้ใหญ่ในนาม “ตัวแทนเกษตรกร”
 
          นี่คือสยามประเทศ อะไรก็เกิดขึ้นได้ นักการเมืองท้องถิ่นหรือนักปกครอง ก็มีบรรดาศักดิ์เป็น “อำมาตย์เกษตรกร” ได้โดยพลัน