คอลัมนิสต์

ร่วมขับเคลื่อนไม่ให้'เสียของ'

ร่วมขับเคลื่อนไม่ให้'เสียของ'

24 ธ.ค. 2558

ร่วมขับเคลื่อนไม่ให้'เสียของ' : บทบรรณาธิการประจำวันที่24ธ.ค.2558

              พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้แถลงผลการดำเนินงานของรัฐบาลในรอบ 1 ปี ซึ่งรัฐบาลได้ดำเนินการปฏิรูประยะที่ 1 แล้ว และจะต้องดำเนินในช่วงเวลา 1 ปี 6 เดือนที่เหลือก่อนปี 2560 ในการวางพื้นฐานสิ่งที่ไม่ได้ดำเนินการให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดการปฏิรูปอย่างแท้จริงตามแผนยุทธศาสตร์ในเวลา 20 ปี ซึ่งต้องดำเนินการปฏิรูป 6 กลุ่มงาน ทั้งด้านความมั่นคง ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม ด้านการต่างประเทศ ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน และด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม โดยนายกฯ กล่าวย้ำด้วยว่าจะสำเร็จหรือไม่ ปัจจัยสำคัญอยู่ที่ความร่วมมือของทุกฝ่ายในลักษณะ “ประชารัฐ” ขณะเดียวกันเดินหน้าตามโรดแม็พที่ คสช.วางไว้จนสู่เป้าหมาย

              ตลอดเวลาที่ผ่านมา การบริหารของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ได้เน้นในเรื่องการปราบปรามทุจริตคอร์รัปชั่น พร้อมทั้งแก้ปัญหาด้านสังคมหลายประการที่หมักหมมกันมานาน อาทิ การจัดระเบียบเด็กแว้น วินจักรยานยนต์รับจ้าง วินรถตู้โดยสาร หรือการจัดระเบียบชายหาดสาธารณะที่เปิดพื้นที่ให้ประชาชนสามารถเข้าไปใช้พักผ่อนได้ หลังจากกลายเป็นพื้นที่จับจองของกลุ่มต่างๆ ที่มีอิทธิพลหนุนหลังอยู่หลายสิบปี และปัญหาที่ได้รับแรงเชียร์อย่างมากคือการเรียกคืนผืนป่าจากกลุ่มนายทุนและนักการเมืองที่เข้าไปครอบครองอย่างผิดกฎหมาย ดังนั้นหลายเรื่องถือเป็นดาวเด่นที่รัฐบาลแก้ปัญหาเรียกว่าโดนใจคนไทยอย่างมาก แต่อีกหลายเรื่องก็ยังไม่สามารถขับเคลื่อนจนแก้ปัญหาได้คืบหน้าอย่างที่ควรจะเป็น

              ผลสำรวจของสวนดุสิตโพลจากความคิดเห็นของประชาชนกรณีบริหารประเทศครบ 2 ปี ได้สะท้อนจุดเด่นของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ในการทำงาน โดยผลงานรัฐบาลที่ถูกใจประชาชน อันดับ 1 จัดระเบียบสังคม ปราบปรามยาเสพติด ผู้มีอิทธิพล รองลงไปคือการจัดการความขัดแย้งการแก้ไขความเดือดร้อนเรื่องรายได้ และขจัดการทุจริตคอร์รัปชั่น ตรวจสอบการใช้งบประมาณในส่วนภาครัฐ ส่วนผลงานที่ไม่ถูกใจประชาชน อันดับ 1 การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ สินค้าแพง ค่าครองชีพสูง รองลงมาคือความไม่ปลอดภัย ปัญหาอาชญากรรม การใช้งบประมาณจำนวนมากในโครงการต่างๆ มีช่องทางให้ทุจริต และการสร้างความสามัคคีปรองดองในสังคม ที่ยังมีการทะเลาะเบาะแว้งสร้างความขัดแย้งให้เห็นอยู่เสมอ

              ขณะเดียวกัน ในส่วนปมกังวลที่ว่าทหารจะสืบทอดอำนาจ จากการโยนหินถามทางด้วยข้อเสนอของนักการเมืองที่ให้จัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ โดยให้ พล.อ.ประยุทธ์ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ก็ชัดเจนแล้วว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่รับข้อเสนอดังกล่าว “ผมไม่เป็นนายกฯ ให้นักการเมืองคนไหน ยืนยันไม่มีการสืบทอดอำนาจ ไม่ต้องกังวลกับรัฐบาลนี้ ให้ไปพิจารณาถึงรัฐบาลที่จะต้องเลือกตั้งเข้ามา ผมกลับไปเลี้ยงหลานดีกว่า” ดังนั้นมีความชัดเจนจากหัวหน้าคสช.ถึงการเดินหน้าโรดแม็พ การปฏิรูปประเทศ จนไปถึงการเลือกตั้งในปี 2560 คืนสู่ประชาธิปไตย จึงหวังว่าในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใด โดยเฉพาะฝ่ายการเมืองควรร่วมมือปฏิรูปประเทศให้เห็นผลและเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นไม่ให้ “เสียของ”