
ชุดจู่โจมสน.โชคชัยกวดขันพื้นที่ยามค่ำคืนป้องอาชญากรรม
ชุดจู่โจม สน.โชคชัย กวดขันพื้นที่ยามค่ำคืน ป้องอาชญากรรม-จับภัยสังคม : สายตรวจระวังภัย โดยอังสุมา ศรีดอกคำ/กรกมล อักษรเดช
จากนโยบาย พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. และ พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.น.4 ให้ ทุก สน. ป้องกันปราบปราม เน้นตรวจค้นยานพาหนะและบุคคลต้องสงสัย เพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมในพื้นที่ สร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยเฉพาะเวลาค่ำคืน หรือช่วงยามวิกาล เป็นเวลาที่ประชาชนเสี่ยงถูกมิจฉาชีพก่อเหตุ “ลัก วิ่ง ชิง ปล้น” หรืออาจเรียกได้ว่าช่วงเวลา “ดาวโจร” จึงทำให้ สน.โชคชัย ที่อำนวยการโดย พ.ต.อ.ชัยรพ จุณณวัตต์ ผกก.สน.โชคชัย สั่งการให้กวดขันออกตรวจพื้นที่อย่างเคร่งครัดในช่วงเวลาค่ำคืน
ด้วยเหตุนี้ พ.ต.ท.พรทวี สมวงค์ รองผกก.ป.สน.โชคชัย จึงสนองนโยบายโดยฝ่ายป้องกันปราบปราม จัด “ชุดจู่โจม” ออกตรวจพื้นที่จุดเสี่ยงจุดล่อแหลมยามค่ำคืนเพื่อเฝ้าระวังป้องกันเหตุ และกวดขันปราบปรามไปในคราวเดียวกัน ซึ่งมี พ.ต.ต.วิศิษฎ์ ศรียาภัย สวป.สน.โชคชัย และ ร.ต.อ.มนตรี ศรีวัฒนฤทธิ์โจม รองสวป.สน.โชคชัย เป็นหัวหน้าชุด นำกำลังออกตรวจพื้นที่ทุกวัน พร้อมนำสโลแกน “รุก รบ จบเร็ว” ของ พล.ต.ท.สานิตย์ ไปใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ด้วย และผลจากการดำเนินการของชุดจู่โจม สน.โชคชัย เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาก็สามารถจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุจี้ชิงทรพย์ต่อเนื่อง 2 คดี ในพื้นที่ สน.บึงกุ่ม และ สน.ลาดพร้าว แล้วหลบหนีเข้ามาในพื้นที่ สน.โชคชัย โดยชุดจู่โจมได้จับกุม นายคีม (นามสมมติ) อายุ 17 ปี ภายหลังร่วมกับเพื่อนที่หลบหนีไปได้ก่อเหตุใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะตระเวนใช้อาวุธปืนและมีดจี้ชิงทรัพย์ในพื้นที่ สน.บึงกุ่ม และ สน.ลาดพร้าว ต่อเนื่องกัน ซึ่งมีผู้เสียหายถูกก่อเหตุดังกล่าวจำนวน 2 คน
พ.ต.ท.พรทวี บอกว่า ชุดจู่โจมออกตรวจพื้นที่รับผิดชอบ ระหว่างปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณซอยโยธินพัฒนา แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กทม. ก็พบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีน้ำเงิน-ขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน มีผู้ขับขี่เป็นชายสองคนสวมหมวกนิรภัยแบบเต็มใบ มีลักษณะต้องสงสัยน่าจะก่อเหตุร้าย จึงเข้าไปแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่เพื่อขอตรวจค้น แต่พอชายทั้งสองคนเห็นเจ้าหน้าที่จึงขับรถจักรยานยนต์หลบหนี เจ้าหน้าที่จึงไล่ติดตามไปจนถึง ถนนทาวน์อินทาวน์ และควบคุมตัวคนซ้อนท้ายได้ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี ถือเป็นการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพของชุดจู่โจม เนื่องจากติดตามจับกุมคนร้ายได้ทันควันหลังก่อเหตุ ยิ่งไปกว่านั้นผู้เสียหายยังได้ทรัพย์สินกลับคืนด้วย
“จุดสำคัญที่ทำให้จับกุมคนร้ายได้คือความช่างสังเกตของชุดจู่โจม ที่หูตาไวเห็นพิรุธของคนร้าย จนนำไปสู่การขอตรวจค้น และจากการสังเกตจับพิรุธของบุคคลต้องสงสัยนี้ก็ทำให้ชุดจู่โจมจับกุมอากับหลานร่วมกันค้ายาบ้า โดยระหว่างชุดจู่โจม สน.โชคชัย ออกตรวจพื้นที่รับผิดชอบ ก่อนจะปฏิบัติการตรวจค้นรถจักรยานยนต์และบุคคลต้องสงสัยในยามวิกาล เพื่อป้องกันเหตุอาชญากรรม โดยเฉพาะเหตุวิ่งราวทรัพย์ ที่มักเกิดขึ้นบ่อยในพื้นที่ก่อนหน้านี้ จากนั้นได้เรียกตรวจรถจักรยานยนต์ ที่มีนายณัฐพล ไตรประวัติ อายุ 26 ปี เป็นผู้ขับขี่มาภายในซอยสังคมสงเคราะห์ ถนนลาดพร้าว แขวงและเขตลาดพร้าว กทม. ทันทีที่ตรวจค้นก็ออกท่าทางมีพิรุธต้องสงสัย กระทั่งค้นพบยาบ้า จำนวน 6 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ เมื่อขยายผลก็สามารถจับ นายชัยวัฒน์ ไตรประวัติ หรือโย่ง อายุ 41 ปี ซึ่งมีศักดิ์เป็นอาของนายณัฐพล พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 3,168 เม็ด” พ.ต.ท.พรทวี กล่าว
ทั้งนี้ คดีจี้ชิงทรัพย์และปัญหายาเสพติด ถือว่าเป็น “พิษร้าย” บั่นทอนความสงบปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผู้คนในสังคม นอกจากจะมีเจ้าหน้าที่สายตรวจเปิดไฟวับวาบในการออกตรวจตามถนน ตรอก ซอกซอย ที่เป็นจุดล่อแหลมในพื้นที่แล้ว ชุดจู่โจมเคลื่อนที่เร็ว ก็ถือเป็นอีก “อาวุธเด็ด” ที่จะช่วยป้องกันและปราบปรามปัญหาอาชญากรรมในรูปแบบต่างๆ ได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม การทำหน้าที่ของตำรวจแต่ละชุดจะคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก ปฏิบัติตามแผนยุทธวิธีอยู่เสมอ



