
ประชาอาเซียนมาแล้ว
ประชาอาเซียนมาแล้ว : โลกสาระจิปาถะ โดยกวี จงกิจถาวร
ประชาคมอาเซียน (Asean Community) มาแล้ว คนไทยมักถามว่า พวกเราพร้อมแล้วยัง? ตอบได้เลยว่า “พร้อม แต่ไม่เต็มร้อยเท่าครับ”
ไทยควรทำได้ดีและมากกว่านี้ น่าเสียดาย เจ้าหน้าที่ทุกกระทรวง ทบวง กรม และหน่วยงานรัฐบาลทุกแห่ง ทำงานไม่จริงจังและขาดการประสานงานกัน ที่ผ่านมาต่างฝ่ายต่างทำจนทำให้ความคืบหน้าเข้าสู่ประชาคมเป็นไปอย่างเต็มร้อย
ดูเป็นตัวอย่าง ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ทั้งๆ ที่เป็นสถานที่แรกของประเทศ ที่คนอาเซียนและชาวต่างประเทศจะรู้จักและรู้สึกความเป็นประชาคมอาเซียนเวลาถึงไทย ก็ยังสับสนเหมือนเดิม สนามบินแห่งนี้มี “อาเซียนเลน” มานาน แต่ไม่มีใครดูแลจริง ใครถือพาสปอร์ตอะไรก็เดินเข้ามาได้ แบบไทยๆ
ที่สนามบินกัวลาสัมเปอร์ ใครถือพาสปอร์ตสมาชิกอาเซียน เจ้าหน้าที่บอกให้เข้าอาเซียนเลนทันที เพราะทางการกองตรวจคนเข้าเมืองมาเลเซียจัดให้มีเลนพิเศษโดยเฉพาะ ทำให้มีคนมาจากอาเซียนมีความรู้สึกประทับใจกับความเป็นอาเซียน
ในทางตรงข้าม ที่สนามบินสุวรรณภูมิไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง คือมีอาเซียนเลน แต่ไม่มีการแยกทางเข้าออกมาพิเศษอย่างเด่นชัด ทางเดินเข้าไปเช็กพาสปอร์ตเต็มไปป้ายอะไรไม่รู้ ดูสับสนมาก สกปรก รกตาที่สุด (แปลกจริงๆ ที่ผู้บริหารสนามบินไม่มีความรู้สึก ติดตั้งป้ายเต็มไปหมดตรงทางเข้าที่เช็กพาสปอร์ต) ทุกครั้งที่ผู้เขียนผ่านสนามบินจะถามเจ้าหน้าที่ว่าทำไมมีธงชาติเขมรใน “เอ็กเม็กเลน” ปรากฏว่าไม่มีใครตอบได้ ส่วนใหญ่จะบอกผู้ใหญ่สั่งมาโดยไม่มีใครรู้เรื่องอะไรทั้งสิ้น
โชคดีสามอาทิตย์ได้เอากระดาษเอ 4 มาปิดธงชาติเขมรเอาไว้ (ตามจริงทำมาหลายครั้งในช่วงปีกว่าที่ผ่านมา เพราะไทยกับกัมพูชามีความร่วมมือทางด้านวีซ่า แต่บังเอิญเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองไม่เข้าใจ คิดว่าต้องมีเลนพิเศษสำหรับคนมีวีซ่าไทย/เขมร ทั้งๆ อาเซียนเลนอย่างเดียวก็เพียงพอ)
เจ้าหน้าที่กองตรวจคนเข้าเมืองและดูแลสนามบินยังคิดว่าอาเซียนเลนนี้เป็นมาตรการหนึ่งของการส่งเสริมการท่องเที่ยวเท่านั้น โดยยังไม่มีเจ้าหน้าที่คนใดเข้าใจเลยว่า ในอนาคตทุกๆ สนามบินในสมาชิกอาเชียนจะมีแต่ “อาเซียนเลน” และ “Non-Asean Lane” สำหรับคนต่างชาติ เป็นการถาวร อย่างที่สหภาพยุโรปทำกัน ทุกสนามบินใน 28 ประเทศสมาชิก การเป็นประชาคมอาเซียนต้องเป็นรูปธรรม รู้สึกได้
รัฐบาลชุดนี้ให้ความสำคัญต่อการเตรียมพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน มีการประชุมทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายครั้ง แต่ก็ยังไม่สามารถแก้ไขกฎข้อบังคับต่างๆ ที่จะทำให้การ "เข้าถึง” ไทยในบริบทอาเซียนให้ง่ายขึ้น ดีแต่พูด ขนาดมีอำนาจมาตรา 44 ยังไม่มีน้ำยาแก้ไข แบบนี้พอหมดสมัย อีกหน่อยก็คงไม่มีความเคลื่อนไหวอะไรคืบหน้าแน่นอน
ไทยสามารถทำตามแผนปฏิบัติการอาเซียนได้หมดในทุกๆ เสา คือเศรษฐกิจ ความมั่นคง และสังคม แต่น่าเสียดายที่เจ้าหน้าที่บางหน่วยไม่กระตือรือร้น ไม่สนใจ แต่เวลาของบประมาณชอบ
ภาคเอกชนที่มีทุนข้ามชาติมีความพร้อมกับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน แต่เจ้าของทุนเล็กๆ ยังกล้าๆ กลัวๆ ไม่เข้าใจถึงถึงพลวัตของการเข้าเป็นประชาคมแต่อย่างไร ที่ผ่านมากระทรวงพาณิชย์ให้ความสนใจกลุ่มเอสเอ็มอีเป็นพิเศษ ถือเป็นพลังสร้างงานและเงินของเศรษฐกิจบ้านเรา
ส่วนนักวิชาการบ้านเรายังมีผลงานเกี่ยวกับงานวิจัยของอาเซียนน้อยมาก ในประเทศไทยมีสถาบันศึกษาอาเซียนทั้งแปดแห่งตามมหาวิทยาลัยต่างๆ มีหลักสูตรเกี่ยวกับอาเซียนเต็มไปหมด แต่กลับไม่มีผลงานวิจัยออกมาที่เผยแพร่สู่สาธารณชน แบบนี้ไทยจะเป็นฮับได้อย่างไร
การประชุมสุดยอดอาเซียนที่เพิ่งผ่านไปในกรุงกัวลาลัมเปอร์ ผู้นำอาเซียนได้มีวิสัยทัศน์ชุดใหม่ออกมาว่า จะทำอะไรบ้างในสิบปีข้างหน้า ถ้าทำตามวิสัยทัศน์ใหม่นี้จริงๆ จังๆ อาเซียนจะเป็นประชาคมที่เป็นประชาธิปไตย มีนิติธรรมเคารพสิทธิมนุษชนไม่น้อยหน้าสหภาพยุโรป
ประเด็นคือว่า ผู้นำอาเซียนมีความมุ่งมั่นที่จะทำตามวิสัยทัศน์ที่ตัวเองเป็นคนร่างและยอมรับหรือเปล่า



