คอลัมนิสต์

เตือนอย่าหลงเชื่อ'แก๊งคอลเซ็นเตอร์'ตุ๋นเงิน

เตือนอย่าหลงเชื่อ'แก๊งคอลเซ็นเตอร์'ตุ๋นเงิน

12 ก.พ. 2559

เตือนอย่าหลงเชื่อ'แก๊งคอลเซ็นเตอร์'ตุ๋นเงินยัน'จนท.รัฐ'ไม่มีโทรแจ้งชาวบ้านกระทำผิด : สายตรวจระวังภัย โดยอังสุมา ศรีดอกคำ

            หลายต่อหลายครั้งที่มีการจับกุม “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” ส่วนใหญ่มักจะเป็นแก๊งชาวไต้หวัน กับแก๊งชาวเกาหลีใต้ ที่เข้ามาตั้งฐานปฏิบัติการในประเทศไทย ซึ่งมีคนไทยร่วมขบวนการด้วย ก่อนจะโทรศัพท์ไปหลอกเอาเงินเหยื่อชาติเดียวกันโดยการโทรข้ามประเทศ วิธีการคืออ้างเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของภาครัฐ แล้วแจ้งกับเหยื่อรายนั้นๆ ว่า ตรวจสอบธุรกรรมการเงินพบกระทำความผิดฐานฟอกเงินเกี่ยวกับการค้ายาเสพติด หรือธุรกิจผิดกฎหมายต่างๆ เมื่อเหยื่อตกใจหลงเชื่อก็จะ “ตะล่อม” ให้เหยื่อโอนเงินในบัญชีที่เหลือมาเพื่อทำการตรวจสอบ เช่นเดียวกันสำหรับคนไทยที่ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ “ต้มตุ๋น” ก็จะมีคนไทยในเครือข่ายมิจฉาชีพแก๊งเหล่านี้ตั้งฐานปฏิบัติการที่ไต้หวัน หรือเกาหลีใต้ โทรมาหลอกคนไทยในรูปแบบเดียวกัน จนมีเหยื่อหลงเชื่อหลายราย สูญเงินจำนวนมากตั้งแต่หลักหมื่นจนถึงหลักล้านบาท

            แม้จะมีข่าวสารการจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลายครั้ง มีเจ้าหน้าที่ออกมาแจ้งเตือนหลายหน แต่ก็ไม่วายยังมีคนถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกเรื่อยมาจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งมีวิวัฒนาการการใช้เทคโนโลยี มีอุปกรณ์แปลงสัญญาณโทรศัพท์ ใช้เทคนิคที่ “แยบยล” เพื่อความแนบเนียนในการโทรหลอกเอาเงิน ล่าสุดมีการจับกุม นายจาน ช่าง บิน อายุ 30 ปี สัญชาติไต้หวัน สมาชิกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ระดับ “หัวแถว” โดยมี พล.ต.ต.สุธีร์ เนรกัณฐี รอง ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผบก.น.9 และ พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมพร้อมของกลางเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับเชื่อมต่ออุปกรณ์ 1 ชุด เครื่องกระจายสัญญาณระบบ 2G 3G 4G แบบ WIFI 1 ชุด เสารับสัญญาณ 8 ต้น สำหรับการแถลงข่าวก็เพื่อเป็นอุทาหรณ์ และเป็นการแจ้งเตือนประชาชนไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของแก๊งมิจฉาชีพเหล่านี้อีก
            การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2558 มีผู้เสียหายหญิงรายหนึ่ง ซึ่งประกอบธุรกิจเกี่ยวกับงานพิมพ์และงานกราฟฟิกดีไซน์ ได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สน.หลักสอง ว่า ถูกคนร้ายเป็นชายโทรศัพท์เข้ามาที่มือถืออ้างตัวเป็น พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ รองอธิบดีดีเอสไอ(ตำแหน่งในขณะนั้น) โดยอ้างกับผู้เสียหายว่า กำลังถูกตรวจสอบเงินในบัญชี เนื่องจากไปพัวพันกับคดีปลอมแปลงเอกสารและคดีฟอกเงิน จากนั้นก็มีการโอนสายไปที่คนร้ายรายอื่นๆ อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ดีเอสไอบ้าง เป็นพนักงานธนาคารกสิกรไทยบ้าง พอผู้เสียหายตื่นตระหนกหลงเชื่อก็ถือโอกาสลวงให้โอนเงินเข้าบัญชีต่างๆ จำนวน 16 ครั้ง จนสูญเงินไป 12.7 ล้านบาท แต่เมื่อผู้เสียหายตั้งสติได้จึงโทรศัพท์กลับไปที่เบอร์ต่างๆ ตามที่มีคนร้ายโทรศัพท์มาปรากฏว่า ไปติดเบอร์โทรศัพท์กลางขององค์กรต่างๆ ที่คนร้ายกล่าวอ้างจริง เมื่อตรวจสอบกับองค์กรนั้นๆ ก็ไม่ปรากฏว่ามีเจ้าหน้าที่คนไหนได้โทรหาผู้เสียหายในลักษณะนี้ จึงเข้าแจ้งความให้หาตัวคนร้ายมาดำเนินคดี

