คอลัมนิสต์

จากยางพารา...สู่โซลาร์ฟาร์ม

จากยางพารา...สู่โซลาร์ฟาร์ม

14 ม.ค. 2559

จากยางพารา...สู่โซลาร์ฟาร์ม : กระดานความคิด โดยเสือ ซ่อนเล็บ

            เปิดศักราชใหม่ปีวอก 2559 ไปไม่ถึงขวบเดือน รัฐบาลบิ๊กตู่ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ก็เผชิญกับปัญหาจุกอกทันที ทั้งราคายางพาราหล่นวูบใกล้ 4 กิโลฯ 100 บาท จนรัฐบาลต้องคลอดมาตรการด่วนอุ้มชาวสวนยาง โดยให้หน่วยงานรัฐซื้อยาง 1 แสนตัน ซึ่งก็แก้ปัญหาไปได้เปลาะหนึ่งเท่านั้น ไม่รวมปัญหาต่างๆ ที่จะตามมา เช่น ปัญหาภัยแล้งที่ลุกลามไปทั่วประเทศ เป็นต้น

            กับเรื่องของพลังงานที่ล่าสุดเหลือบไปเห็นโฆษณาเต็มหน้าของบิ๊กโย่ง พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.พลังงาน ที่แถลงผลงานชิ้นโบแดงในรอบปีเมื่อเร็วๆ นี้ แถมให้คะแนนผลงานตนเองช่วงที่นั่ง รมว.พลังงาน มาไม่ถึง 3 เดือนนี้ว่าสอบผ่านล้านเปอร์เซ็นต์ เพราะสามารถดำเนินนโยบายด้านพลังงานอะไรต่อมิอะไรจนสำเร็จลุล่วง

            โดย รมว.พลังงาน ระบุว่า ผลงานในรอบ 1 ปีที่ผ่านมานั้น กระทรวงพลังงานได้ทำภารกิจ 2 ด้าน ทั้งแก้ปัญหาระยะเร่งด่วน ดูแลราคาน้ำมันและราคาก๊าซหุงต้มที่เหมาะสม ทำให้กองทุนน้ำมันมีเงินสะสมมากกว่า 4 หมื่นล้านบาท จากที่เคยติดลบ 7,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นช่วงก่อนรัฐบาลชุดนี้เข้าบริหาร

            นอกจากนี้ ยังได้ปลดล็อกอุปสรรคการส่งเสริมพลังงานทดแทนที่เคยล่าช้า มีการอนุมัติโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนเข้าระบบ 1,000 เมกะวัตต์จำนวน 269 โครงการ ขณะเดียวกันได้จัดทำแผนบูรณาการระยะยาว 20 ปี (2558-2579) โดยระบุเป้าหมายเมื่อสิ้นสุดแผนในปี 2579 จะสามารถลดการใช้พลังงานในภาพรวมได้ 842,000 ล้านบาทต่อปี พร้อมการกระจายเชื้อเพลิงภายในประเทศให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น

            ก็ไม่รู้กระทรวงพลังงานกระจายเชื้อเพลิงไปสู่พลังงานอะไร เพราะยังติดอยู่กับโรงไฟฟ้าถ่านหิน ไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนที่ยังไม่ไปไหน ส่วนโรงไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินของหน่วยงานราชการและสหกรณ์การเกษตร หรือ “โซลาร์ฟาร์ม” นั้น ก็ไม่รู้อย่างไร

            เพราะทั้งกองทัพและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่ได้สิทธิ์เข้าร่วมผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ที่ว่าต่างพากันถอยกรูดบอกเลิกกันไปแล้ว โดยในส่วนของกองทัพนั้น พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ. ได้มีหนังสือสั่งการให้หน่วยงานในสังกัดที่ผ่านคุณสมบัติโครงการโซลาร์ฟาร์มทั้ง 11 แห่งสละสิทธิ์การดำเนินโครงการ ด้วยเห็นว่า ขั้นตอนการดำเนินโครงการนี้ไม่เป็นไปตาม พ.ร.บ.การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐปี 2556

            ล่าสุดนี้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทยก็มีหนังสือเวียนไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดต่างๆ ระบุชัดเจนว่า องค์กรปกครองท้องถิ่นไม่สามารถจะเข้าร่วมโครงการดังกล่าวได้เช่นกัน เพราะการผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้านั้นไม่ใช่กิจการที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอำนาจจะกระทำได้ เนื่องจากไม่มีกฎหมายรองรับ และการจะให้คณะกรรมการกระจายอำนาจออกประกาศให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าเพื่อแสวงหารายได้ก็ไม่สามารถทำได้เช่นกัน เพราะกิจการดังกล่าวไม่สอดคล้องกับภารกิจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

            รวมถึงหน่วยงานต่างๆ เช่น สหกรณ์การเกษตรฯ มหาวิทยาลัยและอื่นๆ ที่ยังคงรอความชัดเจน ทั้งการตีความว่าเป็นหน่วยงานรัฐหรือไม่ และการลงทุนโครงการโซลาร์ฟาร์มต้องดำเนินการตาม พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ ฉบับดังกล่าวหรือไม่

            อย่างไรก็ตาม แม้กระทรวงพลังงานและคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (เรกูเลเตอร์) จะออกมาแก้เกี้ยวว่า สามารถจะดำเนินการจับคัดเลือกผู้ผลิตไฟฟ้าในโครงการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์ฟาร์มนี้ไปก่อน แล้วค่อยไปดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายตาม พ.ร.บ.ร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ

            แต่หากใครที่ได้รู้จักกับพิษสงของกฎหมายฉบับนี้มาก่อน จะไม่ยอมเสี่ยงด้วยแน่ เพราะหลากหลายโครงการพังพาบกันมานักต่อนักแล้ว

            ก็คงต้องย้อนกลับมายังกระทรวงพลังงาน คงต้องตั้งหลักกลับมาพิจารณาการยกเครื่องแผนพลังงานของประเทศอย่างจริงจัง โครงการไหนที่ควรต้องเดินหน้าอย่างแท้จริง รัฐมีสัญญา เอกชนมีความพร้อมอยู่แล้วโดยไม่มีปัญหาข้อกฎหมาย ก็ว่าไปตามนั้น

            อย่าให้เหมือนวิกฤติยางพาราที่กำลังเขย่ารัฐบาลให้ปวดหัวเป็นรายวันอยู่เวลานี้