คอลัมนิสต์

ปัจจัยเสี่ยงปี 2559

ปัจจัยเสี่ยงปี 2559

01 ม.ค. 2559

ปัจจัยเสี่ยงปี 2559 : บทบรรณาธิการ วันศุกร์ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2559

 
                      เวลาเดินมาถึงปี 2559 คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ยังคงเหลือเวลาคืนความสุขให้แก่คนไทยอีกราว 1 ปี 6 เดือนตามโรดแม็พที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. ได้ประกาศไว้ โดยเฉพาะการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญภายใต้สูตร 6:4:6:4 ที่มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมณูญ (กรธ.) และได้ถอดรหัสที่จะนำพารัฐนาวา “เรือแป๊ะ” ใน 6 เดือนแรกสำหรับการร่างรัฐธรรมนูญ 4 เดือนของกระบวนการทำประชามติ 6 เดือนของการออกกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง และ 4 เดือนสุดท้ายของกระบวนการจัดการเลือกตั้ง ที่ถูกสายตาจับจ้องจะไปถึงฝั่งฝันตามสัญญาที่ให้ไว้หรือไม่ หลายฝ่ายกำลังลุ้นเอาใจช่วยด้วยความหวังที่ว่าประชาธิปไตยจะกลับคืนสู่มือคนไทยอีกครั้ง เพื่อจะจัดให้มีการเลือกตั้งในราวกลางปี 2560 ที่จะถึงนี้
 
 
                      ระยะเวลาในการทำงานของคสช.และรัฐบาลปีครึ่งที่เหลือนี้ ไม่ใช่เรื่องง่ายภายใต้เงื่อนไขที่ไม่ปกติเช่นนี้ ไม่เพียงแค่อุปสรรคทั้งใต้น้ำ บนน้ำ เท่านั้น แต่ยังมีปัจจัยภายนอก ก่อตัวเป็นมรสุมถาโถมเข้าใส่ผู้กุมอำนาจรัฐทั้งความขัดแย้งในโลกตะวันตก จากเหตุก่อการร้ายในฝรั่งเศสที่กำลังลุกลาม หรือผลของการเมืองระหว่างประเทศกรณีสหรัฐกับจีนที่กำลังแข่งกันเป็นมหาอำนาจทางทหารและทางเศรษฐกิจของโลก ซึ่งจะกระทบกับไทยโดยตรงในจุดยืนที่ไม่ว่าจะอยู่ข้างไหน ขณะที่เศรษฐกิจในประเทศที่ตกต่ำต่อเนื่องมาอย่างน้อย 3 ปี ยังต้องรอความหวังจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ส่วนผลจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศนั้น จะมีมากน้อยแค่ไหน การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศจะเร่งทำได้เร็วเพื่อช่วยฟื้นประเทศได้ขนาดไหนกับข้าราชการที่ใส่เกียร์ว่างในตอนนี้ ยังเป็นเรื่องที่น่าวิตกอยู่
 
 
                      หากแต่การเมืองในปีหน้ายังคงมีเรื่องร้อนๆ ที่อาจกลายเป็นระเบิดเวลาให้เกิดการท้าทายอำนาจรัฐจากกลุ่มเห็นต่างเรื่องของการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งครั้งนี้จะต่างจากที่ผ่านมาโดยจะส่งตรงไปยังประชาชนเพื่อทำประชามติในทันที ไม่ต้องผ่านความเห็นชอบจากองค์กรใดมาทำหน้าที่ด่านหน้าสกัดกั้นเหมือนที่สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) ได้เคยคว่ำร่างมาแล้ว ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงกลางๆปี 2559 นั่นเท่ากับว่าจะเป็นการเปิดช่องให้การเมือง(แอบ)ขับเคลื่อนได้ในรูปของกระบวนการเคลื่อนไหวเพื่อรณรงค์รับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับกรธ.ขึ้นอย่างแน่นอน ซึ่งปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในระหว่างนั้นสะท้อนถึงตัวชี้วัดความนิยมชมชอบ หรือปฏิเสธอำนาจของคสช.และรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ โดยมีแรงกระเพื่อมให้เห็นมาก่อนหน้านี้แล้ว
 
 
                      ที่น่าจับตาและเป็นไฮไลท์ทางการเมืองอีกเรื่องคงหนีไม่พ้นคดีจำนำข้าวของอดีตนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จะเริ่มเข้มข้นตั้งแต่ต้นปีด้วยการสืบพยานไล่ไปเรื่อยๆ จนถึงการตัดสินคดีราวช่วงปลายปีหรือไม่ก็ต้นปี 2560 แน่นอนขบวนการเคลื่อนไหวต่างๆ ในปีที่ผ่านมาจะยิ่งออกมามากขึ้น โดยเฉพาะนโยบายโลกล้อมประเทศ เราจะเห็นการเคลื่อนไหวของต่างประเทศที่เข้ามาแทรกแซงไทยตั้งแต่ระดับรัฐ ระดับทูต ระดับเอ็นจีโอ ระดับสื่อมวลชน ต่างๆ เหล่านี้จะเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาทางการเมืองได้เป็นอย่างดี จะเห็นได้ว่าปัญหาในปีนี้ของรัฐบาลค่อนข้างใหญ่ระดับมาสเตอร์พีซ ที่ พล.อ.ประยุทธ์และคณะต้องเอาให้อยู่เพื่อให้ทุกฝ่ายอยู่ร่วมกันอย่างสันติ