
วีรกรรมสมเด็จพระนเรศวรกับการประยุกต์ในบริบทปัจจุบัน
วีรกรรมสมเด็จพระนเรศวรกับการประยุกต์ในบริบทปัจจุบัน : มุมมองยุทธศาสตร์ โดยเรือรบ เมืองมั่น
บางทีการที่ประเมินกันว่ายุคนี้ไทยปลอดจากสงครามตามแบบขนาดใหญ่ถึงขั้นยึดบ้านยึดเมืองนั้นก็อาจมีส่วนทำให้เราวางใจในเอกราชว่าเป็นสิ่งถาวรจนเกินไป จนเสียโอกาสในการพัฒนาตนเองไปในทางที่ทำเพื่อชาติของเรา การรับรู้วีรกรรมของบรรพบุรุษที่เสียสละเลือดเนื้อชีวิตเพื่อให้เราได้อยู่อย่างสุขสบายในทุกวันนี้อาจไม่เกิดประโยชน์โภชน์ผลอะไรถ้าเราไม่ตระหนักถึงคุณค่าของเรื่องราวนั้นอย่างแท้จริง หรือดันเอาไปรับใช้ลัทธิคลั่งชาติ ผิดบริบทจนเกิดปัญหาสืบเนื่อง ทั้งนี้การทำความเข้าใจในสิ่งที่บรรพบุรุษไทยได้กระทำในยุคนั้นแล้วนำมาปรับใช้ในยุคนี้อย่างเท่าทันการเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่พึงทำ
วีรกรรมของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชในวันนี้ของเมื่อปี 1593 เป็นสิ่งที่เราเรียนรู้กันจากตำราและสื่อตั้งแต่เด็ก แต่ก็สมควรย้ำให้เกิดความภูมิใจและปฏิบัติตนตามรอยพระบาทอยู่เสมอ ชัยชนะที่สยามมีต่อหงสาวดีวันนั้นไม่ใช่เรื่องที่เราจะเอาไปเยาะเหยียดเพื่อนบ้านที่เป็นมิตรประเทศที่ดีของเราในวันที่อาเซียนรวมตัวกันเป็นประชาคมอย่างสมบูรณ์แล้วแต่เป็นเรื่องที่เราจะเอาไว้เตือนตนในแง่ของความกล้าหาญและตัดสินใจเด็ดเดี่ยวของบรรพบุรุษ ถ้าพระองค์ไม่สู้ในวันนั้น ไม่เพียงแต่สยามจะต้องพ่ายศึก อุดมการณ์ความเชื่อมั่นในเผ่าพันธุ์อาจสูญเสียจนไม่อาจกอบกู้ขึ้นมาได้อีก ยิ่งในยุคต่อๆ มาที่คนไทยต้องพลาดท่าอีกหลายครั้งไม่ว่าจะเป็นเสียกรุงหนสอง กล้ำกลืนการบีฑาจากตะวันตกในสมัยรัตนโกสินทร์ หรือจักกะแหล่นจะกลายเป็นคอมมิวนิสต์ การตระหนักในวีรกรรมของพระองค์ท่านทำให้เกิดความไม่ท้อถอยที่จะบากบั่นกู้ชาติกลับมา เราทราบถึงหลายเผ่าพันธุ์ในประวัติศาสตร์มลายไปกับอดีตส่วนหนึ่งก็เพราะขาดแรงจูงใจในตัวอย่างบรรพบุรุษ
เดือนมกราคม ค.ศ.1593 นั้นในเอเชียมีมหาสงครามใหญ่พร้อมกันสองแห่ง และจบลงที่ผู้รุกรานจำนวนมากกว่าผู้ต้านรับหลายเท่าต้องกลับบ้านมือเปล่า คือการที่ โทโยโทมิ ฮิเดโยชิ ผู้บัญชาการทางทหารของญี่ปุ่นสั่งการขุนพลของเขารบตะลุยเกาหลีจนยึดได้ถึงกรุงเปียงยางในเดือนนี้ แต่ท้ายที่สุดก็ต้องถอนตัวกลับเกาะญี่ปุ่น บนแหลมทองพระเจ้านันทบุเรงส่งพระมหาอุปราช ยุพราชหนึ่งเดียวของเศวตฉัตรพม่ารามัญนำทัพเข้าตีกรุงศรีอยุธยาที่ประกาศเอกราชก่อนหน้านี้ไม่นาน ไฮไลท์ของการศึกคือที่ ต.หนองสาหร่าย ปรากฏสงครามยุทธหัตถีที่จบลงด้วยการเสียขวัญของฝ่ายผู้รุกรานที่เห็นนายทัพของตนจากไปต่อหน้าต่อตา อย่างไรก็ตาม ความกล้าหาญและทรงรักษาขัตติยะมานะของพระมหาอุปราชาก็เป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การยกย่องและเป็นความภาคภูมิใจของลูกหลานตะเลงเช่นกัน
เฉกเช่นที่สมเด็จพระนเรศวรเคยประสบและแก้ไขสำเร็จมาแล้ว คือ การไม่ย่อท้อต่อชะตากรรม การไม่เกรงกลัวอุปสรรคที่หนักหน่วงลำบาก จะเป็นสิ่งที่คนไทยต้องการมากที่สุดในอนาคตอันใกล้นี้ เศรษฐกิจก็ไม่ดี คนต่างชาติมาแข่งขันแย่งงานมากขึ้น การค้าหากินล้วนฝืดเคือง หากคนไทยไม่เชื่อมั่นตนเองว่าเราเอาชนะขวากหนามต่างๆ ได้ เราก็จะยิ่งดิ่งจมไปกับสถานการณ์อันบีบคั้น การสร้างขีดความสามารถให้แข็งแกร่งด้วยจิตใจแห่งการเอาชนะที่มุ่งมั่นฮึกเหิมจะทำให้การสิ่งใดที่กระทำจะมีแรงผลักดันให้นำไปสู่ความสำเร็จ เพื่อตัวเราเอง ครอบครัวของเรา และชาติไทยที่รักยิ่งของเรา



