
มาตรการพิเศษ
มาตรการพิเศษ : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 6 ม.ค.2558
ถึงแม้มาตรการพิเศษ คือการยึดรถ เพื่อกำราบพวกเมาแล้วขับ ในเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา จะไม่หวือหวาเท่าไรนัก แต่ก็สร้างความหวาดหวั่นมิใช่น้อยเพราะทุกปีที่ผ่านมามีเพียงสถิติการจับกุมเพื่อลดตัวเลขการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลเท่านั้น และดูเหมือนการบังคับใช้กฎหมายก็แทบไม่มีผลต่อตัวเลขเลย ยังมีผู้เสียชีวิตต่อเนื่อง โดยเฉพาะเส้นทางรองตามหมู่บ้าน ในขณะที่เส้นทางหลักก็มีตำรวจคอยดูแลเกือบตลอดช่วงเส้นทาง ช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมามีการตรวจยึดรถยนต์ รถจักรยานยนต์ไปแล้วนับพันคัน แต่รถที่ยึดได้เจ้าของสามารถนำเอกสารการตรวจยึดมาขอคืนหลังจากเลยช่วงเทศกาลปีใหม่ แต่มาตรการนี้ก็ไม่ได้ลดจำนวนคนตายในช่วงเทศกาลลง แต่มีผลต่อความยุ่งยากในการต้องมารับรถคืน กระทบต่อการทำงานหรือการใช้ชีวิตประจำวันเท่านั้น
ความจริงมาตรการพิเศษลักษณะนี้ หากเสนอเป็นกฎหมายเฉพาะน่าจะดีกว่าการใช้ มาตรา 44 เป็นการแก้ปัญหาในระยะยาวและต้องมีวิธีปฏิบัติด้านอื่นให้ชัดเจนด้วย เช่น การยึดรถแล้วจะเอาไปไว้ที่ไหน ใครจะเป็นผู้ดูแล เพราะลำพังตำรวจคงไม่สามารถหาพื้นที่มารองรับ ความรับผิดชอบในการดูแลหากมีความเสียหายเกิดขึ้น ที่นอกเหนือจากช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองต่างๆ ในระยะสั้นๆ ดังนั้นส่วนสำคัญที่จะทำให้ตัวเลขการตายในช่วงหยุดยาวหรือการตั้งด่านตรวจแอลกอฮอล์ตามปกติลดลง เชื่อว่ากลุ่มคนที่ดื่มแล้วขับคงหวั่นเกรงกับเรื่องแบบนี้ ที่ผ่านมาแม้ถูกดำเนินคดีหรือโทษบำเพ็ญประโยชน์ก็ไม่ได้ทำให้กลุ่มนักดื่มยอมรับกติกา แม้ปัจจุบันมีคำพิพากษาให้จำคุกแล้วก็ตาม แต่เป็นเพียงส่วนน้อย แล้วส่วนใหญ่ก็ลืมกันไป ไม่ใช่เป็นโทษที่ทุกคนต้องรับเสนอกัน อาจจะเรียกว่า “เขียนเสือให้วัวกลัว” เพียงระยะแรกเท่านั้น
มาตรการยึดรถหากทำอย่างต่อเนื่องและมีกฎหมายรองรับ จะทำให้คนกลุ่มนี้เลิกพฤติกรรมเดิมๆ ได้ไม่มากก็น้อย เช่น โทษครั้งแรกจะยึดรถไว้กี่วัน ครั้งที่สองยึดกี่วัน มีลักษณะโทษที่หนักขึ้น เชื่อว่าตัวเลขการเสียชีวิตหรือบรรดาเมาแล้วขับต้องเข็ดขยาดอย่างแน่นอน ที่สำคัญต้องทำทั้งในและนอกเทศกาลจึงจะเห็นผล รวมถึงการตั้งด่านตรวจปกติด้วย แต่มาตรการลักษณะนี้ต้องมีข้อควรระวังด้วย เพราะยิ่งกฎหมายมีโทษสูงเพียงไรก็จะกลายเป็นช่องทางสร้างผลประโยชน์ได้มากขึ้นด้วย การทุจริตคอร์รัปชั่นจะตามมา เช่น การตั้งด่านทุกวันนี้ จากอดีตที่เคยจ่ายใต้โต๊ะเป็นหลักหมื่น เพื่อให้ปล่อยตัว แต่ปัจจุบันราคาลดลงมาเหลือหลักพันก็สามารถหลุดรอดไปได้แล้ว หากจะเพิ่มโทษด้วยการยึดรถต้องมีระเบียบหรือคำสั่งจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นพิเศษกับตำรวจที่อาศัยช่องทางนี้ไปหากิน



