
เริ่มต้นปีแห่งความท้าทาย
เริ่มต้นปีแห่งความท้าทาย : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 4 มกราคม 2558
วันที่ 31 ธันวาคม 2558 ที่เพิ่งผ่านพ้น เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญสำหรับประเทศไทยและกลุ่มประเทศในภูมิภาคอีก 9 ประเทศ เพราะเป็นจุดเริ่มต้นของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ที่ปรับมาจาก สมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใช้ (อาเซียน) เดิม ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกรวม 10 ประเทศ คือ บรูไน กัมพูชา อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย พม่า ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม โดยเออีซีได้จัดวางเป้าหมายของการรวมตัวกันครั้งนี้ เริ่มจากความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจ ความร่วมมือทางด้านการเมืองและความมั่นคง และปิดท้ายด้วยความร่วมมือทางด้านสังคมและวัฒนธรรม ซึ่งข้อมูลข่าวสารที่ผ่านมานานนับปี ได้โหมประโคมกันมาอย่างต่อเนื่องถึงผลดีของเออีซี และการปรับตัวของประเทศสมาชิก โดยเฉพาะประเทศไทย มีบทวิเคราะห์ข้อได้เปรียบ-เสียเปรียบเอาไว้จำนวนมาก
ที่หลายฝ่ายวิตกกังวลกันมากที่สุดก็คือ ความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย ที่ดูเหมือนจะอ่อนด้อยกว่าประเทศสมาชิกทั้งหมด อย่างเช่น เรื่องภาษากลาง หรือภาษาอังกฤษ ในการติดต่อสื่อสาร ซึ่งเป็นกรณีที่ประเทศไทยจะต้องใช้เวลาในการพัฒนาอีกนาน เมื่อดูอันดับความสามารถการใช้ภาษาอังกฤษ ก็ย่ำแย่ทั้งในภูมิภาคเอเชีย และระดับโลก นอกจากนี้ ด้วยจำนวนตัวเลขประชากรในกลุ่มเอเอีซีมีมากถึง 625 ล้านคน ในจำนวนนั้นเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อมากกว่า 100 ล้านคน สะท้อนให้เห็นตลาดขนาดใหญ่ ที่ประเทศไทยจะต้องเอาใจใส่เป็นพิเศษในการที่จะผลิตสินค้าเพื่อสนองตลาดเหล่านี้ให้ได้ ซึ่งก็ต้องอาศัยการเร่งพัฒนาศักยภาพโดยความร่วมมือของทั้งภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสิ่งที่เรียกว่า นวัตกรรม ทั้งกระบวนการอุตสาหกรรม
เมื่อเร็วๆ นี้ คณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบคณะกรรมการภาครัฐและเอกชนเพื่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศจำนวน 12 ชุด มีรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องและบุคคลระดับชั้นนำในภาคธุรกิจเข้าร่วมแบบประกบคู่ขนาน คล้ายๆ กับเป็นคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจชุดดรีมทีมขึ้นมาอีกคณะหนึ่ง ประกอบด้วย 1.คณะกรรมการด้านการยกระดับนวัตกรรมและผลิตภาพ 2. การดึงดูดการลงทุน และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ 3.การส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมและเริ่มต้น หรือสตาร์ทอัพ 4.ยกระดับคุณภาพวิชาชีพ 5.การพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก และประชารัฐ 6.การส่งเสริมการท่องเที่ยวและประชุมสัมมนา (ไมซ์) 7.ส่งเสริมการส่งออก และการลงทุนในต่างประเทศ 8.พัฒนาคลัสเตอร์ภาคอุตสาหกรรมแห่งอนาคต 9.การปรับแก้กฎหมายและกลไกภาครัฐ 10.การพัฒนาการเกษตรสมัยใหม่ 11.การศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ และ 12.ทำงานด้านการสร้างรายได้ และการกระตุ้นการใช้จ่ายของประเทศ
มีคำพยากรณ์กันเอาไว้ว่า ภาวะเศรษฐกิจในปีหน้าจะย่ำแย่กว่าปีนี้ ทั้งปัญหาเก่า อย่างเช่น การส่งออก การใช้จ่ายภาครัฐ ภาวะภัยแล้ง ทั้งยังจะมีเรื่องการเมืองเข้ามาเป็นเงื่อนไขซ้ำเติมได้ด้วย อย่างเช่น การคลอดร่างรัฐธรรมนูญ และการทำประชามติ รวมถึงคดีรับจำนำข้าวที่รัฐบาลจะต้องเผชิญหน้ากับฝ่ายต่อต้านอย่างแน่นอน กระนั้นก็ตาม การแสดงความสามารถผ่านคณะทำงานประชารัฐดังกล่าวมาก็เป็นหนทางหนึ่งที่จะทำให้ประเทศพ้นจากวิกฤติได้ ในขณะเดียวกัน คณะทำงานชุดนี้ยังมีภารกิจท้าทายสำคัญอีกหนึ่งก็คือ การยกระดับศักยภาพการแข่งขันเพื่อให้ปีเริ่มต้นของเออีซีเป็นปีที่ปูทางนำไปสู่การเป็นผู้นำเศรษฐกิจของ 10 ประเทศเอเชียอาคเนย์ให้ได้ เพราะตามโครงสร้างการทำงานและขอบเขตที่วางไว้ครอบคลุมมากที่สุด ล้วนต้องตอบโจทย์นี้ทั้งสิ้น



