คอลัมนิสต์

ศักราชใหม่..มังกรมี‘ลูกสองคน’

ศักราชใหม่..มังกรมี‘ลูกสองคน’

07 ม.ค. 2559

ศักราชใหม่..มังกรมี‘ลูกสองคน’ : มนุษย์สองหน้า โดยแคน สาริกา

            นับแต่วันที่ 1 มกราคม 2559 รัฐบาลจีนถือว่า เป็นวันเริ่มต้นนโยบาย “ลูกสองคน”

            หลังจากที่ประชุมคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน เมื่อเดือนตุลาคม ที่กรุงปักกิ่ง ได้กำหนดนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ระหว่างปี 2559-2563 โดยอนุญาตให้คู่สามีภรรยาทุกคู่มีลูกได้ 2 คน

            และยกเลิกนโยบายลูกคนเดียวที่ใช้มานานกว่า 3 ทศวรรษ

            เป้าหมายหลักการเลิกนโยบายลูกคนเดียว เพื่อปรับปรุงการพัฒนาประชากรอย่างสมดุล และแก้ไขปัญหาประชากรสูงวัยเพิ่มขึ้น

            ย้อนไปปี 2522 รัฐบาลจีนได้เริ่มใช้นโยบายมีลูกคนเดียว มีการตราเป็นกฎหมายบังคับให้คู่สมรสมีลูกไม่เกินครอบครัวละ 1 คน นโยบายดังกล่าวจัดทำขึ้นเพื่อจัดการกับปัญหาประชากรล้นและปัญหาเศรษฐกิจ

            จากความคิด “มีลูกมาก ยากจน” ของผู้นำเติ้ง เสี่ยวผิง จึงมีนโยบายลูกคนเดียว กำหนดให้ครอบครัวเขตเมือง ซึ่งมีสัดส่วนเท่ากับ 35.9 เปอร์เซ็นต์ของประชากรจีนทั้งหมด มีลูกได้คนเดียว โดยมีข้อยกเว้นให้แก่บางครอบครัวในชนบทที่มีลูกคนแรกเป็นผู้หญิงสามารถมีลูกคนที่สองได้ ชนชาติส่วนน้อย และครอบครัวที่ทั้งพ่อแม่เป็นลูกคนเดียว ผู้ฝ่าฝืนจะถูกปรับเป็นจำนวนเงินตามระดับรายได้สุทธิ

            เวลานั้นมีเสียงวิจารณ์กันมากมายจากโลกตะวันตก โดยเฉพาะประเด็นการให้อำนาจเจ้าหน้าที่ปรับผู้ฝ่าฝืน และบ่อยครั้งบังคับให้ทำแท้ง สร้างบาดแผลให้แก่สังคม

            นอกจากนั้น พรรคคอมมิวนิสต์จีนยังรณรงค์มีการติดป้ายโฆษณา “การคุมกำเนิดคือนโยบายพื้นฐานของชาติ มีคนเดียวกำลังดี” หรือ “ฝ่าฝืนกฎหมายมีลูกเกิน 1 คน ต้องถูกบังคับให้ทำแท้ง”

            พลันที่จีนเปิดประเทศ และมีการปฏิรูปเศรษฐกิจ ก็มีเสียงสะท้อนผ่านสื่อว่า นโยบายลูกคนเดียวยังก่อให้เกิดผลประชากรสูงวัยและภาคแรงงานที่หดสั้นลง เพิ่มความท้าทายให้การเจริญเติบโตช้าลง ตัวเลขจำนวนวัยหนุ่มสาวลดหายไป

            ครั้งหนึ่ง สื่อตะวันตกได้ทำสกู๊ปข่าวเรื่อง “ฮ่องเต้น้อย” ดอกผลของนโยบายลูกคนเดียวในครอบครัวคนจีนที่มีฐานะมั่งคั่ง