            หลังรับแจ้งความ พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.พงศ์อานันต์ คล้ายคลึง รองผบก.น.9 เป็นผู้ควบคุมดูแลคดี ก่อนตั้งคณะทำงานที่มี พ.ต.อ.พรเทพ กลิ่นอุดม ผกก.สส.บก.น.9 และ พ.ต.ท.วิเชียร เพชรเสนา รอง ผกก.สส.บก.น.9 ให้ประสานข้อมูลกับกองการต่างประเทศ และดีเอสไอ จนสืบสวนได้เบาะแสคนร้ายแก๊งนี้ ซึ่งเป็นชาวไทยไปอาศัยอยู่ที่ไต้หวัน โทรศัพท์ข้ามประเทศมาหลอกลวงเหยื่อให้โอนเงินเข้าบัญชีไปหลายราย โดยมี นายจาน ช่าง บิน ้ทำหน้าที่เดินทางเข้าประเทศไทยมากดเงินในบัญชีทั้งหมด สำหรับบัญชีต่างๆ ก็จะมีคนไทยรับจ้างเปิดบัญชีให้ ในส่วนของกลางที่เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์นั้น คนร้ายใช้แปลงสัญญาณเป็นเบอร์โทรศัพท์สำนักงานราชการและองค์กรต่างๆ เพื่อใช้สำหรับเวลาที่ผู้เสียหายติดต่อกลับจะเกิดความแนบเนียนเพิ่มขึ้น
            เกี่ยวกับเรื่องนี้ พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ ในฐานะรองอธิบดีดีเอสไอ แจ้งเตือนว่า แก๊งมิจฉาชีพเหล่านี้ทำความเสียหาย มีการแอบอ้างเจ้าหน้าที่ระดับสูงของดีเอสไอ และทำให้เหยื่อสูญเสียเงินในลักษณะถูกหลอกลวง ถือเป็น “แก๊งอาชญากรรมข้ามชาติ” ฉะนั้นอยากประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนไปถึงประชาชนหากได้รับโทรศัพท์ในทำนองนี้อย่าหลงเชื่อ เพราะข้อเท็จจริงคือไม่มีเจ้าหน้าที่รัฐโทรศัพท์ไปบอกว่าท่านกำลังกระทำความผิด พิรุธที่ชัดเจนคือการให้หมายเลขบัญชีส่วนตัวเพื่อให้ท่านทั้งหลายโอนเงินเข้ามา ดังนั้นหากมีการโทรเข้ามาดังกล่าวให้พึง “สังวร” ไว้เลยว่ากำลังจะถูกหลอก ให้รีบวางสายแล้วเข้าแจ้งความได้เลย สำหรับการรับจ้างเปิดบัญชีนั้น ก็อย่าได้หวังเพียงรายได้จากการดำเนินการเล็กๆ น้อยๆ เพราะหากบัญชีธนาคารของท่านถูกนำไปใช้ในธุรกิจผิดกฎหมาย เจ้าของบัญชีก็จะตกเป็นผู้ต้องหาร่วมกระทำความผิดไปด้วย