
ไหลไปแล้วไม่ไหลคืน
ไหลไปแล้วไม่ไหลคืน : โดยวิธีของเราเอง โดยไพฑูรย์ ธัญญา
ว่ากันว่าแต่ก่อนลูกหลานชาวใต้ที่ขึ้นมาเรียนหนังสือในกรุงเทพฯ ใช้เงินมือเติบ ทำตัวเป็นเศรษฐี เพราะมีความมั่นใจว่า เงินไหลมาทุกวัน ตราบใดที่น้ำยางสีขาวยังไหลไม่หยุด แต่ทุกวันนี้ สถานการณ์ไม่เป็นอย่างนั้นเสียแล้ว น้ำยางของคนใต้ยังไม่หยุดไหล แต่มันจะมีประโยชน์อะไร ในเมื่อมันไม่มีราคาเหมือนแต่ก่อน ใครจะนึกบ้างว่า ราคายางพาราได้มาถึงจุดที่สี่กิโลร้อย ถ้าเป็นเลือด ก็ไหลไม่ยอมหยุดเสียแล้ว สำหรับราคายางพาราในบ้านเรา
ปีใหม่ปีนี้ ผมได้มีโอกาสลงไปเยี่ยมบ้านที่ภาคใต้ ได้ไปฉลองปีใหม่กับญาติพี่น้อง หลังจากที่ห่างเหินไปนาน แต่กลับบ้านเที่ยวนี้เห็นได้เลยว่า เทศกาลปีใหม่ในภาคใต้เงียบเหงา ซบเซาผิดปกติ เนื่องมาจากคนไม่มีเงินจับจ่ายใช้สอย สถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งไม่คึกคัก รถขึ้นล่องภาคใต้ ไม่ติดเหมือนภาคอื่น เห็นได้เลยว่า ลูกหลานคนใต้กลับบ้านน้อยลง ก่อนปีใหม่ ราคายางสามกิโลร้อย แต่ขยับลงไปถึงสี่กิโลร้อยรับเทศกาลปีใหม่ ชนิดที่ไม่รักษาน้ำใจชาวสวนเอาเสียเลย ได้มีโอกาสนั่งคุยกับชาวบ้านในร้านน้ำชา หลายคนมองหาลู่ทางใหม่ บางคนคิดว่าอาจจะต้องโค่นต้นยาง พลิกสวนมาทำนากันอีกครั้ง ชาวสวนยางคนหนึ่งใน จ.นครศรีธรรมราช จัดฉาก เอามีดกรีดยางมาผูกคอตาย แล้วถ่ายภาพ นำไปโพสต์ลงเฟซบุ๊ก ประชดใครก็ไม่รู้
คนใต้ทุกวันนี้ได้ผ่านเลยเวลาทองไปแล้ว นับตั้งแต่ราคายางสูงขึ้นในหลายสิบปีที่ผ่านมา คนทำนาในภาคใต้พากันเปลี่ยนที่นามาปลูกยางกันทั่วหน้า ท้องทุ่งนากว้างใหญ่ในหลายจังหวัด ถูกแทนที่ด้วยสวนยางร่มครึ้ม พวกเขาฝากชีวิตและความหวังไว้กับการปลูกพืชเชิงเดี่ยวชนิดนี้ ยอมซื้อข้าวสารและทุกสิ่งทุกอย่าง เพราะมั่นใจในราคายางพารา แน่ละ ตราบใดที่น้ำยางยังไหล พวกเขาก็ไม่อดตาย แถวบ้านผม ขนาดที่ลุ่มต่ำริมทะเลสาบ ซึ่งเคยถูกน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน ยังถูกเปลี่ยนสภาพเป็นสวนยางไปอย่างไม่น่าเชื่อ ตอนที่ราคายางยังสูง พวกเขาพากันดาวน์รถใหม่ออกมาขับกันเป็นทิวแถว ทั้งสองล้อและสี่ล้อ แต่พอยางราคาตก ก็ปล่อยให้มันถูกยึดไปตาปริบๆ ความหยิ่งผยองของชาวสวนยางหายไปกับราคายางช่นเดียวกัน
มันเป็นเรื่องที่ชวนตลก แต่หัวเราะกันไม่ออก ราคายางที่ดิ่งลงไปแตะที่กิโลละ 25 บาท ถือว่าต่ำที่สุดในรอบหนึ่งร้อยปี นับแต่มีการปลูกพืชชนิดนี้กัน เมื่อยางพาราคือเส้นเลือดใหญ่และลมหายใจของคนใต้ ถ้าราคายางยังดิ่งลงเหวเช่นนี้ เศรษฐกิจทุกระบบของภาคใต้ก็มีอันต้องล่มสลายในเร็ววัน อย่าลืมว่า ตอนนี้เกษตรกรภาคใต้ปลูกยางพารากันเป็นหลัก ในขณะที่ภาคเหนือและอีสาน ยังมีพืชเศรษฐกิจหลายตัว ไม่ว่าจะเป็นข้าว อ้อย มันสำปะหลัง ถ้าพืชตัวใดไม่ได้ราคา พวกเขายังมีทางเลือกอื่น การปลูกพืชเชิงเดีี่ยว ได้สอนบทเรียนที่เจ็บปวดที่สุดให้แก่คนใต้ชนิดต้องสอนลูกสอนหลานกันไปจนตาย
การแก้ปัญหาราคายางตกต่ำให้สำเร็จ จึงเป็นความสุขเดียวที่รัฐบาลชุดนี้ ยังไม่สามารถคืนให้แก่พี่น้องชาวสวนยางได้ ทุกวันนี้ชาวบ้านแทบจะไม่เชื่อน้ำยารัฐบาลอีกต่อไปแล้ว ล่าสุดเริ่มมีการเคลื่อนไหวของบรรดาพี่น้องชาวสวนยางในภาคใต้อีกครั้งหนึ่ง บรรดาแกนนำชาวสวนยางภาคใต้เริ่มมีการนัดหมาย ที่จะออกมาชุมนุมใหญ่ในวันที่ 12 มกราคม ที่จะถึงนี้ พร้อมกับเตรียมการยื่นข้อเสนอให้รัฐบาลพิจารณาหาทางแก้ไข ไม่ว่าจะให้นายกรัฐมนตรี ใช้มาตรา 44 ประกาศชดเชยราคาให้กิโลกรัมละ 50-60 บาท ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่พอจะทำให้พี่น้องชาวสวนยางพออยู่ได้ นอกจากนี้แล้ว การเรียกร้องให้รัฐบาลระบายยางในโกดังจำนวนมหาศาลออกให้เร็วที่สุด ก็เป็นทางออกอีกอย่างหนึ่งที่พอจะช่วยพยุงชีวิตคนสวนยางให้พอลืมตาอ้าปากได้บ้าง
ไม่ว่าการต่อสู้เรียกร้องของบรรดาแกนนำชาวสวนยางภาคใต้ จะประสบความสำเร็จหรือไม่อย่างไร แต่สิ่งหนึ่งที่พี่น้องชาวสวนยางจะต้องคิดกันให้หนักก็คือ พวกเขาจะต้องกำหนดอนาคตของตัวเองแล้วว่า จะทำมาหากินกันอย่างไร ในเมื่ออนาคตของยางพารานั้นคงไม่มีวันสดใสเหมือนอดีต พวกเขาอาจต้องหันมาปลูกพืชชนิดอื่นบ้าง นอกจากยางพาราและปาล์มน้ำมัน ทุกวันนี้หลายคนคิดจะกลับไปทำนาเหมือนเดิม แต่ยังทำไม่ได้ เพราะหากทำเพียงไม่กี่ราย พอข้าวออกรวงมาก็จะกลายเป็นอาหารนกไปในทันที ถ้าจะทำนากันอีกครั้งก็ต้องรื้อสวนยางกันให้หมด โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มที่สามารถปลูกข้าวได้ แต่นี่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะระบบนิเวศและภูมิศาสตร์ของภาคใต้ได้เปลี่ยนไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง
ตำนานเศรษฐีสวนยางของคนใต้ กำลังจะปิดฉากลงในเร็ววัน อนาคตของพวกเขาจะเป็นเช่นไร รัฐบาลเองก็เหมือนจะยังไม่มีคำตอบ



