คอลัมนิสต์

ปรับทัศนคติพนักงานสอบสวน600นายเน้นอำนวยความยุติธรรม

ปรับทัศนคติพนักงานสอบสวน600นายเน้นอำนวยความยุติธรรม

12 ม.ค. 2559

ปรับทัศนคติพนักงานสอบสวน600นายเน้นอำนวยความยุติธรรมให้ประชาชน : สายตรวจระวังภัย อริย์ธัช พรอัศวโยธิน

           ปัญหาการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานสอบสวนบางนายที่ไม่สอดคล้องกับแนวนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทำให้มีประชาชนที่ตกเป็นผู้เสียหายในหลายคดีร้องเรียนเข้ามาไม่ขาดสาย พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค7 ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าวโดยเห็นถึงประโยชน์ของประชาชนว่าสมควรที่จะได้รับการดูแลและอำนวยความยุติธรรมจากพนักงานสอบสวน ไม่จำเป็นเฉพาะต้องมีคดีความ แต่ต้องสามารถให้คำปรึกษาด้านกฎหมายกับประชาชนได้ตลอดเวลา อีกทั้งต้องไม่ผลักภาระในการหาพยานหรือหลักฐานทางคดีไปอยู่กับผู้เสียหาย

           ปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้ต้องมีการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานสอบสวน ด้วยการนำพนักงานสอบสวนทั้งหมดในพื้นที่ 8 จังหวัดภาค 7 เข้าสู่โครงการ “ปรับทัศนคติ” เพื่อกระตุกให้ได้รู้บทบาทหน้าที่และจรรยาบรรณของพนักงานสอบสวนว่าควรจะบำบัดทุกข์บำรุงสุขและอำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชนอย่างไร

           พล.ต.ท.ชาญเทพ กล่าวว่า โครงการนี้เป็นโครงการนำร่องของตำรวจภูธรภาค7 เพื่อที่จะต้องการพัฒนาระบบงานสอบสวนและข้าราชการตำรวจสายงานสอบสวนให้มีทัศนคติในการอำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชนอย่างมีมาตรฐาน ซึ่งเบื้องต้นได้นำพนักงานสอบสวนจำนวนกว่า 600 นาย มาเข้าห้องอบรมปรับทัศนคติในการทำงานกันใหม่ ก่อนหน้านี้ได้รับรู้เรื่องราวการร้องเรียนเรื่องการไม่อำนวยการยุติธรรมบ้าง งานล่าช้าบ้าง โดยเฉพาะเรื่องการไม่ยอมไปตรวจดูสถานที่เกิดเหตุ รวมถึงการหาแสวงหลักฐาน พยานต่างๆ ในที่เกิดเหตุ ซึ่งพนักงานสอบสวนมีหน้าที่ที่จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการ ไม่ใช่ผลักภาระเหล่านี้ไปให้แก่ผู้เสียหายที่มาแจ้งความเป็นผู้ดำเนินการ

           นอกจากนี้ชาวบ้านส่วนใหญ่จะไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับข้อกฎหมายว่า จริงๆ แล้วไม่จำเป็นต้องมีคดีอาญาหรือคดีอะไรก็แล้วแต่ ก็สามารถที่จะเข้ามาพบเพื่อปรึกษาข้อกฎหมายได้ แต่ถ้าประชาชนประสบปัญหาแล้วพนักงานสอบสวนไม่ให้ความเป็นธรรมก็สามารถแจ้งไปยังผู้บังคับบัญชาได้เลยตามลำดับชั้น แต่ถ้าแจ้งไปยังผู้บังคับบัญชาแล้วยังไม่มีการดำเนินการใดๆ ประชาชนก็สามารถที่จะแจ้งมายังผู้บังคับบัญชาที่มีตำแหน่งสูงกว่าได้เช่นกัน ส่วนมาตรการลงโทษก็ขึ้นอยู่กับความหนักเบาที่พนักงานสอบสวนนั้นๆ กระทำ

           ด้าน พล.ต.ท.อนันต์ ศรีหิรัญ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ปป.14) กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีนโยบายอยู่แล้วว่า ทำอย่างไรก็ได้ที่ให้ประชาชนที่เดินทางไปแจ้งความหรือเข้าไปใช้บริการที่โรงพักโดยไม่ต้องหาคนฝาก พนักงานสอบสวนต้องทำหน้าที่ของตนเองให้ครบถ้วนสมบูรณ์ด้วยความรวดเร็วและเป็นธรรม เสมอภาคไม่เลือกปฏิบัติ ซึ่งผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค7 ได้ให้ความสำคัญด้านนี้เป็นพิเศษ เนื่องด้วยอาจจะได้รับการร้องเรียนหรือไปพบเห็นปัญหาเหล่านี้ ท่านจึงมีแนวคิดที่จะนำพนักงานสอบสวนทั้งหมดมาพูดคุยเพื่อปรับทัศนคติในการทำงานเสียใหม่ เป็นการกระตุกความรู้สึก ให้พนักงานสอบสวนเห็นความสำคัญของหน้าที่ดูแลและให้บริการประชาชนในเรื่องให้ความเป็นธรรมและการบำบัดทุกข์บำรุงสุขขั้นต้นยามชาวบ้านเดือดร้อน

           “ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาได้ดูข้อมูลการร้องเรียนที่ศูนย์ 1599 ของ สตช. พบว่ามีการร้องเรียนพนักงานสอบสวนกันมามากพอสมควร จึงต้องเดินทางไปดูว่าทำไมพนักงานสอบสวนทำงานกันอย่างไร จึงปล่อยให้มีการร้องเรียนมาได้ขนาดนี้ ซึ่งต่อไปนี้หากพนักงานสอบสวนยังไม่ยึดระเบียบ ไม่ถูกต้องต่อกฎหมายอีก จะต้องถูกดำเนินการลงโทษทางวินัยโดยไม่มีการละเว้นทุกรายไป” พล.ต.ท.อนันต์ระบุ