
กวดขันจับกุม-บริการประชาชน สร้างความไว้ใจช่วยเสริมข้อมูลข่าว
กวดขันจับกุม-บริการประชาชน สร้างความไว้ใจช่วยเสริมข้อมูลข่าว : สายตรวจระวังภัย จตุรพร สุขอินทร์
ตำรวจถือเป็นข้าราชการที่มีความใกล้ชิดกับประชาชนเป็นอย่างมาก และมักจะเป็นอาชีพที่ถูกตำหนิติเตียนเป็นประจำ โดยเฉพาะในเรื่องการบริการประชาชน ดังนั้นแต่ละภาค แต่ละจังหวัดจึงมีนโยบายที่จะพยายามเข้าถึงประชาชน ใกล้ชิดประชาชนให้มากที่สุด เพราะถ้าสามารถสร้างความไว้ใจให้แก่ประชาชนได้ จะทำให้ได้เบาะแส หรือข้อมูลเกี่ยวกับอาชญากรรมต่างๆ ในพื้นที่ได้
พ.ต.ต.พิรชัช บุญภาย สว.สส.สภ.ท่ามะกา อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี มองว่าจากนโยบายของผู้บัญชาการภาค 7 มาถึงกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ที่เร่งรัด เข้มงวดการจับกุม และการบริการประชาชน โดยภาพรวมตนเป็นฝ่ายปฏิบัติในการทำงานภาคสนาม มีภาคประชาชนให้ความร่วมมือ หากประชาชนในท้องที่ไม่ให้ความร่วมมือ ไม่แจ้งเบาะแสเข้ามาต่างคนต่างอยู่ ถ้าไม่พูดไม่ตอบก็ไม่สามารถทำงานได้ ที่ผ่านมามีโครงการตำรวจมวลชนสัมพันธ์หลายโครงการสืบเนื่องต่อกันมา และยังไม่ทิ้งที่มาของการข่าว การสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน ในแง่ของการทำงานต้องลงพื้นที่เยี่ยมประชาชนคิดว่าเป็นญาติเรา มีการพูดคุยสอบถามสารทุกข์สุกดิบทั่วไป และที่สำคัญเมื่อได้รับแจ้งจากประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนมาเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ต้องลงไปจริง ประชาชนก็จะเริ่มมั่นใจว่าที่เข้ามาแจ้งเบาะแสตำรวจให้ความสนใจมาดูแลเขาจริงได้รับความเดือดร้อนก็ต้องลงไปดูแล
“เมื่อเราลงไปปฏิบัติการ เราต้องทำหน้าที่เต็มที่ เดินให้สุด อย่างเช่นการจับกุมคดียาเสพติด ก็จะต้องพยายามรวบรวมหลักฐานทุกอย่างพร้อมของกลางในคดีหลักฐานอย่างอื่น ที่จะเชื่อมโยงถึงขบวนการเครือข่ายได้ อย่างเช่น เบอร์โทรศัพท์ การโอนเงินสมุดบัญชี ธนาคารบัญชีลูกค้า กระดาษในถังขยะแม้จะถูกทิ้งในถังขยะ ก็จะต้องเก็บมาใช้ในการสืบสวนทิ้งไม่ได้ จากนั้นจะต้องมีการพูดคุยกันในชุดทำงาน รวมถึงพยานหลักฐาน ต้องทำอย่างเต็มที่ เดินให้สุดทาง” พ.ต.ต.พิรชัช ระบุ
พ.ต.ต.พิรชัช ระบุอีกว่า ในการทำงานของตำรวจต้องขยายผลในแต่ละคดีที่ถูกจับกุม ไม่ใช่ว่าจับได้ 1 เม็ด เป็นแค่ผู้เสพเท่านั้น ไม่ใช่จะต้องมีการขยายผล เพราะมีหลายคดีที่สามารถขยายผลจากเม็ดเดียว ไปจนถึงหลักพันเม็ดได้ เพราะใช้หลักในการทำงานที่จะต้อง “ตามให้สุด” นั้นเอง ไม่เพียงแต่คดียาเสพติดหมายถึงคดีอื่นๆ ก็จะต้องทำเช่นเดียวกัน แต่ที่มุ่งเน้นเรื่องยาเสพติดเพราะเป็นบ่อเกิดของอาชญากรรมหลายอย่าง เกี่ยวกับชีวิตร่างกาย ก็จะมีความเกี่ยวข้องกับยาเสพติด 80 เปอร์เซ็นต์ ที่ผ่านมาพบว่าหากตำรวจสามารถจับกุมคดีที่เกี่ยวกับยาเสพติดและอาวุธปืนได้ครั้งละจำนวนมาก ๆ ก็จะส่งผลให้คดีที่เกี่ยวกับทรัพย์ เกี่ยวกับร่างกายน้อยลงไปด้วย ถือเป็นตัวแปรที่ผกผันตามกันไปในลักษณะนี้ ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องเร่งรัดจับกุมคดีที่เกี่ยวกับยาเสพติด ถ้าเราสามารถจับกุมผู้เสพได้ คดีที่เกี่ยวกับทรัพย์จะลดลง เพราะคดีลักทรัพย์ส่วนใหญ่เกิดจากผู้เสพยา ถ้าสามารถนำตัวผู้เสพไปบำบัด หรือมีการดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด คดีเกี่ยวกับลักทรัพย์จะลดลงไปด้วย
อย่างไรก็ตามในแง่ของการข่าวแล้ว การได้มาของข่าวสามารถที่จะแจ้งโดยตรงกับทางตำรวจ หรือโทรศัพท์แจ้งผ่านทาง 191 หรือ ศูนย์วิทยุ ซึ่งถ้าหากตำรวจเข้าถึงชุมชน สามารถพูดคุยกับทางผู้นำชุมชนได้ ทางผู้ต้องหาจะไม่มีโอกาสที่จะรู้ตัวทำให้ง่ายต่อการจับกุม ส่วนวิธีการชี้ตัวนั้น ทางตำรวจมีหลักของความปลอดภัย หลักการชี้ตัว ที่จะให้ผู้เสียหายหรือพยานดู โดยที่ผู้ต้องหาไม่สามารถรู้ว่าเป็นใคร เป็นหลักตามขั้นตอนกฎหมาย



