
เตรียมความพร้อมก่อนปล่อย'อบรมผู้ต้องขัง1,000คนคืนสู่สังคม
โครงการ'เตรียมความพร้อมก่อนปล่อย'อบรมผู้ต้องขัง1,000คนคืนสู่สังคม : สายตรวจระวังภัย อริย์ธัช พรอัศวโยธิน
ทุกครั้งที่มีการปล่อยตัวผู้ต้องขังออกจากเรือนจำ มักทำให้ประชาชนเกิดความหวาดระแวง วิตกกังวลเกรงว่าผู้ต้องขังเหล่านี้เมื่อพ้นโทษออกมาแล้วจะมาก่ออาชญากรรมเพิ่มขึ้น ทำให้กรมราชทัณฑ์ได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว และพยายามสร้างความเข้าใจต่อประชาชนว่า ผู้ต้องขังเหล่านี้เมื่อกลับคืนสู่สังคมจะไม่กลับมาสร้างปัญหาหรือก่อคดีอีก เพราะทุกเรือนจำจะมีการอบรมกลั่นกรองผู้ต้องขังและเรียกผู้อุปการะหรือผู้ปกครองมาทำความเข้าใจ และตรวจสอบถึงครอบครัว ความเป็นอยู่ ความพร้อมต่างๆ เพื่อคัดกรองผู้ต้องขังทุกคนให้เข้าหลักสูตรการอบรมก่อนที่จะมีการปล่อยออกสู่สังคม
ผู้ต้องขังทุกรายจะมีการจำแนกลักษณะเพื่อศึกษาหาข้อมูลรายละเอียดต่างๆ ในการวางแผนปฏิบัติต่อผู้ต้องขังเป็นรายบุคคล ต่อจากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการอบรมแก้ไขและฟื้นฟูจิตใจ จนกระทั่งเมื่อใกล้พ้นโทษ กรมราชทัณฑ์จึงได้จัดโครงการ “เตรียมความพร้อมก่อนปล่อย” เพื่อเน้นการแก้ไขฟื้นฟู พัฒนา พร้อมทั้งส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน ชุมชน องค์กร ภาครัฐและเอกชน ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขฟื้นฟู และพัฒนาผู้ต้องขังให้กลับตัวเป็นคนดีของสังคม
เรือนจำกลางนครปฐม จัดให้มีการเยี่ยมญาติใกล้ชิด ให้ผู้อุปการะผู้ต้องขัง ได้มีโอกาสเข้าพบและพูดคุยกับเจ้าหน้าที่คุมประพฤติจังหวัดนครปฐม เพื่อชี้แจงให้ความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อุปการะและผู้ต้องขังที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อแก้ไขฟื้นฟูและพัฒนาผู้ต้องขังอย่างเป็นระบบตามหลักสูตรเตรียมการก่อนปล่อยแบบเข้มข้น ก่อนเข้าสู่ระบบเตรียมความพร้อมก่อนปล่อย ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 15 กุมภาพันธ์-15 มิถุนายน 2559 นี้
นายเกียรติศักดิ์ เวชวงศ์วาน ผู้บัญชาการเรือนจำกลางนครปฐม กล่าวว่า โครงการนี้เรียกว่า โครงการเตรียมความพร้อมก่อนปล่อย มีการเชิญญาติ ที่เป็นผู้อุปการะ ที่ยื่นความประสงค์จำนงว่าจะเป็นผู้อุปการะ มาพบมาคุยกับข้าราชการของเราและผู้ต้องขังที่จะเข้าโครงการ และพนักงานคุมประพฤติด้วย เพราะว่าเราต้องช่วยกันดู เมื่อเข้าโครงการนี้แล้ว เรือนจำมีหน้าที่อบรมเขาในหลักสูตรต่างๆ มากมาย แล้วเมื่อปล่อยออกไปแล้วก็ต้องให้ญาติช่วยกันดูอีกชั้นหนึ่ง ต้องมั่นใจเลยว่า กลุ่มนี้ กลุ่มแรกที่ปล่อยออกไปจะต้องมีงานทำ และที่สำคัญที่สุดเลยก็คือจะต้องไม่ไปกระทำความผิดซ้ำอีก ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก
“สำคัญที่สุดคือ ต้องคืนคนดีสู่สังคมให้ได้ คนกลุ่มนี้ออกไปแล้วก็ต้องไม่สร้างปัญหาให้แก่สังคม โครงการนี้ใช้เวลา 4 เดือน เริ่มตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ รายละเอียดของโครงการก็จะเป็นเรื่องของศาสนา มีวิปัสสนา นั่งสมาธิ อบรมธรรมะศึกษา โดยใช้หลักสูตรของหลวงพ่อวิริยังเข้ามาช่วยในโครงการสังอาสาสมาธิ ให้เขาสวดมนต์เช้า-เย็น และให้ความรู้ในเรื่องของอาชีพ การฝึกอาชีพระยะสั้น เช่น ในการช่างต่างๆ เมื่อมีความรู้ก็จะสามารถไปประกอบอาชีพได้ สุดท้ายเป็นเรื่องการฝึกวินัย ให้รู้จักการปฏิบัติตัว การใช้ชีวิตอยู่ร่วมในสังคมอย่างมีระเบียบ และสงบสุข เมื่ออบรมเรียบร้อยแล้ว ทุกคนจะได้กลับบ้าน” นายเกียรติศักดิ์ ระบุ
เรือนจำกลางนครปฐมนับว่าเป็นอีกศูนย์หนึ่งในจำนวน 12 ศูนย์ทั่วประเทศ ที่ดำเนินโครงการนี้ ซึ่งในศูนย์จะรองรับผู้ต้องขังที่จะเข้าร่วมโครงการเป็นจำนวน 1,000 คน คาดว่าโครงการนี้จะประสบความสำเร็จ 95-100 เปอร์เซ็นต์ เพราะว่ากลุ่มผู้ต้องขังชุดแรกคือคนที่ได้รับการกลั่นกรองและมีความพร้อมจริงๆ ที่จะออกไปสู่โลกภายนอกได้และมีญาติคอยเป็นพี่เลี้ยงดูแลอย่างใกล้ชิดเมื่อพ้นจากเรือนจำไปแล้ว



