
การหายไปของ ส.ค.ส.
28 ธ.ค. 2558
โดยวิธีของเราเอง : การหายไปของ ส.ค.ส. : โดย...ไพฑูรย์ ธัญญา
ใกล้ปีใหม่แล้ว ถ้าเป็นเมื่อสักสิบกว่าปีที่ผ่านมา บรรยากาศและกลิ่นอายของปีใหม่จะดูคึกคัก มีชีวิตชีวา ตามร้านค้า โดยเฉพาะร้านขายเครื่องเขียน จะเต็มไปด้วยบัตรอวยพรวันปีใหม่ ที่เราเรียกกันว่า ส.ค.ส. หลากหลายรูปแบบและสีสันแขวนและวางขายหน้าร้านเต็มไปหมด ผู้คนก็จะพากันไปเลือกซื้อ ส.ค.ส. เพื่อส่งความสุขให้แก่คนที่ รัก นับถือ ญาติสนิท มิตรสหาย หรือผู้คนในเครือข่ายการติดต่อ คบหาสมาคม บรรดาหน่วยงานราชการก็พากันพิมพ์บัตร ส.ค.ส. ส่งให้กันเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ
แต่แล้ววันหนึ่ง เมื่อการสื่อสารในโลกอินเทอร์เน็ตก้าวหน้า สื่อสังคมออนไลน์เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเรา ส.ค.ส.ก็ค่อยๆ หายไป จนถึงวันนี้แทบจะไม่เห็นมันอีกเลย ถ้าเอาเรื่องนี้มาพูดให้เด็กๆ ทุกวันนี้ฟัง ก็ดูจะกลายเป็นเรื่องแปลก เหมือนคนแก่มาเล่าความเก่าหลัง เด็กรุ่นใหม่คงไม่รู้ว่า ส.ค.ส. ย่อมาจากคำว่า “ส่งความสุข” สำหรับเทศกาลปีใหม่
ส.ค.ส. เคยเป็นอะไรที่มีนัยทางวัฒนธรรมในสังคมของเรามาช้านาน ผมลองค้นประวัติการส่งความสุขในวันปีใหม่จากอินเทอร์เน็ตดู เขาบอกว่า การส่ง ส.ค.ส. หรือบัตรอวยพรนั้น ประเทศไทยรับวัฒนธรรมมาจากต่างประเทศ ตั้งแต่ราวศตวรรษที่ 18 หรือตรงกับปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา บัตรอวยพรนี้ปรากฏในรูปแบบ “บัตรเยี่ยม” (Visiting Card) เป็นบัตรกระดาษขนาดเท่าไพ่ นิยมเขียนข้อความ หรือพิมพ์รูปภาพต่างๆ ลงไปเพื่อเยี่ยมเยียนกันในวันขึ้นปีใหม่ สำหรับประเทศไทยของเรานั้น เชื่อกันว่าบัตรอวยพรปีใหม่ที่เก่าแก่ที่สุด คือ บัตรอวยพรที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงประดิษฐ์ขึ้น เมื่อ 120 กว่าปีก่อน ต่อมาการส่งบัตรอวยพรปีใหม่ หรือ ส.ค.ส. ก็แพร่หลายและกลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติมาช้านาน จนเพิ่งเกือบจะสูญพันธุ์ไปในไม่กีปีมานี้เอง
ที่บอกว่า บัตร ส.ค.ส.มีนัยทางวัฒนธรรมนั้น ก็มองได้หลายอย่าง ส.ค.ส. เคยเป็นดัชนีชี้วัด บารมีและความกว้างขวางของผู้ที่ได้รับ ใครได้รับ ส.ค.ส.มากๆ นั่นแสดงว่ามีเพื่อนฝูงและคนนับถือมาก ตามหน่วยงานราชการ จะต้องจัดบอร์ดขึ้นไว้หนึ่งบอร์ด สำหรับติดบัตร ส.ค.ส. ที่ได้รับ ยิ่งมีมากก็แสดงให้เห็นว่าหน่วยงานนั้นไม่ธรรมดา สำหรับคนหนุ่มคนสาว ก็จะพากันเช็กเรตติ้งจากจำนวนบัตร ส.ค.ส.ที่ได้รับนี่แหละ ใครได้มากก็แสดงว่าเรตติ้งกระฉูด ส่วนคนที่ได้น้อยหรือไม่ได้เลยก็คือเรตติ้งไม่ดี ต้องตัดออกจากผังรายการ
