
แนะสมัครอินเทอร์เน็ตแบงกิ้งกันถูกฉกข้อมูลทำเอทีเอ็มปลอม
แนะประชาชนสมัครอินเทอร์เน็ตแบงกิ้ง-เอสเอ็มเอสแจ้งเคลื่อนไหวในบัญชี กันถูกฉกข้อมูลทำเอทีเอ็มปลอม : สายตรวจระวังภัย
ภัยอาชญากรรมที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินมีมากมายหลายรูปแบบ ซึ่งมักจะเห็นบ่อยครั้งในคดีเกี่ยวกับทรัพย์ โดยเฉพาะคดีลักทรัพย์ จี้ชิงทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ และปล้นทรัพย์ แต่ “อาชญากรทางการเงิน” ที่นอกเหนือจากเหตุ “ลัก วิ่ง ชิง ปล้น” แล้ว ยังมีเหล่ามิจฉาชีพทั้งไทยและเทศที่จะขโมยข้อมูลจากบัตรอิเล็กทรอนิกส์สำหรับกดเงินสด หรือบัตรเอทีเอ็ม โดยจะมีอุปกรณ์ดักข้อมูลที่ช่องสอดบัตรเอทีเอ็ม หรือเป็นที่รู้จักกันว่า “เครื่องสกิมเมอร์” ก่อนนำข้อมูลที่ได้ไปทำบัตรเอทีเอ็มปลอมตระเวนกดเงินสด ตำรวจมีการกวาดล้างจับกุมมาอย่างต่อเนื่อง เป็นข่าวครึกโครมมาหลายหน แต่ปัจจุบันก็ยังมีการกระทำเช่นนี้อยู่ และยังมีการจับกุมอยู่เรื่อยๆ ยิ่งไปกว่านั้นยังมีพนักงานของธนาคารทำผิดเสียเอง ฉกข้อมูลลูกค้าแล้วไปทำบัตรเอทีเอ็มปลอมเอาไปกดเงินใช้สบายใจเฉิบ นับว่าเป็นภัยใกล้ตัวของทุกคน
ล่าสุด เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. แถลงผลงานตำรวจกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) จับกุม นายโรมาน โพมาห์ ไฮโก้ อายุ 24 ปี สัญชาติยูเครน พร้อมของกลางบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอมแปลง จำนวน 40 ใบ สามารถจับกุมได้บริเวณเครื่องกดเงินอัตโนมัติ ธนาคารกสิกรไทย ซอยลาดพร้าว 64 ย่านวังทองหลาง กทม. ซึ่งการจับกุมดังกล่าวได้รับการประสานงานจากเจ้าหน้าที่ธนาคารกรุงไทยว่ามีชาวต่างชาติ มีพฤติการณ์เป็นแก๊งสกิมเมอร์ ใน จ.ลำปาง และกระบี่ หลังจากนั้นจะตระเวนใช้บัตรเอทีเอ็มปลอมกดเงินในเขต กทม. เช่นเดียวกันกับ พล.ต.ต.สมหมาย กองวิสัยสุข รองผบช.ก. ที่แถลงผลงานของตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ที่จับกุม นายดิเรก แก้วชูเชิด อายุ 50 ปี พนักงานธนาคารทหารไทย สุดแสบที่ลักข้อมูลลูกค้าไปทำบัตรเอทีเอ็มปลอมแล้วตระเวนกดเงินย่านดอนเมือง
นายลอเรนโซ่ ทัสซาน-บัสซัท ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านปฏิบัติการ ธนาคารทหารไทย อธิบายว่า ปัญหาการคัดลอกข้อมูลเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องทั่วโลก ในไทยเองธนาคารพาณิชย์ได้พยายามแก้ปัญหานี้ โดยมีมาตรการต่างๆ ออกมาป้องกันและติดตาม เช่น ติดตั้งเครื่องป้องกันการสกิมมิ่งที่เอทีเอ็ม ตรวจสอบเครื่องเอทีเอ็มเป็นประจำเพื่อให้มั่นใจว่า ไม่มีอุปกรณ์คัดลอกข้อมูลบัตรติดอยู่ ติดตั้งกล้องวงจรปิดและร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการติดตามจับมิจฉาชีพมาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งดูแลรับผิดชอบเงินที่ถูกกดออกไปโดยมิชอบ นอกจากนี้หลายธนาคารได้ใช้เทคโนโลยีการตรวจสอบการทุจริต หรือที่เรียกว่า Fraud Monitoring System ซึ่งจะตรวจจับการทำรายการน่าสงสัยเข้าข่ายการทุจริต อาทิ การถอนเงินถี่ๆ ถอนเงินในสถานที่แปลกๆ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและสอบถามยืนยันจากผู้ถือบัตรก่อนที่จะอายัดบัตรเพื่อป้องกันมิให้มิจฉาชีพทำรายการต่อไปได้
"แม้จะมีระบบตรวจสอบแต่เหล่ามิจฉาชีพยังหาช่องทางคัดลอกข้อมูล และครั้งนี้มีเจ้าหน้าที่ของธนาคารมาเป็นมิจฉาชีพเสียเอง เพื่อเป็นการป้องกันให้แน่นหนาขึ้น ภายในปีนี้ธนาคารทุกแห่งในประเทศไทยจะต้องเปลี่ยนมาใช้บัตรแบบ “ชิพการ์ด” เพื่อป้องกันการคัดลอกข้อมูลของลูกค้า แต่ระหว่างที่ยังไม่มีระบบชิพการ์ด ขอแนะนำลูกค้าของธนาคารหรือประชาชนทั่วไป ควรดูที่เครื่องเอทีเอ็มก่อนว่าไม่มีสิ่งแปลกปลอมติดอยู่ และอยากให้ทุกท่านสมัครใช้ อินเทอร์เน็ตแบงกิ้ง, ไอโมบายแบงกิ้ง หรือ เอสเอ็มเอส เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของเงินในบัญชี ซึ่งจะทำให้ระงับยับยั้งมิจฉาชีพได้ทัน ไม่สร้างความเสียหายเพิ่มกับท่านได้อีก" ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านปฏิบัติการ ธนาคารทหารไทย กล่าวแนะนำ
"ชิพการ์ด” แท้จริงแล้วคือ บัตรที่มีการเก็บข้อมูลของผู้ถือบัตรไว้ในชิพ ที่เปรียบเสมือนคอมพิวเตอร์ขนาดจิ๋ว ปัจจุบันเทคโนโลยีชิพเป็นที่ยอมรับในระดับสากลในเรื่องของความปลอดภัย สามารถป้องกันการคัดลอกข้อมูลและทำบัตรปลอมได้อย่างมีประสิทธิภาพ และหลายประเทศทั่วโลกได้มีการใช้บัตรเครดิต บัตรเดบิต และบัตรเอทีเอ็มที่เป็นชิพการ์ดแล้ว เช่นในทวีปยุโรป ออสเตรเลีย นอกจากนี้ประเทศในกลุ่มประเทศอาเซียนเองอย่าง สิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซียก็มีการใช้ชิพการ์ดแล้วเช่นกัน



