คอลัมนิสต์

ลุ้นไทยหลุดเทียร์3-ใบเหลือง

ลุ้นไทยหลุดเทียร์3-ใบเหลือง

18 ม.ค. 2559

ลุ้นไทยหลุดเทียร์3-ใบเหลือง : บทบรรณาธิการประจำวันที่18ม.ค.2559

             รัฐบาลเดินหน้าแก้ปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย(ไอยูยู) และการค้ามนุษย์(แรงงาน)อย่างจริงจัง หลังจากสหภาพยุโรป(อียู)แจกใบเหลืองเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2558 ให้เวลาเรา 6 เดือนในการปรับปรุงมาตรฐานการทำประมงไทยให้เรียบร้อย ซึ่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)และรัฐบาลก็ไม่ได้นิ่งนอนใจและให้ความสำคัญเป็นอย่างมากกับปัญหา โดยได้บรรจุเป็นเรื่องเร่งด่วนและวาระแห่งชาติซึ่งมีการระดมทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล เอกชน รวมถึงภาคประชาสังคมและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและมอบหมายให้กระทรวงกลาโหมโดยกองทัพเรือเป็นแม่งานใหญ่ดำเนินงานให้เป็นรูปธรรมชัดเจน ก่อนที่คณะจากอียูจะเดินทางเข้ามาตรวจสอบและประเมินผลการดำเนินการของประเทศไทยในระหว่างวันที่ 18-22 มกราคมนี้

             ศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย(ศปมผ.) จึงถูกจัดตั้งขึ้นมาเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2558 ประกอบไปด้วยตัวแทนจาก อาทิสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงการต่างประเทศ กรมประมง กรมเจ้าท่า กรมการจัดหางาน สำนักงานอัยการสูงสุด ภาคเอกชน ภาคประชาชน และแรงงานในอุตสาหกรรมประมงทั้งคนไทยและต่างด้าว เข้าร่วมระดมสมองวางกฎเกณฑ์ใหม่ทั้งออกกฎหมายและแก้กฎระเบียบรองรับการทำประมงในอนาคตเพื่อให้เป็นมาตรฐานสากล กับปัญหาสะสมทั้งเรือ ชาวประมง เครื่องมือ กระบวนการที่ต่อเนื่อง และการบริหารจัดการ ซึ่งรูปแบบการทำประมงบ้านเรามีหลากหลายประเภททั้งในน่านน้ำไทยและน่านน้ำสากล ที่ต้องคำนึงถึงกฎหมายในประเทศและต่างประเทศด้วย

             ไม่เพียงในแง่ออกกฎหมายเท่านั้น แต่ในด้านการปราบปรามรัฐบาลก็เข้มงวดกับกระบวนการทำผิดกฎหมาย  ซึ่งสำนักข่าวรอยเตอร์ได้รายงานว่า ปกติฤดูนี้ซึ่งเป็นช่วงคลื่นลมสงบจะมีเรือมนุษย์จำนวน 3-4 หมื่นคน ผ่านเข้ามาในประเทศไทย แต่ในปีนี้มีเพียง 1,500 คนว่า ถือเป็นสัญญาณอย่างหนึ่งที่เรารับรู้ได้ถึงผลสัมฤทธิ์ทำให้ขบวนการลักลอบแรงงานและหลบหนีเข้าเมืองหรือค้ามนุษย์ลดน้อยลง และรัฐบาลก็ไม่ได้หยุดเพียงแค่นี้ แต่ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนดำเนินการอย่างต่อเนื่องเต็มที่ พร้อมขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยชี้แจงต่อสังคมเพื่อขอความร่วมมือกับประชาชนในการแจ้งเบาะแส

             ความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาไอยูยูและค้ามนุษย์ของรัฐบาล ส่งสัญญาณที่ดีไปยังอียูโดยดูได้จากแนวโน้มที่เป็นเชิงบวกเห็นได้จากการประชุมสภายุโรปเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งหลายประเทศประจักษ์ต่อท่าทีไทยในการตื่นตัวและเอาจริงเอาจังกับการแก้ปัญหา จนกลุ่มประมงที่ออกมาต่อต้านกฎระเบียบและหลักการที่ถูกต้องเข้าใจการทำงานของรัฐบาลที่ต้องการให้ปัญหาถูกแก้ไขอย่างยั่งยืน ปรับท่าทีหันมาให้ความร่วมมือ เพราะปัญหาของธุรกิจประมงและอุตสาหกรรมต่อเนื่องของไทยนั้นสะสมมาเป็นเวลานาน ส่งผลให้สหรัฐอเมริกาประกาศให้ประเทศไทยอยู่ในเทียร์ 3 ขณะที่อียูให้ใบเหลือง ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ ส่งผลกระทบต่อผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารทะเลสด แปรรูป และห่วงโซ่การผลิตของหลายๆ อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องต่อเนื่องประมาณ 3 แสนล้านบาท ซึ่งคงต้องลุ้นอีกทีว่าความร่วมมือร่วมใจและความจริงใจของการแก้ปัญหานี้จะทำให้เราไม่ได้รับใบแดง และหลุดพ้นจากเทียร์ 3 ได้หรือไม่