คอลัมนิสต์

รื้อและสร้างใหม่เพื่อลดการตายกลางถนน

รื้อและสร้างใหม่เพื่อลดการตายกลางถนน

10 ก.พ. 2559

รื้อและสร้างใหม่เพื่อลดการตายกลางถนน : โลกตำรวจ โดยปนัดดา ชํานาญสุข

               งบประมาณจำนวนมากถูกใช้ไปกับการรณรงค์ประชาสัมพันธ์เพื่อให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเกิดความสนใจและตื่นตัวกับภัยใกล้ตัวที่คุกคามความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของคนไทยนานนับทศวรรษที่ผ่านมา

               เมื่อกล่าวถึงความไม่มั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินจะมีคนเพียงเล็กน้อยที่รับรู้ว่า หมายถึง ภัยที่เกิดขึ้นจากการใช้รถใช้ถนน

               อัตราการตายปีละกว่า 25,000 ศพ หรือวันละกว่า 70 ศพ ไม่ได้ทำให้สังคมตื่นตระหนกเท่าที่ควรจะเป็น ถึงแม้ว่าจะมีการสื่อสารประชาสัมพันธ์ให้รับรู้กันโดยทั่วไปว่า อัตราการตายกลางถนนของผู้ใช้รถใช้ถนนในประเทศไทยติดอันดับ 2 ของโลกก็ตาม

               ปรากฏการณ์ไม่สะทกสะเทือนเท่าที่ควรนี้ ทำให้องค์การต่างๆ ที่มีบทบาทหน้าที่รับผิดชอบไม่ปรับปรุงพัฒนานโยบายและการบริหารจัดการให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดใช่หรือไม่?

               เสาหลัก 5 ต้นตามหลักการที่นานาชาติยอมรับกันว่าเป็นหลักที่สำคัญที่จะต้องดำเนินการให้เกิดประสิทธิภาพและจะนำไปสู่ประสิทธิผลในการดำเนินงานส่งเสริมมาตรฐานความปลอดภัยทางถนนเพื่อลดคนตายและคนเจ็บคือ

               เสาต้นแรกการบริหารจัดการที่ดี

               เสาตันที่สอง การมีถนนที่ปลอดภัย

               เสาต้นที่สาม การมียานพาหนะที่ปลอดภัย

               เสาต้นที่สี่ การส่งเสริมให้มีพฤติกรรมการใช้รถใช้ถนนที่ปลอดภัย

               และเสาต้นสุดท้าย คือ เมื่อมีอุบัติเหตุทางถนนเกิดขึ้นแล้วจะต้องมีการดูแลช่วยเหลือเพื่อการรักษาพยาบาลที่มีประสิทธิภาพ

               เคยมีการประเมินผลอย่างจริงจังตรงไปตรงมาตามหลักวิชาการหรือไม่ว่า ความล้มเหลวไร้ประสิทธิภาพในการปกป้องชีวิตและทรัพย์สินที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องนานนับทศวรรษในประเทศไทยนั้น แท้ที่จริงแล้วมาจากกลไกการทำงานที่อ่อนแอของเสาต้นไหน ?

               ความกล้าหาญในการประเมินผล และการคิดใหม่ ทำใหม่ เพื่อปรับรื้อและสร้างใหม่เพื่อให้กลไกการทำงานเป็นไปอย่างบูรณาการที่แท้จริง ตรงเป้าหมาย และสอดรับไปด้วยกันอย่างมืออาชีพ รวมถึงการให้เกียรติและเคารพในบทบาท หน้าที่ ความผิดชอบที่แต่ละองค์กรต่างมีภารกิจโดยไม่ผลักภาระ หรือเพ่งโทษ แต่หันหน้าเข้าหากันเพื่อกำหนดยุทธศาสตร์ ยุทธวิธีในการทำงานร่วมกันโดยไม่มุ่งหวังเพียงแค่ผลงาน หรือผลประโยชน์เฉพาะองค์กรฝ่ายตน อาจจะเป็นก้าวแรกที่สำคัญ เพื่อให้เกิดการทำงานร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ อันจะนำไปสู่ประสิทธิผลในการลดจำนวนอุบัติเหตุทางถนน ลดจำนวนคนตาย และคนบาดเจ็บได้ โดยคนทำงานทุกคนรู้สึกว่า เขาคือเจ้าของผลงาน คือคนสำคัญคนหนึ่ง คือคนที่มีบทบาทสำคัญในกลไกการขับเคลื่อนเปลี่ยนแปลงการเจ็บการตายบนถนนให้ลดลงอย่างมีประสิทธิภาพ

               หากกล่าวว่า เหลือเวลาอีกไม่กี่เดือนจะถึงห้วงเวลานับศพ(อีกแล้ว)ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ก็จะสะท้อนให้ปรากฏการณ์ตื่นตัวทางนโยบายเฉพาะช่วงเทศกาลเหมือนอย่างที่ผ่านมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า

               เพียงแค่ถามว่า มีใครกล้ายืนยันหรือไม่ว่า ข้อมูลการเจ็บการตายกลางถนนจากอุบัติเหตุทางถนนเชื่อถือได้​? แค่นี้คงจะพอตอบได้ว่า เสาต้นไหนที่ควรจะต้องพิจารณาปรับรื้อและสร้างใหม่เสียที

               ไหนๆ ก็มีการพยายามปฏิรูปองค์กรต่างๆ อย่างมากมายแล้ว...ลองทบทวนอุบัติการณ์ด้านนโยบายเรื่องอุบัติเหตุทางถนนอย่างจริงจังบ้าง น่าจะเป็นบุญกุศลไม่น้อย!!!!