ส.ค.ส.ได้สร้างรูปแบบมาตรฐานขึ้นมาอย่างหนึ่งจนแทบกลายเป็นเอกลักษณ์ของมันเลยทีเดียว นั่นคือภาพวาดทิวทัศน์ท้องทุ่งชนบท ที่มีรูปแบบเฉพาะ เป็นภาพท้องทุ่งชนบทอันสวยงามและสุขสงบ ประมาณว่าจะต้องมีกระท่อมน้อยอยู่ข้างกองฟาง ริมลำธารเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยกอบัว เบื้องหลังของกระท่อมจะเป็นทุ่งนาสุดลูกหูลูกตา มีภูเขาอยู่เป็นฉากหลัง ส.ค.ส.แบบนี้ได้สร้างภาพแทนของ “ท้องทุ่งชนบทและวิถีไทยที่เรียบง่าย สวย สงบ” ขึ้นมาเป็นภาพลักษณ์ตายตัว มันเป็นความสุขในความกึ่งจริงกึ่งฝัน บัตร ส.ค.ส.แบบนี้ถือว่า เป็นเจ้าพ่อของ ส.ค.ส.เลยก็ว่าได้
อันที่จริงภาพใน ส.ค.ส.มีความหลากหลาย ขึ้นอยู่กับการออกแบบของคนทำ ทั้งภาพถ่าย ภาพวาด ภาพลายเส้นและภาพแบบกราฟฟิก ช่วงปีใหม่จึงเป็นช่วงที่ผู้ผลิต ส.ค.ส.มีรายได้ ส่วนคนนำพาความสุขไปส่งให้ถึงบันไดบ้านก็ไม่พ้นพนักงานไปรษณีย์ เทศกาลปีใหม่ครั้งใด เรียกได้ว่าบัตร ส.ค.ส.ทำให้เงินสะพัดได้ไม่น้อย
วัฒนธรรมการส่ง ส.ค.ส.จึงเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ดีงามในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ สำหรับประชาชนไทยในหลายสิบปีที่ผ่านมา จะเฝ้ารออะไรบางอย่างที่จะมาพร้อมกับปีใหม่ นั่นคือ บัตร ส.ค.ส.พระราชทาน จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งพระองค์จะพระราชทานแก่พสกนิกรชาวไทยในวันสิิ้นปีของทุกปี พร้อมคำอำนวยพรอันเป็นสิริมงคล ส.ค.ส.นีี้ในหลวงทรงประดิษฐ์ด้วยพระหัตถ์พระองค์และพระราชทานเป็นประจำทุกปี มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2530 จนถึงปัจจุบัน เว้นก็ในปี 2548 ที่เกิดเหตุการณ์สึนามิเท่านั้น
โลกยุคดิจิทัลเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วจริงๆ เผลอแป๊บเดียว บัตรส่ง ส.ค.ส.ก็กลายเป็นวัตถุโบราณไปทันที ธรรมเนียมการส่ง ส.ค.ส.ที่อาศัยบริการทางไปรษณีย์เป็นหลัก ก็เคลื่อนย้ายไปอยู่ในสื่อสังคมออนไลน์กันหมด เกิดธรรมเนียมการส่งในรูปแบบใหม่ สะดวก รวดเร็ว ไม่ต้องซื้อหา แถมมีสำเร็จรูปให้เลือกใช้ตามความปรารถนา เชื่อได้ว่า การส่ง ส.ค.ส.ในรูปแบบนี้ ยังจะอยู่ต่อไปอีกสักพัก เว้นแต่ว่าจะมีช่องทางในการติดต่อสื่อสารทางสื่อสังคมออนไลน์แบบใหม่เกิดขึ้นมาแทนที่
มันจะอยู่ในรูปแบบโบราณหรือทันสมัย แต่การส่งความสุขในวันปีใหม่ก็ดีกว่าส่งความทุกข์ให้กันใช่มั้ยครับ
-------------------
(โดยวิธีของเราเอง : การหายไปของ ส.ค.ส. : โดย...ไพฑูรย์ ธัญญา)



