คอลัมนิสต์

ผาอันภาพลักษณ์รัฐกะเหรี่ยง

ผาอันภาพลักษณ์รัฐกะเหรี่ยง

13 ม.ค. 2559

ผาอันภาพลักษณ์รัฐกะเหรี่ยง : ไปสู่ถนนดินลูกรัง โดย เฉลิมศักดิ์ แหงมงาม

          ผมศึกษาเรื่องกะเหรี่ยงหรือปาเกอะยอมาพอสมควร สมัยนั่งเขียนนิยายรวมเล่มอยู่เรื่องหนึ่ง ชื่อ "แผ่นดินสงคราม” ว่าด้วยเรื่องราวก่อนพม่าจะมีประชาธิปไตย สมัยชนกลุ่มน้อยแยกเป็นรัฐอิสระรบกับรัฐบาลพม่า พิมพ์รวมเล่มไปแล้วสองครั้ง โดยสำนักพิมพ์ต้นอ้อในอดีต เฉียดเกือบได้รับรางวัลสัปดาห์หนังสือแห่งชาติในยุคกว่ายี่สิบปีก่อน ถ้ากรรมการคัดเฟ้น ไม่ติติงเรื่องเนื้อหาไปกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ไทยกับพม่า นี่คือคำบอกเล่าของคณะกรรมการตัดสินอาวุโสท่านหนึ่ง กระซิบบอกผมอย่างเมตตาและชวนผมให้เขียนนิยายตีพิมพ์ในนิตยสาร

           วันนี้ ผมได้มีโอกาสไปสัมผัสแผ่นดินรัฐกะเหรี่ยงอีกครั้งหนึ่ง กะเหรี่ยงในความรู้สึกของผู้ที่เกิดบนผืนแผ่นดินไทย เข้าใจว่า พวกเขาคือชาวเขา คนป่าคนดอย เพราะอยู่กลางป่าแมกไม้ สายลำธาร เป็นชนเผ่าที่รักธรรมชาติเป็นชีวิต

           ผมไปทัวร์ท่องเที่ยวกับนักธุรกิจที่แม่สอด เขาจัดทัวร์เป็นธุรกิจแถบแนวชายแดน ร่วมกับคณะสื่อสารมวลชน กลุ่มข้าราชการบำนาญจังหวัดตาก บอกกันตรง ๆ ว่ารถทัวร์พม่าค่อนข้างเก่าโทรมไม่ทันสมัยเอาเสียเลย แอร์ไม่เย็น เหมือนเอาคนแก่ไปทรมานตลอดเส้นทาง

           มาเปลี่ยนเป็นรถบัสทัวร์ใหม่ ช่วงถึงย่างกุ้ง หงสาวดี นัยว่า รถทัวร์ทันสมัย จะใช้เฉพาะในเขตเมืองใหญ่รอบย่างกุ้งที่สภาพถนนค่อนข้างดีเท่านั้น นักธุรกิจพม่าระวังเรื่องรถมากกว่านักท่องเที่ยว ไม่อยากให้รถบอบช้ำเพราะเส้นทางถนนยางมะตอยมหาวิบากระหว่างรัฐต่อรัฐ

           ผาอัน คือเมืองหลวงรัฐกะเหรี่ยง ส่วนใหญ่ชาวกะเหรี่ยงอาศัยอยู่ คนพม่าหรือคนเผ่าพันธุ์อื่น อาศัยอยู่ค่อนข้างน้อย ผู้บริหารรัฐน่าจะเป็นชาวกะเหรี่ยง

           มิน่า บ้านเมืองที่รถแล่นผ่านให้ผมได้เห็นในตัวจังหวัดผาอัน เมืองหลวงรัฐกะเหรี่ยง จึงเป็นบ้านไม้หลังเล็ก ๆ ตึกรามไม่น่าจะเกินสองสามชั้น ตามประสาค่านิยมชนเผ่ากะเหรี่ยงที่รักธรรมชาติมากกว่าการปรุงแต่งชีวิต ผาอันนับว่าเป็นเมืองใหญ่พอสมควร เทียบได้กับจังหวัดขนาดกลางของประเทศไทย ถนนหนทางยังเป็นถนนยางมะตอยแบบโบราณ ตัวเมืองหนาแน่นด้วยบ้านเรือนและชุมชน รถผ่านไปมาไม่ขาดช่วง แต่ไม่ถึงกับติดเป็นตังเม เพราะเป็นเมืองใหญ่ใกล้อำเภอแม่สอดมากที่สุด รถขนส่งสินค้าตรงไปยังย่างกุ้ง น่าจะผ่านผาอันโดยส่วนใหญ่ หรือไม่ก็เฉียดชานเมือง แม้จะไปเมืองมะละแหม่ง ท่าเรือใหญ่ติดทะเล ก็ต้องมิพ้นที่จะผ่านเมืองผาอันแห่งนี้

           คนกะเหรี่ยงกินง่ายอยู่ง่าย อาหารการกินจึงไม่พิถีพิถัน ช่วงเดินทางกลับ ผู้จัดทัวร์แวะให้เราลองชิมน้ำพริกกะเหรี่ยงในร้านอาหารแห่งหนึ่งข้างทางในตัวเมือง

           เป็นร้านห้องแถวเล็กๆ แคบๆ เจาะยาวลึกเข้าไปหลังร้าน ผมต้องเดินผ่านห้องครัวทำอาหาร เมื่อเข้าห้องน้ำ จึงได้เห็นสภาพห้อง เครื่องทำครัว ผัก อาหารสารพัด ห้องครัวที่เขรอะพอสมควร เหมือนผมเคยเห็นห้องครัวชาวเขาทั่วๆ ไป กลิ่นคาวเนื้อหมูและผักชนิดต่างๆ ผ่านโชยขึ้นมาเตะจมูก ทำให้รับรู้ว่า นี่แหละอาหารชาวเขาอย่างแท้จริง ผมสัมผัสมาแล้วในประเทศไทยและประเทศข้างเคียง

           โชคดี ผมเป็นคนกินง่ายอยู่ง่าย ตามประสาคนเริ่มจะปลงเรื่อง รูปรสกลิ่นเสียงที่เคยสัมผัส เพราะอาหารที่จัดสรรลงมาวางบนโต๊ะไม้ในห้องแคบๆ เกือบก้นในสุดของร้าน มีถ้วยน้ำพริก แบบถ้วยสังกะสีเล็กๆ หลายสิบใบละลานตา จานข้าวที่ใช้คือจานกระเบื้องตราไก่แบบโบราณที่ไทยเพิ่งจะหวนกลับมานิยมหลังเลิกใช้มานมนาน เพื่อให้สมบรรยากาศร้านชาวกะเหรี่ยง

           น้ำพริกมีหลากหลาย ไม่ว่า น้ำพริกปลาร้า กะปิ เต้าเจี้ยว ปลาย่าง เต้าหู้ น้ำพริกผง ผมจำได้พอคร่าวๆ เลือกกินเป็นบางถ้วย รสชาติพื้นๆ พอกินได้ อาศัยมีผักสดเป็นเครื่องเคียง จึงพอกล้อมแกล้มกินให้อิ่มท้องเท่านั้น

           ขอเขียนเรื่องเบาๆ สบายๆ สักระยะ ไปเที่ยวบ้านนอกที่พม่ากับผมกันนะครับ.