
ตร.เข้มรับมืออาชญากรรมข้ามชาติ-รองรับเออีซี
ตร.เข้มรับมืออาชญากรรมข้ามชาติ-รองรับเออีซี : สายตรวจระวังภัย โดยเจษฎา จันทรรักษ์
เนื่องจากปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวต่างชาติหลั่งไหลเข้าสู่ประเทศไทยวันละไม่ต่ำกว่า 7 หมื่นคน ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) จึงต้องกำหนดมาตรการที่เข้มงวดกวดขันในการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้กับนักท่องเที่ยวตามนโยบายของรัฐบาล โดยการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวในด้านการสร้างความปลอดภัยตามแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญต่างๆช่วยเหลือนักท่องเที่ยวในทุกมิติ ประกอบกับเมื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียน หรือเออีซี ในปี 2559 นี้ การเดินทางเข้า-ออก และผ่านประเทศไทยจำนวนมาก อาจนำไปสู่อาชญากรรมข้ามชาติ เช่น การปลอมแปลงหนังสือเดินทาง การฟอกเงินค้ายาเสพติด-ค้ามนุษย์ การฉ้อโกง และการก่อการร้าย โดยเฉพาะปัญหาเรื่องหนังสือเดินทางของนักท่องเที่ยวที่ทำหายทั่วโลก ซึ่งข้อมูลของ “องค์การตำรวจสากล” มีอยู่ประมาณ 45 ล้านเล่ม ทำให้กลายเป็น “ช่องว่าง” นำไปสู่การก่ออาชญากรรมข้ามชาติโดยใช้หนังสือเดินทางปลอม มีรูปแบบการกระทำผิด อาทิ การฟอกเงินค้ายาเสพติด ค้ามนุษย์ ค้าอาวุธ ฉ้อโกง และการก่อการร้าย ที่ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อประเทศอาเซียน และประเทศไทย
ด้วยเหตุนี้ พล.ต.อ.วุฒิ ลิปตพัลลภ รองผบ.ตร.(ตท.) ในฐานะ ผอ.ศูนย์อาเซียน ตร. อธิบายว่า การเตรียมความพร้อมเข้าสู่เออีซี การดำเนินงานของศูนย์อาเซียน ตร.จะเป็นศูนย์กลางในการควบคุมข้อมูลการเดินทางเข้า-ออกของนักท่องเที่ยวและนักลงทุน เพื่อเป็นข้อมูลในการรักษาความปลอดภัย โดยผ่านเครือข่ายจากหน่วยงานภายใต้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งได้เน้นย้ำสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(สตม.) กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค1-9 (บช.ภ.1-9) กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจชายแดนจังหวัดภาตใต้ (ศชต.) กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว (บก.ทท.) และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องให้รักษาความปลอดภัย พร้อมเสริมสร้างความมั่นใจและความอบอุ่นให้แก่ประชาชนกับนักท่องเที่ยวในพื้นที่เศรษฐกิจ รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ
สำหรับการดำเนินงาน คือ 1.ตั้งศูนย์อาเซียน ตร. เพื่อการเชื่อมโยงระบบสารสนเทศและจัดเก็บข้อมูลสถิติต่างๆ ของประเทศสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ และสมาชิกเพิ่มเติมตามกรอบความร่วมมืออาเซียน+3 ซึ่งจัดให้มีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปฏิบัติงาน ณ ศูนย์อำนวยการ โดยให้กองบัญชาการภาคต่างๆ ได้จัดตั้งศูนย์ประสานงานประชาคมอาเซียนของ บช./ภ. และมีการเชื่อมโยงข้อมูลซึ่งกันและกันภายในและภายนอกหน่วยงาน 2.พัฒนาทักษะการใช้ภาษาต่างประเทศให้แก่ข้าราชการตำรวจ โดยการฝึกอบรมทักษะการใช้ภาษาต่างประเทศและจัดทำแอพพลิเคชั่นภาษาต่างประเทศสำหรับข้าราชการตำรวจ(i-Edupol) ซึ่งสามารถใช้งานมีบทสนทนา 4 ภาษา ได้แก่ อังกฤษ จีน เมียนมาร์ และเวียดนาม แบ่งตามสายงานทั้ง 4 สายงาน คือ อำนวยการ จราจร สืบสวน และสอบสวน ขณะเดียวกันในปี 2559 นี้ มีนโยบายจะเพิ่มภาษาบาฮาซา อีก 1 ภาษา และจะเพิ่มบทสนทนาเฉพาะกรณีที่ใช้ในการปฏิบัติงานของ บก.ทล., บก.จร. และ สตม. ด้วย
3.การพัฒนาปรับปรุงงานตรวจคนเข้าเมือง จะมีการปรับปรุงด่านตรวจคนเข้าเมืองบริเวณเขตเศรษฐกิจพิเศษตามนโยบายรัฐบาล ได้แก่ ด่านตม.ตาก ตม.เชียงราย ตม.เชียงแสน ตม.สระแก้ว ตม.หนองคาย ตม.ปาดังเบซาร์ ตม.สงขลา ตม.กาญจนบุรี ตม.นครพนม และ ตม.กาบเชิง มีการนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน สามารถเชื่อมโยงข้อมูลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบ มีระบบการตรวจคนเข้าเมืองที่ทันสมัยในการสกัดกั้นจับกุมคนร้าย เพื่อไม่ให้ก่อเหตุในประเทศไทยหรือใช้เป็นฐานปฏิบัติการ อาทิ ระบบPIBIC ระบบBio-Matrix ระบบScan Finger Print และ Border Pass ตามแนวชายแดน และ 4.การยกระดับมาตรฐานของศูนย์อาชญากรรมข้ามชาติ ต้องใช้ระบบฐานข้อมูลและเทคโนโลยีที่ทันสมัยในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ การประสานงานและร่วมมือกับตำรวจสากลในการจับกุมคนร้ายข้ามชาติโดยใช้ระบบ I24-7 และระบบ CMIC เชื่อมโยงฐานข้อมูลตำรวจสากล (อินเตอร์โปล) ในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ
ขณะที่ พ.ต.อ.ดร.คมสัน สุขมาก รองผบก.สถาบันส่งเสริมงานสอบสวน ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานประสานงานภาครัฐและเอกชนของ ตร. บอกว่า เมื่อเข้าสู่เออีซี จะมีคนต่างชาติเดินทางหลั่งไหลเข้ามาสู่ประเทศไทยเป็นจำนวนมากทั้งในรูปแบบของนักท่องเที่ยว นักลงทุน และแรงงานต่างชาติ เพราะไทยเป็นศูนย์กลางการคมนาคมของชาติต่างๆ อีก 9 ประเทศ ในกลุ่มสมาชิกเออีซี ซึ่งภารกิจสำคัญอีกประการหนึ่งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ คือ การให้บริการในด้านการอำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชน ซึ่งเป็นสมาชิกของประเทศอาเซียนและชาวต่างชาติทุกๆ ประเทศที่จะหลั่งไหลเข้ามาสู่ประเทศไทยมากยิ่งขึ้น



