คอลัมนิสต์

กู้ภาพลักษณ์ชาติ

กู้ภาพลักษณ์ชาติ

11 ก.พ. 2559

กู้ภาพลักษณ์ชาติ : บทบรรณาธิการประจำวันที่11ก.พ.2559

             ถือเป็นผลงานชิ้นโบแดงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กับข่าวการทลายแก๊งปลอมหนังสือเดินทางหรือพาสปอร์ตเก๊ พร้อมทั้งจับกุมนายฮามิด เรซา จาฟารี สัญชาติอิหร่าน ผู้ต้องหาคนสำคัญในขบวนการนี้และลูกน้องรวม 6 คน มีประวัติเกี่ยวข้องกับการปลอมแปลงพาสปอร์ตมาแล้วหลายประเทศ และได้มีการยึดหนังสือเดินทางปลอมจำนวน 173 เล่ม และอุปกรณ์ทำหนังสือเดินทางปลอมอีกหลายรายการ โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวชื่นชมการทำงานของเจ้าหน้าที่ตั้งแต่ระดับนโยบายจนถึงผู้ปฏิบัติที่สามารถสร้างผลงาน สร้างเกียรติยศและศักดิ์ศรีให้แก่ตนเองและหน่วยงาน รวมถึงส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีต่อวงการตำรวจไทย และเน้นย้ำให้กวดขันเอาจริงเอาจังในการกวาดล้างมาเฟียชาวต่างชาติหรือผู้ที่มีพฤติการณ์เป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ

             ไม่เพียงแต่สื่อไทยเท่านั้น สำนักข่าวต่างประเทศหลายสำนักตีข่าวเรื่องนี้เป็นประเด็นใหญ่ โดยนายฮามิดนั้นเป็นที่รู้จักกันดีในวงการปลอมพาสปอร์ตในนาม “ดอกเตอร์” มีพฤติกรรมเป็นนักปลอมแปลงพาสปอร์ตคุณภาพสูง และปลอมแปลงพาสปอร์ตปลอมมานาน มีทั้งปลอมขึ้นมาทั้งเล่ม และปลอมบางส่วน คือ ปลอมแค่รูปถ่ายของผู้ที่จะเดินทางไปยังประเทศที่สาม แต่หนังสือเดินทางเป็นของจริงที่ไปขโมยมา ในราคาเล่มละ 5-8 หมื่นบาท ซึ่งพาสปอร์ตที่ปลอมขึ้นมานั้นมีคุณภาพสูง หรือที่เรียกว่า เกรด “AAA” หรือ “Mirror Grade” ส่งขายให้แก่ขบวนการลักลอบส่งคนไปยังประเทศที่สามในกลุ่มยุโรปโดยผิดกฎหมาย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวเอเชียใต้ ตะวันออกกลาง หรือชาวอิหร่าน ที่เป็นลูกค้า

             หากมองย้อนกลับไปเมื่อปี 2550 ย่านซอยนานา สุขุมวิท จะเป็นแหล่งปลอมแปลงหนังสือเดินทางมากที่สุด รวมทั้งแถวสถานีตำรวจนครบาลชนะสงคราม ซึ่งในแต่ละปีสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้หลายร้อยคน เเต่ปัจจุบันลดน้อยลง สาเหตุหนึ่งเป็นเพราะการปลอมแปลงหนังสือเดินทางทำได้ยากขึ้น อีกทั้งเจ้าหน้าที่มีความเชี่ยวชาญในการตรวจสอบด้วยเครื่องไม้เครื่องมือทันสมัยอย่างละเอียด แต่ก็ยังมีมือดีอย่าง “ดอกเตอร์” ที่ยังคงแกะรอยถอดแบบด้วยการใช้เทคโนโลยีในการผลิตระดับสูงเพื่อปรับโฉมหนังสือเดินทางของรัฐให้ยากต่อการตรวจสอบ แต่ก็ไม่พ้นสายตาของเจ้าหน้าที่ที่ได้ติดตามขบวนการนี้มาหลายปีจนสามารถทลายได้ยกแก๊งในบ้านย่านฉะเชิงเทรา ที่ใช้เป็นแหล่งกบดานนานถึง 25 ปี

             การปราบปรามผู้มีอิทธิพลทั้งคนไทยและชาวต่างชาติถือเป็นเรื่องสำคัญ ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติและรัฐบาลได้ประกาศเป็นนโยบายเร่งด่วนที่ข้าราชการที่ทุกภาคส่วนของสังคมต้องช่วยกันตรวจสอบ ที่ผ่านมาไทยเคยถูกประเทศสหรัฐอเมริกากล่าวหาเป็นฐานแหล่งผลิตพาสปอร์ตระดับโลก ซึ่งการจับกุมครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าแก๊งนี้เป็นชาวต่างชาติเพียงแค่ใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการผลิตเท่านั้น ดังนั้น จึงเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคนต้องร่วมมือจริงจังในการเข้มงวดตรวจตราให้อาชญากรหรือมิจฉาชีพมีที่ยืนน้อยลง ไม่เช่นนั้นประเทศจะได้รับความเสียหายอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งอันตรายจากผู้ลักลอบเข้าเมืองโดยใช้พาสปอร์ตปลอมที่อาจเป็นทั้งอาชญากรข้ามชาติ ขบวนการค้ามนุษย์ ก่อการร้าย หรือผู้ที่เข้ามากระทำผิดในรูปแบบอื่นๆ