คอลัมนิสต์

‘สมคิด’กับเครือข่ายสัมมาชีพ

‘สมคิด’กับเครือข่ายสัมมาชีพ

18 ม.ค. 2559

‘สมคิด’กับเครือข่ายสัมมาชีพ : กระดานความคิด บายไลน์ บางนา บางปะกง

             ผู้ที่ติดตามข่าวสารเรื่องโครงการ “สานพลังประชารัฐ” คงคิดว่า ความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลประยุทธ์ กับ สสส. อาจทำให้แผนงานดังกล่าวสะดุด

             วันก่อน นพ.ประเวศ วะสี ไม่ได้เดินทางไปเป็นประธานลงนามบันทึกข้อตกลงการขับเคลื่อนความร่วมมือสร้างเศรษฐกิจฐานราก ภายใต้ยุทธศาสตร์ประชารัฐ จึงก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมาย

             อย่างไรก็ตาม การลงนามความร่วมมือโครงการสานพลังประชารัฐ 3 ฉบับ คือ โครงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก, โครงการหนึ่งตำบลหนึ่ง SME การเกษตร และโครงการเชื่อมโยงการค้าปลีกสินค้าเกษตร ผลิตภัณฑ์ชุมชนและการท่องเที่ยว ได้ผ่านไปอย่างราบรื่น

             โดยมี สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าทีมขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก, พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.พัฒนาสังคมฯ และฐาปน สิริวัฒนภักดี จากบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ ในฐานะหัวหน้าทีมขับเคลื่อนฯ ภาคเอกชนเข้าร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามด้วย

             สำหรับภาคีความร่วมมือกว่า 30 องค์กรดังกล่าว ประกอบด้วย 1. สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) 2.เครือข่ายขบวนองค์กรชุมชน 3.มูลนิธิสัมมาชีพ 4.สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย 5.กรมการพัฒนาชุมชน 6.สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) 7.กรมการค้าภายใน 8.ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร 9.ธนาคารออมสิน 10.สำนักงานการสร้างเสริมกิจการเพื่อสังคมแห่งชาติ

             11.สภาเกษตรกรแห่งชาติ 12.บริษัท ซีพีออล์ จำกัด (มหาชน) 13. สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) 14.สโมสรโรตารีสัมพันธวงศ์ 15.เครือข่ายไทยพีจีเอสออร์แกนิคพลัส 16.สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร

             17.บริษัท เอสซีอีอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด 18.องค์การบริหารพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) 19.เครือข่ายธุรกิจ Biz Club Thailand 20.สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย 21.บริษัท ปตท. 22.เซ็นทรัล 23.บิ๊กซี 24.เทสโก้ โลตัส 25.เดอะมอลล์ 26.ท็อปส์ 27. สยามแม็คโคร 28.เอก-ชัย ดิสทริบิว 29.กลุ่มมิตรผล 30.สหลอว์สัน 31.ทีซีซีโลจิสติกส์ แอนด์ แวร์เฮ้าส์

             จริงๆ แล้ว นี่คือแนวทาง “ประชารัฐ” ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วม ซึ่งรองนายกฯ สมคิด ตั้งใจที่จะนำยุทธศาสตร์นี้มาขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก

             นอกจากนี้ยังมีการจัดตั้ง “คณะดำเนินงานสนับสนุนความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานรากโดยใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง” โดยมีผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. เป็นประธาน

             1.การขับเคลื่อนในแนวดิ่งและแนวนอน โดยการสร้างโครงสร้างพื้นฐานในชนบท ที่มีประโยชน์ต่อเกษตรกรอย่างแท้จริง โดยในปีนี้จะมีการลงทุนโครงสร้างต่างๆ ขึ้นมา

             2.การพัฒนาเศรษฐกิจ มีการยกระดับผลผลิตขึ้นมา โดยการแปรรูปสินค้า เพิ่มมูลค่า เพิ่มราคาเป็นทวีคูณเป็นการสร้าง SME เกษตรกรรมขึ้นมา โดยใช้แนวทาง “1 SME เกษตร 1 ตำบล”

             3.มีการตลาดรองรับ โดยให้กระทรวงพาณิชย์สร้างตลาดเกษตรกร เป็นการร่วมกันเชื่อมโยงเกษตรกรในพื้นที่ นำสินค้าในพื้นที่ไปจำหน่ายในโมเดิร์นเทรด ทั้งในและต่างประเทศ

             4.การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยให้ ททท.สร้างแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ ภายในตำบลหรืออำเภอ โดยนำสิ่งที่มีอยู่แล้วมาเจียระไน เป็น “1 อำเภอ 1 แหล่งท่องเที่ยว” และ 5.อินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ นำมาใช้เพื่อการศึกษาและขายสินค้าเกษตรผ่านอินเทอร์เน็ต เพื่อให้เกิดความเสมอภาคในการกระจายสินค้า

             สื่อมวลชนส่วนใหญ่ ไม่ค่อยคุ้นเคยกับ “มูลนิธิสัมมาชีพ” ที่รองนายกฯ สมคิด ก่อร่างสร้างมาตั้งแต่ปี 2552 โดยมูลนิธิสัมมาชีพได้แสวงความร่วมมือกับองค์กรต่างๆ ที่ทำงานด้านเศรษฐกิจฐานราก เช่นโดยเฉพาะ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.)

             ในเชิงอุดมการณ์ มูลนิธิสัมมาชีพหวังจะทำหน้าที่ประสาน และเชื่อมโยงชุมชน ภาคีพัฒนาและภาคธุรกิจ ให้มาทำงานร่วมกัน สร้างสัมมาชีพเต็มพื้นที่ขึ้นมา

             สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ได้ทำงานพัฒนาชุมชนครอบคลุม 6,447 ตำบลทั่วประเทศ ซึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากร่วมกับองค์กรภาคีทั้ง 33 องค์กรในครั้งนี้ จะใช้พื้นที่ที่ พอช.ดำเนินการอยู่แล้ว โดยในปี 2559 มีเป้าหมายจำนวน 1,500 ตำบล และเพิ่มเป็น 2,500 ตำบลในปี 2560

             “สมคิด” จึงมั่นใจว่า การสร้างเครือข่ายสัมมาชีพ “เต็มแผ่นดิน” จะเป็นจริงในรัฐบาลประยุทธ์