            ฮ่องเต้น้อยถูกเอาอกเอาใจตั้งแต่การกิน ที่ทำให้รูปร่างอ้วนเตี้ย ทั้งเล่นวิดีโอเกม ถูกทำให้มีนิสัยไร้ศีลธรรม หลงตัวเอง ไม่ใช่บุคลิกลักษณะนิสัยของผู้นำในอนาคต

            ว่ากันว่า นโยบายลูกคนเดียวนี้ ได้หยุดการเกิดได้ถึง 400 ล้านคน ปัจจุบันจีนมีประชากรมากที่สุดในโลกถึง 1,370 ล้านคน และมีประชากรอายุเกิน 50 ปี อยู่ราว 30%

            ก่อนหน้านี้ นักวิชาการจำนวนมากต่างกระตุ้นรัฐบาลกลางให้ปฏิรูปนโยบายลูกคนเดียว ซึ่งมีจุดประสงค์ควบคุมประชากรไม่ให้เติบโตจนล้นประเทศ ทว่าวันนี้ถูกมองว่าเป็นนโยบายที่ล้าสมัยและเป็นต้นเหตุของปัญหาขาดแคลนแรงงาน

            ปี 2555 จีนเผชิญภาวะประชากรวัยทำงานหดตัวลงเป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษ ซึ่งอาจส่งผลให้จีนกลายเป็นชาติแรกของโลกที่เจอวิกฤติ “แก่ก่อนรวย” โดยมีการคาดการณ์กันว่า กลางศตวรรษนี้ หนึ่งในสามของคนจีนจะมีอายุเกิน 60 ปี และประชากรวัยทำงานที่ถือเป็นผู้มีหน้าที่ดูแลคนสูงวัยจะลดจำนวนลงเรื่อยๆ

            หลายปีที่ผ่านมา จีนจึงค่อยๆ ผ่อนคลายนโยบายลูกคนเดียว เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2556 พรรคคอมมิวนิสต์จีนยอมผ่อนปรนสำหรับประชากรบางกลุ่ม โดยจะอนุญาตให้คู่สามีภรรยามีลูกได้ 2 คน หากผู้เป็นพ่อหรือแม่คนใดคนหนึ่งเป็นลูกโทน หรืออนุญาตสำหรับบางครอบครัวที่อาศัยอยู่ในเขตเมือง

            การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถูกจับตามองจากทั่วโลก สื่อหลายสำนักกล่าวว่าเป็นการปลดล็อกข้อห้ามเกี่ยวกับการวางแผนครอบครัวของค่ายมังกรยักษ์

            ปฏิกิริยาจากชาวปักกิ่ง ต่างมีเสียงตอบรับที่เห็นด้วยกับการยกเลิกนโยบายลูกคนเดียว ที่รัฐบาลจีนใช้ควบคุมจำนวนประชากรมานานหลายทศวรรษ โดยพวกเขาเชื่อว่า นโยบายนี้นอกจากจะช่วยแก้ไขปัญหาการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุในจีน ยังช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานด้วย

            ด้านหนึ่ง นักวิชาการจีนเชื่อว่า นโยบายลูกสองคนอาจไม่ใช่ปัจจัยกระตุ้นให้เกิดภาวะการมีประชากรเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากกลุ่มคนรุ่นใหม่ของจีนมีอุดมคติในการมีครอบครัวขนาดเล็ก

            อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจีนเตือนว่า การผ่อนปรนให้ครอบครัวชาวจีนมีลูกได้ 2 คน จะทำให้จีนมีประชากรเพิ่มขึ้นปีละ 3 ล้านคน ซึ่งไม่ส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อม และทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่

            เหรียญมีสองด้าน นโยบายลูกคนเดียวหรือลูกสองคน ย่อมมีบวกและลบ เพียงแต่เราจะเลือกเอาด้านไหนให้สอดคล้องกับสภาพสังคมที่เป็นจริงมากที่สุด