
อาเซียนกับกลุ่มก่อการร้าย
อาเซียนกับกลุ่มก่อการร้าย : บทบรรณาธิการประจำวันที่27ม.ค.2559
มีข่าวออกมาเป็นระยะเกี่ยวกับกลุ่มก่อการร้ายที่มีการเคลื่อนไหวและโจมตีประเทศในภูมิภาคเอเชียมากขึ้น ที่เป็นประเด็นขึ้นมาเพราะมีกระแสข่าวว่ากลุ่มก่อการร้ายไอซิส (ISIS) เข้ามาเคลื่อนไหวในประเทศไทย ข่าวชิ้นนี้ดูเหมือนจะถูกมองข้ามไป เพราะคนไทยไม่ได้รู้จักหรือพบกับความรุนแรงเหมือนกับในหลายประเทศที่ตกเป็นเป้าหมาย อย่างล่าสุดกลุ่มติดอาวุธเข้าโจมตีประเทศอินโดนีเซีย จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บมากมาย ประเด็นสำคัญของข่าวการเคลื่อนไหวนี้ ย่อมเป็นที่จับตาของฝ่ายความมั่นคงของบ้านเราอย่างแน่นอน เพียงแต่การรับรู้สาธารณะนั้น ยังไม่มีเป็นทางการ ด้านหนึ่งอาจเป็นเพราะไม่อยากให้สังคมแตกตื่น อีกเหตุผลหนึ่งอาจมีข้อมูลไม่ชัดเจนนัก แต่กระแสที่ออกมาทั่วโลกพบว่า กลุ่มไอซิสใช้นโยบายเข้าไปจับมือกับกลุ่มก่อการร้ายในพื้นที่ จนส่งผลให้สถานการณ์การก่อการร้ายโลกน่ากลัวขึ้นไปอีก แม้จนถึงขณะนี้ข่าวที่เกี่ยวเนื่องกับการก่อการร้ายจะเริ่มซาลงแต่ประมาทไม่ได้เด็ดขาด
ผลกระทบโดยตรง?ต่อความมั่นคงในภูมิภาคนี้ก็อยู่ที่ความเป็นอาเซียน ที่มีผลเป็นรูปธรรมบ้างแล้ว การเลื่อนไหลของคนนับร้อยล้านคนที่อยู่ในกรอบสมาชิก ไม่ว่าเรื่องการท่องเที่ยว เศรษฐกิจ สังคม อุตสาหกรรม จึงต้องแยกส่วนของกลุ่มคนให้ชัด จะต้องไม่ลืมว่า ครั้งหนึ่งประเทศไทยก็เคยเกิดเหตุการณ์ลอบวางระเบิดที่ศาลพระพรหม ราชประสงค์ มีคนตาย บาดเจ็บมากมาย เป็นเหตุการณ์ครั้งประวัติศาสตร์ด้านความรุนแรงเลยด้วยซ้ำ มีงานวิจัยศึกษาอยู่หลายชิ้นที่พยายามโยงกลุ่มก่อการร้ายทั่วโลกเข้าหากัน ซึ่งก่อนหน้านี้ความเป็นไปได้ยังไม่ชัดเจน เพราะมีความต่างด้านศาสนา วัฒนธรรม ชีวิตความเป็นอยู่ แต่ ณ ปัจจุบัน แนวโน้มการก่อการร้ายอาจมีความร่วมมือระหว่างกัน โดยผ่านช่องทางการสื่อสารที่มีอยู่มากมาย ผลประโยชน์ที่ต่างกลุ่ม ต่างฝ่ายจะได้รับ และแน่นอนเป้าหมายคือ การโจมตี ล้างแค้น กลุ่มประเทศมหาอำนาจที่มีพี่ใหญ่อย่างสหรัฐอเมริกาเป็นหลัก ประเทศไทยย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะถือเป็นพันธมิตรสำคัญในภูมิภาคนี้
อดีตประเทศไทยเคยจับกุมแกนนำก่อการร้ายคนสำคัญอย่าง ฮัมบาลี กลุ่มเจมาห์ อิสลามิยาห์ ส่งให้สหรัฐอเมริกา ย่อมสร้างความเจ็บแค้นให้แก่พลพรรคผู้ภักดี ถึงแม้ทางการไทยจะควบคุมสถานการณ์ไว้ได้รอดพ้นจากการโจมตี แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า กลุ่มก่อการร้ายจะเลิกราไปง่ายๆ คนจ้องจะทำย่อมมีโอกาสมากกว่าคนที่คอยตั้งรับ ดังนั้นรัฐบาลต้องให้ความสำคัญ ฝ่ายความมั่นคงต้องเกาะติดสถานการณ์ เพราะจากนี้ไปทั้งสถานการณ์ทางการเมืองบ้านเรา ความร่วมมือในกลุ่มประชาคมอาเซียนผ่านช่องทางการค้า สังคม ย่อมส่งผลต่อเศรษฐกิจโดยรวมของภูมิภาค การลงทุนจากภาคธุรกิจประเทศมหาอำนาจ ต้องสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว แผนการโจมตีของกลุ่มก่อการร้ายคงหลีกไม่พ้นตกเป็นเป้าหมาย ดังนั้นนอกจากการรวมตัวด้านเศรษฐกิจ สังคม การค้าแล้ว ความร่วมมือด้านความมั่นคง ข้อมูลข่าวสารต่างๆ ต้องรวมเป็นหนึ่งเดียวเพื่อให้ทุกประเทศได้รับข้อมูลไปในทิศทางเดียวกัน กลไกตรงนี้จะเป็นหน่วยงานใดงานหนึ่งหรือประเทศใดประเทศหนึ่งไม่ได้ ต้องมีกลไกที่ทำงานร่วมกันอย่างจริงจัง ไม่งั้นจะกลายเป็นจุดอ่อนให้กลุ่มก่อการร้ายใช้จังหวะช่องว่างสร้างสถานการณ์ได้ทันที



