
ขายปืนเถื่อนผ่านเฟซบุ๊กระบาดตำรวจเร่งกวาดล้าง
ขายปืนเถื่อนผ่านเฟซบุ๊กระบาด ตำรวจเร่งกวาดล้าง : สายตรวจระวังภัย
ความรุนแรงการใช้อาวุธปืนก่อเหตุอาชญากรรม ไม่ว่าจะเป็นการจี้ชิงทรัพย์ หรือการทะเลาะวิวาททำร้ายร่างกาย นับวันยิ่งเห็นปรากฏเป็นข่าวถี่ขึ้น อาทิ ปัญหา “นักเรียนนักเลง" มีความบาดหมางต่างสถาบันก่อเหตุไล่ยิงคู่อริได้รับบาดเจ็บล้มตาย บ้างก็มีชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ได้รับผลกระทบถูกลูกหลงจากการใช้ความรุนแรงด้วยอาวุธปืน จนทำให้เสียทรัพย์ บาดเจ็บ หรือเสียชีวิต ไม่วายที่คนในสังคมจะตั้งคำถามว่า อาวุธปืนและกระสุนหาซื้อกันง่าย ซึ่งคงเป็นเช่นนั้นจริงๆ เพราะ “วิวัฒนาการ” เทคโนโลยีการสื่อสารแบบออนไลน์ ทำให้ง่ายต่อการติดต่อซื้อขายปืนเถื่อนบนโลกอินเทอร์เน็ตอย่าง “เฟซบุ๊ก” ที่ทุกคนทุกเพศทุกวัยเข้าถึง ซึ่งอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่กลุ่มวัยรุ่น นักเรียน นักศึกษา หาซื้อได้ง่ายอย่างที่ถูกตั้งข้อสังเกต
เหตุการณ์ความรุนแรงจากการใช้อาวุธปืนส่วนใหญ่จะปรากฏเป็นข่าวจากเหตุในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) และพื้นที่ปริมณฑล เพราะมีผู้คนต่างพื้นที่ ต่างชาติพันธุ์มารวมตัวอยู่ในเมืองหลวงอย่างกรุงเทพมหานครและพื้นที่รอยต่อ ทั้งประกอบอาชีพและศึกษาเล่าเรียน ขณะเดียวกันก็เป็นที่ทราบกันดีว่า มีสถาบันการศึกษาในกลุ่มอาชีวะหลายสถาบัน หลายพื้นที่ ตั้งตนเป็นคู่อริมาช้านาน อาจสืบทอดจาก “หัวโจกรุ่นพี่” ที่ “ปลูกฝังค่านิยม” แบบผิดๆ แต่ตำรวจในฐานะผู้รักษากฎหมายก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยเฉพาะการตรวจค้นจับกุมอาวุธปืน หนึ่งในต้นตอของปัญหาความรุนแรง ซึ่งเดือนมกราคม ที่ผ่านมา มีเหตุการณ์อย่างน้อย 2 ครั้ง ที่อาวุธปืนในการก่อเหตุถูกซื้อผ่านทางอินเทอร์เน็ต นับตั้งแต่ช่วงต้นเดือนมกราคม นักเรียนคู่อริต่างสถาบันย่านบางกะปิไล่ยิงกัน จนพลาดไปถูกเยาวชนอายุ 15 ปี ซึ่งเป็นเด็กยอดกตัญญูเสียชีวิต ถัดจากนั้นมาไม่นานช่วงกลางเดือนก็มีเหตุการณ์หนุ่มบุกเดี่ยวใช้ปืนจี้ธนาคารกรุงไทยย่านบางขุนเทียน เมื่อถูกจับได้ก็สารภาพว่า ปืนที่ใช้ก่อเหตุได้สั่งซื้อผ่านเฟซบุ๊ก
พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. ในฐานะ “แม่ทัพสีกากีนครบาล” ได้กำชับให้ตำรวจทุกหน่วยงาน ทุกท้องที่ในสังกัด บช.น. เร่งสืบสวนขยายผลการจับอาวุธปืน เพื่อกวาดล้างแหล่งขายปืนเถื่อนบนโลกออนไลน์ เพราะเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย เป็นการบ่อนทำลายความสงบ ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน กระทั่งเมื่อช่วงค่ำวันที่ 22 มกราคม พ.ต.ท.พันดาว ดำขำ สว.กก.สส.1 บก.สส.บช.น. ได้นำกำลังจับกุมสองสามีภรรยา คือ นายณัฐพร สุขเกษม อายุ 20 ปี และ น.ส.สกาวเดือน สืบสำราญ อายุ 20 ปี ที่เปิดเฟซบุ๊กขายปืนเถื่อน พร้อมของกลางอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ (ปืนปากกา) 1 กระบอก
