
มนุษย์โซเชียลชื่อฮุน เซน
มนุษย์โซเชียลชื่อฮุน เซน : มนุษย์สองหน้า โดยแคน สาริกา
เมื่อวันจันทร์ที่ผ่าน เพจ Samdech Hun Sen, Cambodian Prime Minister ของ สมเด็จฮุน เซน โพสต์ภาพถ่ายฮุนเซน บนเครื่องบินส่วนตัว พร้อมข้อความ “ตอนนี้ผมอยู่ที่โรงพยาบาลในสิงคโปร์ แต่ไม่ได้มารักษาโรคอะไรร้ายแรง เป็นเพียงแค่การตรวจสุขภาพปีละครั้งเท่านั้น”
สำหรับคนที่ติดตามเฟซบุ๊กสมเด็จฮุน เซน จะเห็นถึงพัฒนาการการใช้สื่อโซเชียลของนายกรัฐมนตรี วัย 63 ปี จากการโพสต์รายงานผลงานรัฐบาล ราวกับเพจทางการของทำเนียบนายกรัฐมนตรี ได้เปลี่ยนมาเป็นการสื่อสาร “เรื่องส่วนตัว” ของผู้นำกัมพูชามากขึ้น
ก่อนหน้านั้น ฮุน เซน ไม่เคยสนใจโซเชียลมีเดีย ผิดกับคู่แข่งทางการเมืองอย่าง สม รังสี ที่ใช้สื่อใหม่สร้างคะแนนนิยม ทำให้ผู้นำฝ่ายค้านมีคะแนนนิยมสูงในกลุ่มคนรุ่นใหม่
ขณะเดียวกัน สม รังสี ผู้นำพรรคกู้ชาติกัมพูชา ใช้เป็นเครื่องมือต่อสู้ทางการเมือง สร้างความกระอักกระอ่วนใจให้กับนักการเมืองอาวุโส ที่คิดจะใช้อำนาจปิดกั้นโซเชียลมีเดีย แต่ก็ทำได้ยากในโลกการสื่อสารสมัยใหม่
ฉะนั้น ฮุน เซน จึงตัดสินใจเข้าสู่สมรภูมิสื่อสังคมออนไลน์ เปิดแนวรบโซเชียลมีเดีย ตอบโต้ฝ่ายตรงข้ามที่ใส่ร้ายป้ายสี และสร้างเนื้อหาที่เข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ภายในประเทศ
ว่ากันว่า คนรุ่นใหม่อายุต่ำกว่า 30 ปี ในกัมพูชา เป็นประชากรกลุ่มใหญ่ของประเทศ และมีพฤติกรรมเหมือนกับคนรุ่นใหม่ในโลกคือ รับเทคโนโลยีได้รวดเร็ว และนิยมการใช้งานสื่อโซเชียลมีเดีย
กลยุทธ์ด้านเนื้อหาที่น่าสนใจของฮุน เซน คือ การนำเรื่องส่วนตัวในอดีตมาบอกเล่าแก่คนรุ่นหลังได้รับรู้ อย่างเช่นครบรอบวันแต่งงานเมื่อต้นมกราคมที่ผ่านมา ฮุน เซน ได้ทำคลิปเล่าเรื่องชีวิตครอบครัวอันลำบากยากแค้นใต้ระบอบเขมรแดง
รวมถึงการนำภาพเก่าสมัยเป็น “เขมรแดง” มาฉายให้เห็นว่า ความโหดร้ายของผู้นำเขมรแดงไม่กี่คน กลายเป็นแรงผลักดันให้เขาต้องรวมพลังสามัคคีประชาชาติกัมพูชา
อย่างการทำตัวเป็น “ผู้นำติดดิน” อุ้มหลานๆ ไปพักผ่อนที่ชายทะเล และแวะทักถามชาวบ้านอย่างเป็นธรรมชาติ ก็เป็นภาพที่ชาวกัมพูชาไม่เคยเห็นมาก่อน
แม้แต่ในวันครบรอบ 37 ปีแห่งการสถาปนากัมพูชาใหม่ ฮุน เซนก็ออกไปพบปะกลุ่มนักศึกษา ถ่ายเซลฟี่กันสนุกสนาน ทำเอาคนหนุ่มสาวรู้สึกรักและศรัทธาในตัวเขามากขึ้น
ด้วยเหตุนี้ เฟซบุ๊กของฮุน เซน ที่เปิดตัวเมื่อเดือนกันยายน 2558 ปรากฏว่า “ครบ 1 ล้านไลค์” เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว
จนถึงวันนี้ มีผู้ใช้เฟซบุ๊กเข้าไปกด “ไลค์” มากกว่า 1.9 ล้านไลค์ ส่วนเฟซบุ๊ค สม รังสี มีคนกดไลค์ 2 ล้านไลค์
เมื่อต้นเดือนมกราคม 2559 นายกฯ ฮุน เซน เปิดให้ผู้ใช้สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต ทั้งในระบบแอนดรอยด์ และไอโอเอส ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นเข้าไปใช้งาน ในแอพพลิเคชั่นนี้จะมีข้อมูลเกี่ยวกับตัวนายกฯ เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม รวมถึงเปิดช่องทางการสื่อสารจากประชาชนกับผู้นำประเทศ
ไม่ว่าจะชอบหรือชัง นายกฯ กัมพูชาคนนี้ หากได้เข้าไปสัมผัสโลกส่วนตัวของเขา ก็จะได้เห็นภาพอีกด้านหนึ่ง ที่เป็นภาพของคนธรรมดาสามัญ
นาทีนี้ ต้องบอกว่า ฮุน เซน ใช้สื่อโซเชียลมีเดียอย่างได้ผล และกำลังปรับเปลี่ยนทัศนคติของคนหนุ่มสาว ที่เคยมองเป็นลบต่อเขาได้หันมาชื่นชมมากขึ้น
การเมืองกัมพูชาในวันนี้ “เสือหนุ่ม” จะประมาท “เสือเฒ่า” ไม่ได้ เพราะสื่อใหม่มีพลังเปลี่ยนแปลงโลกได้ มิใช่หรือ?



