
ทุกปัญหาย่อมมีทางออก
ทุกปัญหาย่อมมีทางออก : บทบรรณาธิการประจำวันอังคารที่ 12 มกราคม 2559
ตามคำสั่งการของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ถึงแนวทางที่จะคลี่คลายปัญหาราคายางพาราตกต่ำ โดยให้แต่ละกระทรวงไปจัดทำแผนงานการใช้เงินงบประมาณเพื่อการซื้อยางในกิโลกรัมละ 34 บาท ไปใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ ของแต่ละกระทรวง อันได้แก่ คมนาคม ศึกษาธิการ มหาดไทย สาธารณสุข กลาโหม อุตสาหกรรม พาณิชย์ เกษตรและสหกรณ์ ซึ่งเป็นหนทางหนึ่งที่รัฐบาลเชื่อว่าจะทำให้สถานการณ์ดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งน่าจะเป็นมาตรการที่ยั่งยืนมากกว่าการใช้งบประมาณอุดหนุนหรือแทรกแซงราคา ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้แสดงจุดยืนชัดเจนมาหลายครั้งแล้วว่า จะไม่เลือกแนวทางนี้ เพราะจะส่งผลกระทบต่อสินค้าเกษตรตัวอื่นๆ อีก อันหมายถึงจะต้องแทรกแซงหรือสนับสนุนกันอยู่ร่ำไป
มีมาตรการตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรีที่เริ่มนำเสนอกันบ้างแล้ว โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะใช้งบประมาณปี พ.ศ.2559-2560 ซึ่งมีหน่วยงานในสังกัดที่คาดว่าจะใช้ยางพาราในประเทศ จำนวน 8 แห่ง เพื่อนำไปใช้เป็นแผ่นยางปูคอกโคนม ปูพื้นคอกปศุสัตว์ ถุงมือยาง การปรับปรุงผิวจราจร ถนนลาดยาง โครงการปรับปรุงผนังบ่อดินสำหรับอนุบาลและเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์สัตว์น้ำ รองเท้ายาง เป็นต้น คาดว่าจะใช้ยางทั้งสิ้น 25,580.34 ตันยางแห้ง สำหรับในปี 2560 คาดว่าจะมีปริมาณการใช้ยางพาราทั้งสิ้น 11,025.35 ตันยางแห้ง โดยสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรีและสำนักงบประมาณ จะเป็นผู้รวบรวมข้อมูลจากกระทรวงอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เห็นภาพรวมก่อนนำเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป นี่คือตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นว่า ถ้าหน่วยงานราชการจะ "ให้ความร่วมมือ” ก็ไม่น่าจะเป็นเรื่องยากเย็นอะไรนัก
อย่างไรก็ตาม แทบทุกการเคลื่อนไหวของเกษตรกรชาวสวนยางมักจะมีข้อครหาอยู่เสมอๆ ว่า มีเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่เว้นแม้แต่การออกมาเรียกร้องครั้งนี้ ที่มีเกษตรกรหลายกลุ่ม หลายแกนนำ ทั้งที่สุราษฎร์ธานี ตรัง นครศรีธรรมราช รวมไปถึงเกษตรกรในภาคอื่นๆ อีกจำนวนไม่น้อย ก็ดูเหมือนจะมีการเมือง "ยื่นมือ” เข้าไป อย่างล่าสุด มีข้อเรียกร้องให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการ กปปส. ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนฯ เข้าร่วมขบวนเรียกร้องด้วย ซึ่งนายสุเทพก็ให้สัมภาษณ์ในวันถัดมาเสมือนส่งสัญญาณไปยังรัฐบาลว่า รัฐบาลสามารถเข้าไปซื้อยางพาราได้ในราคากิโลกรัมละ 60 บาท ผ่านหน่วยงานต่างๆ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ แต่นายกรัฐมนตรีตอบคำถามสื่อมวลชนว่า รัฐบาลไม่สามารถรับซื้อในราคานั้นได้ ซึ่งฟังดูเหมือนจะยังมีความคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับความเข้าใจในมาตรการให้หน่วยราชการซื้อยางพารา ที่ไม่ใช่การอุดหนุนหรือแทรกแซงราคา อาจเป็นเพราะเห็นว่ามีการเมืองเข้ามายุ่มย่ามก็เป็นได้
ตามความเห็นของนายสุเทพ ทั้งในฐานะคนพื้นที่ภาคใต้ ที่คร่ำหวอดอยู่กับเรื่องยางพารา ทั้งอดีตสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ที่เคยนำเสนอมาตรการยกระดับราคายาง โดยให้แต่ละหน่วยงานราชการรับซื้อไปใช้ประโยชน์ เชื่อว่าปัญหาราคายางพารายังสามารถแก้ไขได้ ซึ่งจะต้องใช้เวลา และความร่วมมือจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะหน่วยงานราชการนั้น นายสุเทพเห็นว่า นายกรัฐมนตรีสามารถใช้อำนาจพิเศษบังคับใช้ได้ในทันที กรณีดังกล่าวมานี้ก็ต้องรอดูท่าทีของกลุ่มชาวสวนยางที่นัดรวมพลกันในวันที่ 12 มกราคม รวมทั้งมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันเดียวกันด้วย แต่ทั้งหมดนี้ย่อมไม่เกินความสามารถที่ทุกฝ่ายจะร่วมกันแก้ไขปัญหาได้ โดยเฉพาะในหลายข้อเรียกร้องของเกษตรกรนั้น เป็นแนวทางการแก้ปัญหาที่ยั่งยืน หาใช่เพียงเรียกร้องขอให้แทรกแซงราคาแต่เพียงอย่างเดียว