พ.ต.ท.พันดาว เปิดเผยว่า เนื่องจากได้รับแจ้งจากสายลับว่า สามารถล่อซื้ออาวุธปืนทางอินเทอร์เน็ต จากเพจเฟซบุ๊กชื่อ “ขายปืนปากกา ราคาถูก” ทางฝ่ายสืบสวนจึงติดต่อขอซื้อปืนปากกาจาก น.ส.สกาวเดือน จำนวน 1 กระบอก ราคา 800 บาท เมื่อนัดส่งมอบของก็แสดงตัวจับกุมได้พร้อมนายณัฐพร ซึ่งเป็นคนผลิต โดยทั้งคู่ขายปืนปากกาในอินเทอร์เน็ตมากว่า 1 ปี ราคากระบอกละ 800-1,000 บาท ซึ่งปกติจะให้ลูกค้าสั่งซื้อและโอนเงินมาให้จึงจะส่งอาวุธปืนไปให้ทางไปรษณีย์ ส่วนความรู้เรื่องการทำปืนปากกา เพราะนายณัฐพรเคยเรียนช่างกลึงที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง จึงเอาความรู้มาผลิตปืนปากกาขาย
ต่อมาวันที่ 29 มกราคม ที่กองกำกับการสายตรวจและกองบังคับการตำรวจปฏิบัติการพิเศษ (191) พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ ผบก.สปพ. พร้อม พ.ต.อ.สำราญ นวลมา ผกก.สายตรวจ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สายตรวจ ได้แถลงผลการจับกุม นายสุพจน์ สุขเอี่ยม อายุ 28 ปี พร้อมของกลางอาวุธปืนพกสั้น ขนาด 9 มม. ยี่ห้อซีแซด รุ่นคอมแพ็ก พร้อมหมายทะเบียน 1 กระบอก แม็กกาซีน 2 แม็ก ภายหลังนายสุพจน์ประกาศขายปืนดังกล่าวผ่านทางเฟซบุ๊ก ใช้ชื่อว่า “เอกชัย โจ้ เป็ดพะโล้ เจริญจิตร” ซึ่งประกาศขายปืนพร้อมให้เบอร์โทรศัพท์มือถือเอาไว้ เจ้าหน้าที่จึงนัดหมายเพื่อล่อซื้อแล้วจับกุม ก่อนที่นายสุพจน์จะรับสารภาพว่า ขายปืนในเฟซบุ๊กชื่อดังกล่าวจริง และยังมีเฟซบุ๊กอีกหนึ่งชื่อที่ใช้ขายปืนคือ “เบสแมน กัปตัน ฟรั้งกี้” และเคยทำเช่นนี้มาแล้ว 2-3 ครั้ง เมื่อประมาณ 3 ปีที่แล้ว
จะเห็นได้ว่า เมื่อตำรวจเอาจริงเอาจังกับการปราบปราม ก็สืบสวนจับกุมได้ไม่ยากนัก หลังจากนี้น่าจะมีการสืบสวนขยายผลจับกุมแหล่งขายปืนเถื่อนบนโลกออนไลน์อยู่เรื่อยๆ ขณะเดียวกัน พล.ต.ท.ศานิตย์ ก็อยากขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนที่ท่องอินเทอร์เน็ต หากพบเจอเพจเฟซบุ๊ก หรือเว็บไซต์อื่นๆ ที่มีลักษณะประกาศขายปืน ช่วยแจ้งเบาะแส สำหรับการสืบสวนจับกุม เพื่อยุติการแพร่ระบาด ลดความรุนแรง สร้างความสงบปลอดภัยให้สังคม เพราะลำพังตำรวจอาจไม่ได้เป็น “สายตรวจไซเบอร์” ได้ตลอดเวลา



