คอลัมนิสต์

ต้องยอมรับประชามติ

ต้องยอมรับประชามติ

08 ก.พ. 2559

ต้องยอมรับประชามติ : บทบรรณาธิการประจำวันที่8ก.พ.2559

              รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญมีผลใช้บังคับกับทุกคนโดยเท่าเทียมกัน ทุกองค์กรและประชาชนต้องให้ความเคารพและปฏิบัติตามที่เนื้อหาของรัฐธรรมนูญกำหนด ดังนั้นการกำหนดให้มีการทำประชามติจึงเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะร่างรัฐธรรมนูญของคณะกรรมการร่างฯ ที่อยู่ในกระบวนการรับฟังความคิดเห็นขณะนี้ มีจุดมุ่งหมายในการแก้ไขความขัดแย้งที่ฝังลึกมายาวนานจนถึงรุนแรงขึ้นนั้น มาจากการทุจริตคอร์รัปชั่นของภาครัฐ ที่ฝ่ายการเมืองแย่งชิงกันเพื่อจะเข้าบริหารงบประมาณและทุจริตคอร์รัปชั่นโครงการต่างๆ เพราะยึดเอาแต่ผลประโยชน์ส่วนตัวและพวกพ้องเป็นที่ตั้ง มีการใช้ความรู้และพวกมากลากไปกรุยทางไปสู่ผลประโยชน์ทับซ้อนในทุกรูปแบบ ทำลายหลักนิติรัฐ นิติธรรม รวมไปถึงกระบวนการยุติธรรม จนประเทศอยู่ในสภาวะล้มเหลว

              นับจากนี้ไปจนถึงการลงประชามติจึงเป็นช่วงเวลาสำคัญว่าทิศทางการเมืองไทยจะมีรูปร่างหน้าตาออกมาเป็นแบบไหน จึงเป็นธรรมดาที่แต่ละภาคส่วนที่มีส่วนเกี่ยวข้องจะออกมาแสดงความคิดเห็นต่อเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญนี้ ยิ่งเนื้อหาที่เป็นประโยชน์กับตนเองน้อยลงคณะผู้จัดทำก็จะถูกโจมตีจากบุคคลกลุ่มนี้หนักขึ้น ซึ่งช่วงนี้ดูจะหนักหนาเป็นพิเศษไม่เว้นแม้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ และรัฐบาลเองก็ยังถูกกล่าวหาใช้ทุกกลไก ทั้งสื่อของรัฐ หน่วยราชการทั้งพลเรือนและฝ่ายความมั่นคง กระทำการทุกอย่างรวมทั้งปิดกั้นฝ่ายตรงข้ามที่เห็นต่างเพื่อให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติ ทั้งที่กระบวนการทำประชามตินั้นต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมและตัดสินใจโดยอิสระ ซึ่งเป็นหลักการพื้นฐานของการทำประชามติ

              หากมองย้อนกลับจุดประสงค์ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติในการจัดทำรัฐธรรมนูญก็เพื่อเป็นกลไกที่จะแก้ไขวิกฤติชาติ และได้วางหลักเกณฑ์เหล่านี้ส่งไม้ให้คณะกรรมการร่างฯ เป็นผู้จัดทำยึดความเหมาะสมต่อสภาพของสังคมไทยเป็นหลัก ป้องปรามกลุ่มการเมืองใช้เสียงข้างมากลากไปแก้ไขอย่างง่ายดายเหมือนเหตุการณ์ในอดีต โดยทำการอุดช่องโหว่ของรัฐธรรมนูญที่ผ่านๆ มา เสริมสร้างให้เกิดความเข้มแข็งขึ้นในองค์กรอิสระเพื่อการตรวจสอบ โดยคณะกรรมการร่างฯ เองก็เหน็ดเหนื่อยและเครียดกับการทำงานครั้งนี้ ที่จะต้องชี้แจงเป้าหมายของการดำเนินงานทั้งหมดเพื่อให้เกิดกติกาที่เคร่งครัด รวมถึงการปรับเปลี่ยนเนื้อหาเพื่อเป็นการผ่อนคลายให้รัฐธรรมนูญเป็นที่ยอมรับได้ของคนในสังคม

              พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้ารักษาความสงบแห่งชาติ ประกาศชัดเจนที่จะให้ทุกอย่างเดินหน้าไปตามโรดแม็พและเงื่อนเวลาที่กำหนดไว้ โดยจะมีการเลือกตั้งในราวเดือนกรกฎาคม 2560 ทุกฝ่ายก็รับลูก แต่กระนั้นโพลล์จากหลายสำนักก็ระบุตรงกันว่าประชาชนส่วนใหญ่ต้องการรัฐธรรมนูญมาตรฐานสากลและเป็นประชาธิปไตย ไม่ปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นของประชาชน จึงเป็นเรื่องที่น่าจับตาถึงการประชุมตัวแทนรัฐบาลกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อเตรียมความพร้อมในการทำประชามติทั้งในเรื่องของหลักเกณฑ์ ข้อห้ามต่างๆ รวมถึงการกำหนดโทษผู้ขัดขวาง ในวันพุธที่ 10 กุมภาพันธ์นี้ ว่าจะมีขอบเขตของการรณรงค์รับหรือไม่รับรัฐธรรมนูญนั้นจะออกมาเป็นแบบไหน โดยความเห็นต่างนี้ต้องปราศจากความรุนแรงและยอมรับได้ของทุกฝ่าย เรื่องนี้ต้องมีความชัดเจน