
พบพนักงานสอบสวนไม่ต้องมีเส้น
พบพนักงานสอบสวนไม่ต้องมีเส้น : บทบรรณาธิการประจำวันที่13ม.ค.2559
อย่างน้อยปัญหาการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานสอบสวนก็ได้รับการเอาใจใส่จากผู้บังคับบัญชาระดับสูง โดยเฉพาะในระดับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หลังจากเกิดการร้องเรียนถึงพฤติกรรมและความไม่เหมาะสมของนายตำรวจกลุ่มงานนี้ มีตัวอย่างที่ พล.ต.ท.อนันต์ ศรีหิรัญ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้รับข้อมูลทั้งทางตรงและทางอ้อม หรือแม้กระทั่งเจอด้วยตัวเองอย่างกรณีการใช้วาจาไม่ดีกับประชาชนที่มาร้องทุกข์ หรือติดต่องานบนโรงพัก การแจ้งความของชาวบ้านเช่น หากรถหายกลับใช้คำพูดเช่น แถวนั้นหายประจำ หรือพื้นที่นี้โดนวิ่งราวบ่อย ลูกเมียตำรวจยังโดน เช่นนี้เป็นต้น หรือแม้แต่คดีอุบัติเหตุ พนักงานสอบสวนก็มักโยนให้คู่กรณีไปตกลงกันเอง โดยไม่ชี้แจงว่าใครผิด ใครถูก หรือบางครั้งขึ้นโรงพักก็ปรับทั้งคู่ หลายกรณีทำให้ประชาชนที่มีความทุกข์ร้อนเกิดความท้อระอาต่อการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานสอบสวน บางครั้งยังเลยเถิดไปถึงการเรียกรับผลประโยชน์จากการทำสำนวนคดีด้วย
แนวคิดการแก้ไขปัญหานี้ จึงเริ่มต้นขึ้นที่ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ที่ควบคุมพื้นที่ 8 จังหวัด ตั้งแต่ จ.นครปฐม ไล่ไปถึง จ.กาญจนบุรี ลงไปยัน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นพื้นที่นำร่อง โดย พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.ภ.7 เป็นแม่งาน โดยมีคำสั่งให้พนักงานสอบสวนทั้ง 600 นาย เข้าอบรมปรับทัศนคติการทำงานใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่การอำนวยความยุติธรรมเบื้องต้นที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน การไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ซึ่งปัจจุบันมีปัญหามาก เพราะหากพนักงานสอบสวนไม่เห็นจุดเกิดเหตุด้วยตาตนเองอาจทำให้สำนวนคดีมีปัญหาได้ ความล่าช้าในการทำสำนวนจะเกิดตามมา การแสวงหาพยานหลักฐานอื่นๆ ด้วย เพราะที่ผ่านมาพฤติกรรมที่ชาวบ้านประสบเมื่อขึ้นโรงพักคือ พนักงานสอบสวนจะให้ผู้เสียหายไปหาหลักฐานตั้งแต่กล้องวงจรปิดหรือพยานมาให้ ซึ่งไม่ถูกต้อง เพราะเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนโดยตรง
นอกจากการเข้าแจ้งความร้องทุกข์แล้ว แนวคิดของ ผบช.ภ.7 ยังให้พนักงานสอบสวนทำหน้าที่ใกล้ชิดกับประชาชน ไม่เฉพาะเพียงการรับแจ้งความเท่านั้น พนักงานสอบสวนยังต้องเป็นที่ปรึกษากฎหมายให้ชาวบ้านด้วย จากนี้ไปตำรวจบนโรงพักจะทำหน้าที่เหมือนหน่วยงานด้านกฎหมาย เมื่อมีเหตุหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับคดี พนักงานสอบสวนต้องตอบคำถามให้ความกระจ่างแก่ประชาชนที่เข้าไปรับคำปรึกษาด้วย แนวคิดนี้ระดับสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะนำไปใช้ในทุกกองบัญชาการที่สัมผัสใกล้ชิดกับประชาชน เพื่อให้ชาวบ้านได้ปรับความรู้สึกด้านลบต่อการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ โดยแนวคิดนี้จะมีโทษด้วย หากพนักงานสอบสวนคนใดละเลย ให้ชาวบ้านแจ้งผู้บังคับบัญชาระดับสูงขึ้นไปได้ หากโรงพักไม่สามารถแก้ไขได้ก็ให้ร้องเรียนเข้าไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ



