คอลัมนิสต์

ตำรวจรถไฟศิลาอาสน์เข้มหมายจับป้องอาชญากรรม

ตำรวจรถไฟศิลาอาสน์เข้มหมายจับป้องอาชญากรรม

07 ม.ค. 2559

ตำรวจรถไฟศิลาอาสน์เข้มหมายจับ ป้องอาชญากรรมทุกรูปแบบ : สายตรวจระวังภัย ทีมข่าวอาชญากรรม

           ปัญหาอาชญากรรมเกิดขึ้นได้ทุกหย่อมหญ้า โดยเฉพาะในระบบขนส่งมวลชนขนาดใหญ่อย่างรถไฟ ที่มีผู้คนจำนวนมากโดยสาร อาจมีมิจฉาชีพ คนต้องคดีอาญา หรือกระทำผิดกฎหมายปะปนมากับขบวนรถไฟด้วย จนอาจสร้างปัญหาอาชญากรรมน้อยใหญ่กับประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ ฉะนั้นนอกจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการเดินรถไฟจะมีมาตรการกวดขันป้องกันแล้ว อีกหน่วยงานที่เข้ามามีส่วนร่วมคือตำรวจรถไฟ ที่ต้องคัดกรอง กวดขันจับกุมผู้ที่กระทำผิดกฎหมายที่โดยสารมากับขบวนรถไฟนั้นๆ

           ด้วยเหตุนี้สถานีตำรวจรถไฟศิลาอาสน์ กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจรถไฟ ซึ่งตั้งอยู่ในย่านสถานีรถไฟศิลาอาสน์ จ.อุตรดิตถ์ ที่มี พ.ต.ต.สมพงษ์ เอกวัฒ สว.ส.รฟ.ศิลาอาสน์ เป็นหัวหน้าสถานี โดยมีหน้าที่ให้บริการ รักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผู้โดยสารทั้งชาวไทย และนักท่องเที่ยวที่เดินทางด้วยรถไฟสายเหนือ มีหน้าที่ปฏิบัติภารกิจตามนโยบายของรัฐบาลกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเป็นการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมรูปแบบต่างๆ ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ และที่ผ่านมามีผลการปฏิบัติที่เป็นประจักษ์ เช่น การจับกุมคดีเกี่ยวกับยาเสพติด และคดีอื่นๆ อีกมากมาย

           เกี่ยวกับการกวดขัน ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมบนขบวนรถไฟ สืบเนื่องจากทันทีที่ พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ได้เข้ามารับตำแหน่งผู้บัญชาการกองบัญชาการสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) ก็ได้นำระบบฐานข้อมูลส่วนกลางเชื่อมโยงแผนประทุษกรรม เพื่อรองรับประชาคมอาเซียน โดยแบ่งออกเป็น 14 กลุ่มอาชญากรรม ขณะที่กองบังคับการตำรวจรถไฟ (บก.รฟ.) ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับบนขบวนรถไฟ ทั้งนี้ พล.ต.ต.จิตติสันต์ แก้วแสงเอก ผบก.รฟ จึงได้มีนโยบายและกำชับให้นำเอาระบบการตรวจสอบข้อมูลหมายจับค้างเก่าจากฐานข้อมูลระบบ ccoc ของสำนักงานตำรวจแช่งชาติมาใช้กับตำรวจรถไฟ เพราะเล็งเห็นความสำคัญในการช่วยป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมที่อาจเกิดบนขบวนรถไฟได้

           พ.ต.ต.สมพงษ์ อธิบายว่า ส.รฟ.ศิลาอาสน์ ได้นำมาต่อยอดสั่งการให้ชุดสายตรวจชุดปฏิบัติการดำเนินการ โดยนำเลขประจำตัวประชาชนจากบัตรประชาชนของผู้ต้องสงสัย มาตรวจกับกับฐานข้อมูลระบบ ccoc จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับค้างเก่าได้ ซึ่งเฉพาะในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2558 เดือนเดียวสามารถจับกุมได้ถึง 15 หมายจับ ถือว่าเป็นผลสำเร็จของงานที่ยอดเยี่ยม สามารถจับกุมบุคคลอันตราย เป็นภัยต่อชีวิต เป็นพิษต่อสังคม อันจะสร้างให้เกิดความสงบปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เข้ามาเที่ยวในบ้านเรามากยิ่งขึ้น ประกอบกับสร้างความเชื่อมั่นให้ระบบการท่องเที่ยวที่มีการโดยสารทางรถไฟได้มากยิ่งขึ้นด้วย

           ผลที่ดำเนินการมานั้นมีการจับกุมคดีอาชญากรรมหลายรูปแบบ ทั้งคดีลักทรัพย์ คดีข่มขืน อนาจาร คดีจี้ชิงทรัพย์ โดยเฉพาะยาเสพติดซึ่งถือเป็นภัยร้ายของสังคมไทยก็มีการจับกุมถือว่าเยอะพอสมควรเมื่อเป็นการลักลอบขนมาทางรถไฟ โดยเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2558 เวลาประมาณ 11.40 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจรถไฟศิลาอาสน์ กก.2 บก.รฟ. นำโดย พ.ต.ต.สมพงษ์ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจรถไฟศิลาอาสน์ได้จับกุมหนุ่มมูเซอ รับจ้างขนยาบ้า จำนวน 10,890 เม็ด โดยรับว่าได้ค่าจ้างเป็นเงิน 4 หมื่นบาท แต่ยังไม่ทันได้รับค่าจ้างก็มาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจรถไฟศิลาอาสน์จับกุมเสียก่อน ซึ่งจับกุมตัวได้บนขบวนรถไฟ ขบวน 102 ขณะที่ขบวนรถไฟวิ่งระหว่างสถานีรถไฟบ้านด่าน-สถานีรถไฟศิลาอาสน์ ต.น้ำริด อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์

           หากการเข้มงวดกวดขันของตำรวจรถไฟเกี่ยวกับหมายจับคดีค้างเก่า และเฝ้าระวังป้องกันปราบปรามอาชญากรรมอย่างต่อเนื่องเช่นนี้ เชื่อว่าปัญหาอาชญากรรมบนรถไฟ ซึ่งเป็นระบบขนส่งมวลชนที่มีจำนวนผู้โดยสารมากที่สุดในการเดินแต่ละครั้งจะหมดไป หรือลดลงอย่างต่อเนื่อง สร้างความอุ่นใจให้ความปลอดภัยกับประชาชนได้เป็นอย่างมากเช่นเดียวกัน