คอลัมนิสต์

เข้าสู่ศักราชใหม่ด้วยสติมั่นคง

เข้าสู่ศักราชใหม่ด้วยสติมั่นคง

31 ธ.ค. 2558

เข้าสู่ศักราชใหม่ด้วยสติมั่นคง : บทบรรณาธิการ วันพฤหัสบดีที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2558

 
                     ช่วงเข้าสู่เทศกาลรับปีใหม่ 2559 เป็นช่วงเวลาแห่งความสุข การเยี่ยมเยือนมิตรสหายและเพื่อนร่วมงาน รวมทั้งการอยู่กับครอบครัวและญาติผู้ใหญ่ เป็นเทศกาลแห่งความอบอุ่นและอบอวลไปด้วยมิตรไมตรีจิต ไปที่ไหนเต็มไปด้วยรอยยิ้มแย้มแจ่มใส และควรจะเป็นห้วงเวลาที่ได้ทบทวนเรื่องราวในรอบปีที่ผ่านมาว่าได้ดำเนินงานและกระทำสิ่งใดที่สร้างคุณประโยชน์ต่อส่วนรวมและประเทศ และมีสิ่งใดที่ควรต้องปรับปรุงแก้ไข โดยนำเอาบทเรียนในปีที่ผ่านมาเป็นข้อสังวรเพื่อยกระดับความประพฤติและจิตใจขึ้นไปอีก โดยยึดเอาแนวทางที่หลายฝ่ายมักกล่าวถึงการเดินหน้าปฏิรูปประเทศที่ระบุว่าการจะให้ประสบความสำเร็จได้ควรจะเริ่มจากการปฏิรูปตัวเองก่อนเป็นอันดับแรก เพื่อให้การทำงานในศักราชใหม่ดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา
 
                     ปี 2559 มองในภาพรวมของประเทศ เป็นปีที่ยังต้องเดินหน้าเพื่อเปลี่ยนแปลงในหลายด้านตามเป้าหมายของการปฏิรูปประเทศ จากปัญหาที่สะสมมานาน และคงไม่สามารถเกิดผลได้หากไม่ได้รับความร่วมมือร่วมแรงจากทุกภาคส่วนในสังคม ขณะเดียวกันปัญหาความแตกแยกก็เป็นอีกเรื่องที่จำเป็นต้องหาจุดร่วมเพื่อสานให้เกิดความปรองดอง เพราะแม้ความคิดเห็นจะต่างกันแต่ต้องสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ อันนี้น่าจะเป็นจุดยึดถือของทุกฝ่ายเพื่อให้บ้านเมืองสามารถกลับมาสู่ความสงบเรียบร้อย ส่วนในเรื่องคดีความที่เกิดขึ้นจากความรุนแรงทางการเมืองก็ต้องผ่านกระบวนการยุติธรรมและทุกฝ่ายต้องยอมรับในการตัดสิน เพื่อเดินหน้าสู่การเยียวยาและนิรโทษกรรมเพื่อสร้างความสมานฉันท์ของคนในชาติ
 
                     นอกจากนี้ เศรษฐกิจจะเป็นอีกปัจจัยสำคัญหนึ่งในปี 2559 เมื่อดูแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่มีทิศทางกระเตื้องขึ้น แต่ก็ถูกผนวกด้วยปัจจัยภายในประเทศหลายประการ อาทิ เรื่องน้ำที่มีน้อย ปัญหาค่าครองชีพ การส่งออก เมื่อผนวกกับปัญหากฎระเบียบว่าด้วยการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ไม่รายงาน และไร้การควบคุม หรือไอยูยู ที่สหภาพยุโรปหรืออียูให้ใบเหลืองไทย องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือไอเคโอ ติดธงแดงความปลอดภัยการบินของไทย หรือกรมการบินพลเรือนสหรัฐอเมริกา หรือเอฟเอเอ ลดระดับการบินของไทยไปอยู่บัญชี 2 รวมถึงสหรัฐจัดลำดับสถานการณ์การค้ามนุษย์ของไทยอยู่ในเทียร์ 3 สิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวกดดันให้ไทยจำเป็นต้องรับมือและดำเนินงานอย่างรอบคอบ
 
                     คำสอนของท่านพุทธทาสภิกขุ ที่มองเห็นปัญหาการดำเนินชีวิตของคนว่ามีปัญหา (ทุกข์) อยู่ 2 ประการ คือปัญหาทางวัตถุที่สามารถใช้ความรู้ที่ศึกษามาแก้ปัญหา และปัญหาทางจิตใจ โดยได้แนะแนวทางการดำเนินชีวิต ได้แก่ ระดับที่ 1 ทิฏฐธัมมิกัตถะ ประโยชน์ซึ่งเกิดจากการแนะแนวให้มีการศึกษาที่ถูกต้องอันจะนำไปสู่ความประพฤติที่ดีมีคุณธรรม ระดับที่ 2 สัมปรายิกัตถะ ประโยชน์ซึ่งเกิดจากการแนะแนวให้เกิดฝึกฝนพัฒนา มีศรัทธา มีศีล มีการเสียสละและมีปัญญาถึงพร้อม และระดับที่ 3 ปรมัตถะ ประโยชน์ซึ่งเกิดจากการแนะแนวเพื่อฝึกฝนขั้นของปัญญาสูงสุด เป็นอิสระจากกิเลสทั้งปวง ดังนั้นการเข้าสู่ศักราชใหม่เราทุกคนควรนำคำสอนมาใช้ดำเนินชีวิตพร้อมตั้งสติให้มั่นคงเพื่อรับมือกับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น