
บนเส้นทางสายชรา
บนเส้นทางสายชรา : ไปสู่ถนนดินลูกรัง โดย เฉลิมศักดิ์ แหงมงาม
กลุ่มเพื่อนนักเดินทางไปเที่ยวพม่ากับผมในครั้งนี้ ส่วนใหญ่อายุเกินเจ็ดสิบปี หรือไม่ก็หกสิบสี่หกสิบห้าปีขึ้น ผมจึงกลับกลายเหมือนผู้เริ่มต้นชรา
แม้จะผ่านเส้นทางมหาโหดในพม่าอันยาวไกล รวมถึงนั่งอยู่บนรถทัวร์เป็นส่วนใหญ่ รถทัวร์เก่า ๆ เครื่องปรับอากาศโทรม ๆ ร้อนอ้าวเกือบจะทั้งคันรถ เพื่อเดินทางไปแต่ละเมืองในพม่า แต่คณะผู้เดินทางไปด้วยกันก็ยังดูกระฉับกระเฉง ไม่มีใครเจ็บป่วยหรืออุทธรณ์ความทุกข์ยาก ต้องชมว่าสุขภาพแต่ละท่านเป็นเยี่ยม
ส่วนใหญ่เดินทางไปทั้งสามีและภรรยา มีบ้างบางครอบครัว ที่บางคนนำบุตรไปด้วย อายุน่าจะเฉียดขึ้นเลขสี่สิบกันทุกคน อาจจะห่วงบิดามารดา แต่ก็อยากจะพาไปเที่ยวในพม่า ไปไหว้เจดีย์ชะเวดากอง และพระธาตุอินทร์แขวนในพม่า
มีการแลกเปลี่ยนความเห็นกันพอสมควร ในกลุ่มผู้สูงวัย ผมสังเกตดูแต่ละท่านความคิดยังเฉียบคม บางคนมีอาชีพสำรอง เป็นอาจารย์สอนหนังสือมหาวิทยาลัย บางคนเป็นอดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาล มีกิจการโรงพยาบาลเป็นของตนเอง บางคนเคยเป็นฝ่ายบริหารงานบุคคลในโรงงานขนาดใหญ่และบางคนเคยเป็นอดีตนักการเมือง ถือได้ว่า มีประสบการณ์มองปัญหาชาติบ้านเมืองได้อย่างทะลุปรุโปร่ง
ทุกคนแม้เกษียณการทำงาน แต่ก็พยายามหางานทำเพื่อไม่ให้ตนเองเหงา หลีกที่จะกลายเป็นคนชราที่ไร้ค่า เลี้ยงลูกหลานอยู่กับบ้าน
ในยุคสังคมกำลังจะเปลี่ยนไปเป็นสังคมคนชรา ผมว่ารัฐบาลน่าจะเริ่มต้นคิด เอาบุคคลเหล่านี้มาใช้ให้เป็นประโยชน์กับชาติบ้านเมือง เพราะแต่ละท่านได้บำนาญน่าจะพอ ๆ กับเงินเดือนที่เคยได้รับในอดีต แต่ให้ไปนั่งพักผ่อนอยู่กับบ้านอย่างสบาย ๆ
คนอายุหกสิบทุกวันนี้ ผู้รักษาสุขภาพอย่างเต็มร้อย ส่วนใหญ่ยังแข็งแรงอย่างกับคนหนุ่ม อดีตข้าราชการผู้ใหญ่บางท่าน ถึงกับอวดความหนุ่มของตนเองหลังเกษียณอายุราชการผ่านมาทางเฟซบุ๊กให้ผมแอบอ่านอยู่ประจำ
ในที่นี้ ผมไม่หมายถึงข้าราชการทั้งหมด แต่ผมว่ารัฐบาลควรคัดกรอง ข้าราชการที่ทำประโยชน์เพื่อชาติบ้านเมือง ประวัติรับราชการไม่ด่างพร้อย ไม่โกงกิน เป็นบุคคลมีอุดมคติในการทำงานเพื่อแผ่นดินเหมือนพระราชดำรัสของในหลวง
ข้าราชการที่เป็นนักธุรกิจ มีอาชีพแฝงรับเหมาก่อสร้าง ก่อให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชั่นไปทั้งแผ่นดิน ประเภทนี้ต้องมีมาตรการ ตรวจสอบคัดกรอง ผมยังจำพระราชดำรัสในหลวงเกี่ยวกับการรับราชการต้องยึดเป็นอาชีพหลัก เป็นอยู่อย่างพอเพียง ถ้าใครอยากเป็นพ่อค้าก็ให้ออกจากราชการไป ไม่ควรมีอาชีพรับราชการ
การคอร์รัปชั่นที่ก่อเกิดก็เพราะบุคคลกลุ่มนี้มีส่วนพอสมควร เห็นการรับราชการเป็นธุรกิจ ไม่ว่าใต้โต๊ะบนโต๊ะ รัฐบาลควรสรรหา รักษาบุคคลที่ยอมหักไม่ยอมงอ ยึดมั่นความถูกต้องไว้ในระบบราชการเยอะ ๆ คอร์รัปชั่นจะจางหายไปจากระบบราชการในที่สุด
ไม่มีประโยชน์อะไรกับการตีฆ้องประชาสัมพันธ์ สัมมนาประชุม เรียกร้องให้ข้าราชการหยุดการกระทำชั่ว ผนึกกำลังต่อต้านคอร์รัปชั่น โดยไม่ตั้งระบบตรวจสอบคัดกรอง หรือระบบถ่วงดุลขึ้น
การสู้กับระบบทุนนิยมนั้น ต้องสู้ด้วยหลักการ ยึดมั่นการทำงานเพื่อแผ่นดินอย่างจริงจัง
สู้ต่อไปเถอะครับท่านนายกรัฐมนตรี มีประชาชนให้กำลังใจท่านมากมาย.



