
ใช้ออนไลน์ให้รู้ทันภัยแฝง
ใช้ออนไลน์ให้รู้ทันภัยแฝง : บทบรรณาธิการประจำวันจันทร์ที่ 15 ก.พ.2559
ปัจจุบันโลกออนไลน์ได้พัฒนาไปมากมายทำให้การสื่อสารไร้พรมแดนด้วยเทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ต แม้อยู่คนละมุมโลกก็สามารถติดต่อกันได้อย่างสะดวกสบาย ทั้งการส่งข้อมูล ภาพ เสียง ไฟล์ต่างๆ รวมทั้งวิดีโอคอลที่ทำให้คนพูดคุยกันเห็นหน้าเห็นตากันเหมือนพูดคุยกันอยู่ซึ่งหน้า แต่ความสะดวกสบายประหยัดค่าใช้จ่ายในมุมกลับกันก็อาจแฝงด้วยอันตรายจากการใช้งานที่ผิดพลาด รวมทั้งมีกลุ่มมิจฉาชีพเข้ามาใช้โลกออนไลน์เป็นช่องทางหาผลประโยชน์ผิดกฎหมายในหลากหลายรูปแบบ ซึ่งแต่ละปีมีเหยื่อจำนวนมากที่ต้องสูญเสียทรัพย์สินและมีจำนวนไม่น้อยตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมจากการลวงในอินเทอร์เน็ต ดังนั้นการใช้โลกโซเชียลจึงจำเป็นต้องป้องกันตัวให้พร้อมและระวังตระหนักถึงภัยที่ซ่อนเร้นอยู่เสมอ
กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. ได้เปิดเผยถึงคดีโรแมนซ์สแกมยิ่งมีเพิ่มมากขึ้น โดยเหล่ามิจฉาชีพทำทีมาตีสนิทขอแอดเป็นเพื่อนแล้วคุยในทำนองเข้ามาจีบ ส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารทำให้เหยื่อหลงเชื่อ จากนั้นแสร้งสร้างอุบายที่เป็นเหตุให้เหยื่อต้องโอนเงินไปให้ โดยปีที่ผ่านมามีผู้แจ้งความกว่า 80 คดี ความเสียหายมีมากถึงกว่า 150 ล้านบาท และมีแนวโน้มทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นด้วย ที่น่าแปลกใจคือผู้ที่ตกเป็นเหยื่อมักจะเป็นคนโสด อายุค่อนข้างเยอะ การศึกษาดี เป็นคนมีฐานะ ยังไม่นับรวมกลุ่มมิจฉาชีพที่หลอกลวงลงทุนในรูปแบบแชร์ลูกโซ่ทางออนไลน์ที่ยังมีอยู่จำนวนมากจนเกิดความเสียหายในแต่ละปีรวมแล้วหลายร้อยล้านบาท
นอกจากนี้ กลุ่มผู้ใช้โซเชียลมีเดียจำเป็นต้องระวังในเรื่องการเลียนแบบพฤติกรรมเพื่อโพสต์ภาพลงออนไลน์ โดยเฉพาะผู้ที่ชื่นชอบโพสต์ภาพต้องการให้มีคนกดไลค์จำนวนมาก เสมือนพยายามสร้างตัวตนในโลกอินเทอร์เน็ต อย่างกรณีเด็กนักเรียน ม.5 แอบขึ้นไปบนดาดฟ้าของห้างสรรพสินค้าที่ศรีราชา เพื่อถ่ายภาพเซลฟี่ตัวเองบนวิวสูงด้วยท่าหวาดเสียว แต่พลาดเหยียบกระเบื้องหลังคาแตกจนหล่นทะลุลงมาจากความสูง 15 เมตร ได้รับบาดเจ็บสาหัส ในขณะที่การโพสต์และแชร์ภาพถ่ายจากจุดสูงหรือหวาดเสียวกำลังเป็นที่นิยมในกลุ่มชาวเน็ต ยิ่งภาพของใครที่แสดงความหวาดเสียวกล้าบ้าบิ่นมากยิ่งได้รับการกดไลค์ท่วมท้น สะท้อนให้เห็นถึงการขาดวุฒิภาวะเพราะการถ่ายภาพลักษณะดังกล่าวเป็นอันตรายอย่างยิ่ง
การใช้ประโยชน์จากโซเชียลมีเดีย จึงเป็นสิ่งที่ตัวเราเองต้องตระหนักรู้และใช้ให้เป็นและใช้ให้เกิดประโยชน์ โดยเฉพาะก่อนโพสต์ต้องคิดให้รอบคอบ ขณะเดียวกันการรับโพสต์ข้อความหรือภาพต่างๆ ก็ต้องไตร่ตรองว่าน่าเชื่อถือเพียงใด ตัวอย่างเช่นกรณี พ.ต.อ.กระทำอัตวินิบาตกรรมผูกคอเสียชีวิต แต่โลกออนไลน์ได้แชร์ภาพผู้เสียชีวิตมีร่องรอยถูกทำร้าย แต่ตำรวจระบุแล้วว่าเป็นภาพตัดต่อไม่ใช่ภาพจริง จะเห็นได้ว่าโลกอินเทอร์เน็ตมีภัยอันตรายและภาพลวงอยู่มาก ดังนั้นหลักการระวังเบื้องต้นใช้งานอินเทอร์เน็ต คือ 1.การละเมิดลิขสิทธิ์-สิทธิส่วนบุคคล 2.เรื่องเพศออนไลน์ 3.ความน่าเชื่อถือเรื่องที่ได้รับ 4.อาชญากรรมที่แอบแฝงมา และ 5.ระวังอันตรายอย่าแห่ตามเทรนด์นิยม ถ้ามีหลักยึดไว้ย่อมไม่ผิดพลาดได้ง่าย



