
เตือนภัยต่างชาติถูกโจรฉกทรัพย์ตร.เร่งสร้างเชื่อมั่นกลับคืน
เตือนภัยต่างชาติถูกโจรฉกทรัพย์ตร.เร่งสร้างความเชื่อมั่นกลับคืน : สายตรวจระวังภัย กิตติพงษ์ มณีฤทธิ์
ปัญหา ลักวิ่งชิงปล้น ตามแหล่งท่องเที่ยวสถานบันเทิงต่าง ๆ ไม่เพียงแต่เฉพาะคนไทยที่ถูกคนร้ายก่อเหตุ บ่อยครั้งที่ชาวต่างชาติที่เข้ามาประกอบทำธุรกิจ ทำมาหากินในประเทศไทย ต้องมาประสบเหตุด้วยเช่นกัน ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ ลดความน่าเชื่อถือจากนักลงทุนชาวต่างชาติ ตำรวจจึงต้องเร่งแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่น และความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินกลับคืนมา
รายล่าสุดที่เกิดขึ้น พ.ต.อ.ขจรพงศ์ จิตต์ภาคภูมิ ผกก.สน.ทองหล่อ พ.ต.ท.วิชัย ณรงค์ รองผกก.สส.สน.ทองหล่อ พ.ต.ต.ภานุภัทร กิตติพันธ์ สว.สส.สน.ทองหล่อ ได้จับกุมนายเฉลิมวิทย์ จูมศรีสิงห์ อายุ 27 ปี และนายณัฐพล แย้มเพ็ชร อายุ 23 ปี ผู้ต้องหา พร้อมของกลางเป็นโทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซูเมอร์เอ็กซ์ สีม่วง 1 คัน และแผ่นป้ายทะเบียนหมายเลข 3 กฬ 1648 กรุงเทพมหานคร ได้ที่บริเวณปากซอยสุขุมวิท 22 ถนนสุขุมวิท แขวงและเขตคลองเตย กทม.
พ.ต.ท.วิชัย เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาในพื้นที่ บก.น.5 ได้กวดขันดูแลเหตุอาชญากรรมในพื้นที่ โดยเฉพาะกรณีวิ่งราวทรัพย์นักท่องเที่ยว ถือว่าเป็นปัญหาที่ต้องเร่งรัดปราบปรามอย่างทันท่วงที ในรูปแบบ “รุกรบ จบเร็ว ทำดี ทำได้ ทำทันที” เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่ชาวต่างชาติ โดยเมื่อวันที่ 2 มกราคม ที่ผ่านมาเวลาประมาณ 05.00 น. นายจอห์น เซบัสเตียน หลุยส์ ลีโอพอลคาด็อง ชาวฝรั่งเศส เจ้าของร้านอาหารย่านสุขุมวิท ขณะที่กำลังเดินอยู่บริเวณปากซอยสุขุมวิท 3 ได้มีคนร้าย 2 คนขี่รถจักรยานยนต์ เข้ามากระชากโทรศัพท์มือถือก่อนที่จะหลบหนีไป ภายหลังรับแจ้งเหตุได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจออกติดตามหาเบาะแสคนร้าย จนกระทั่งพบรถจักรยานยนต์ต้องสงสัยไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ขับอยู่บริเวณปากซอยสุขุมวิท 22 โดยลักษณะของคนขับและคนซ้อน ใส่เสื้่อยืด 2 ตัวทับซ้อนกันอยู่ ค้นตัวพบโทรศัพท์มือถือของผู้เสียหาย และยังพบป้ายทะเบียนรถซุกซ่อนอยู่ใต้เบาะรถ
ด้าน พ.ต.ต.ภานุภัทร กล่าวว่า จากการสอบสวนครั้งแรกผู้ต้องหาทั้ง 2 คนอ้างว่าโทรศัพท์ที่พบเป็นของตัวเอง แต่เมื่อทำการตรวจสอบทางด้านเทคนิคพิเศษ กู้ข้อมูลโทรศัพท์กลับคืนมาได้ พบว่าเป็นโทรศัพท์ของผู้เสียหาย และได้เชิญตัวผู้เสียหายมาซึ่งก็ระบุว่าเป็นโทรศัพท์ของตัวเอง ผู้ต้องหาทั้งสองคนจึงยอมรับสารภาพว่า ไม่ได้ประกอบอาชีพอะไรเป็นหลักแหล่ง ช่วงเทศกาลอยากจะเที่ยวเหมือนคนอื่น แต่ไม่มีเงิน จึงคิดหาเงินทางลัด ซึ่งตอนเทศกาลคริสต์มาส เคยก่อเหตุมาแล้ว
“ทุกครั้งที่ก่อเหตุในช่วงเทศกาล เขาจะเลือกเหยื่อเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ที่กำลังเดินเล่นโทรศัพท์ตามริมถนน โดยคนร้ายจะขี่รถจักรยานยนต์ประกบก่อนกระชากกระเป๋าหรือกระชากโทรศัพท์มือถือ และขณะหลบหนีจะมีการถอดเสื้อเปลี่ยนเสื้อ หรือจะใช้วิธีใส่ทับซ้อนไปอีกตัว เพื่อป้องกันผู้เสียหายจดจำสีเสื้อได้ ส่วนใหญ่จะนำของกลางไปขายที่ร้านรับซื้อโทรศัพท์ย่านรามคำแหง เพื่อนำเงินไปเที่ยวในช่วงเทศกาล ” พ.ต.ต.ภานุภัทรระบุ
พ.ต.ต.ภาณุภัทร เปิดเผยอีกว่า ฝากเตือนบรรดานักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติที่เดินเที่ยวตามสถานบันเทิง ให้ระมัดระวังในการเก็บทรัพย์สินมีค่าให้มิดชิด ถ้าหากต้องเดินถนนเพียงลำพัง ต้องคอยสังเกตหากพบว่ามีบุคคลลักษณะมีพิรุธ ต้องสงสัยขี่จักรยานยนต์เข้ามาชิดทางเท้าต้องระวังให้มากขึ้น ซึ่งถ้าหากเกิดเหตุก็ไม่ควรจะต่อสู้คนร้าย เพราะอาจถูกทำร้ายได้ ถ้าหากประชาชนท่านใดเคยถูกกลุ่มคนร้ายก่อเหตุในลักษณะนี้สามารถให้ข้อมูลกับทางสน.ได้ เพื่อตำรวจจะได้เร่งจับกุมคนร้ายเหล่านี้ เป็นการสร้างความเชื่อมั่นและรอยยิ้มให้แก่นักท่องเที่ยว



