คอลัมนิสต์

วิถีคนหาปลา:กระดานความคิด

วิถีคนหาปลา:กระดานความคิด

24 ธ.ค. 2558

วิถีคนหาปลา : กระดานความคิด โดยคนที วิถีไทย

              ใครที่นึกภาพไม่ออก หรือไม่สามารถจินตนาการตามได้ว่า อาชีพประมงพื้นบ้านที่สังคมกล่าวถึงกันอยู่เมื่อหลายเดือนก่อน จนถึงขณะนี้ก็ยังพูดกันไม่ขาดปาก เป็นอย่างไร

              ถ้าหากได้ย้อนกลับไปดูคลิปวิดีโอ ฮีโร่กระบี่ "ชัช อุบลจินดา” ที่จอดเรือหางยาวลงไปช่วยสองนักท่องเที่ยวชาวนอร์เวย์ ก่อนที่จะโดนโคลนดูด ช่วยตัวเองไม่ได้ ต้องจมน้ำตายที่บริเวณปากน้ำกระบี่ เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม ที่ผ่านมา ก็น่าจะได้ความกระจ่างระดับหนึ่ง

              เรือหางยาวท้องแบน แบบที่ฮีโร่ชัชใช้ออกหาปลาตามชายฝั่งเป็นกิจวัตร หรืออาชีพเสริมหลังงานหลัก และหนักสาหัสอย่างรับจ้างตอกเสาเข็มนั้น ภาคกลางเรียกว่า เรือสองตอน เพราะมีที่นั่งเพียงสองตอน หรือสองกระทง ตอนหนึ่งสำหรับคนขับ อีกตอนหนึ่งสำหรับคนโดยสาร ซึ่งบรรทุกได้อย่างเก่งก็ไม่น่าจะเกินสองคน ส่วนเครื่องยนต์นั้น เมื่อหลายสิบปีก่อนนิยมใช้กันทั่วไปคือ โรแท็กซ์ กับเจโล่ ที่นำเข้าจากประเทศออสเตรียเลยทีเดียว ส่วนเครื่องเรือหางยาว สำหรับประมงชายฝั่งที่เรือลำใหญ่ขึ้นก็จะอยู่ในตระกูล บริกส์ แอนด์ สตราตัน สัญชาติอเมริกัน แต่ในยุคสมัยประมงชายฝั่งอย่างชัช อุบลจินดา น่าจะเป็นฮอนด้า ตามสมัยนิยม

              ลองจินตนาการกันต่อไปว่า เรือสองตอนท้ายตัดแบบที่ชัชใช้ออกหาปลาในวิถีประจำวันของเขานั้น มันช่วยขยายคำจำกัดความของอาชีพประมงชายฝั่งอย่างไร

              สมาคมประมงพื้นบ้านเคยให้ข้อมูลเอาไว้ว่า ลูกทะเลเหล่านี้ คือกลุ่มคนยากจน อาศัยเครื่องมือหาปลาแบบประทังชีวิตตัวเองและครอบครัวได้เท่านั้น โดยนัยสำคัญก็คือ ไม่มีปัญญาจะทำลายล้างพันธ์ุปลาได้แม้แต่น้อย

              ดูสภาพบ้านเรือน ชีวิตความเป็นอยู่ และครอบครัวของชัช ญาติๆ และเพื่อนบ้านแล้ว ชี้ชัดว่า พวกเขาเหล่านี้คือประมงพื้นบ้านอย่างไม่ต้องสงสัย

              ส่วนเครื่องมือที่ใช้สำหรับหาปลาของประมงพื้นบ้าน องค์กรความร่วมมือเพื่อการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติอันดามันบันทึกไว้ว่า “ชาวประมงพื้นบ้านหรือชาวประมงขนาดเล็ก เป็นชุมชนที่อาศัยอยู่ตามริมชายฝั่งทะเลหรือตามริมคลอง แม่น้ำต่างๆ มีทั้งที่ใช้เรือและไม่ใช้เรือเป็นพาหนะ หากินอยู่ตามแนวชายฝั่งทะเล หากใช้เรือก็จะเป็นเรือหางยาว หรือเรือกอและ เรือท้ายตัด ตั้งแต่ไม่มีเครื่องยนต์จนถึงมีเครื่องยนต์ขนาด 1-7 แรงม้า และใช้เครื่องมือประมงแบบพื้นบ้านที่มีลักษณะเรียบง่าย สามารถเลือกจับสัตว์น้ำได้เฉพาะชนิด เช่น อวนลอยปลา อวนลอยกุ้ง อวนจมปู แห เบ็ด ลอบ ไซ เป็นต้น”

              เช่นนี้แล้ว ประมงพื้นบ้านย่อมไม่มีกำลังจะไปสู้รบปรบมือกับใคร อย่าว่าแต่อำนาจรัฐ หรือประมงพาณิชย์ที่หาปลาแบบทำลายล้าง เพราะมุ่งเน้นการค้ากำไรเลย เอาแต่ประมงชายฝั่ง อย่างเช่น เรืออวนลาก อวนรุนทั้งหลายยังยากจะต่อกร

              เมื่อครั้งที่รัฐบาลหันมาเอาจริงเอาจังกับการทำประมงผิดกฎหมาย และไร้การควบคุม หลายฝ่ายโดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องคลุกคลีอยู่กับวิถีของประมงพื้นบ้านเชื่อมั่นว่า มาตรการนี้จะเป็นผลดีต่อการฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลที่ร่อยหรอลงทุกวัน เพราะการทำอุตสาหกรรมประมง ชาวประมงเรือเล็กจะจับปลาได้ตัวโตๆ ขนาดต้องอุ้มต้องหามกันเลยทีเดียว คิดเล่นๆ ในวันนี้ว่า สองกราบเรือสองตอนของชาวประมงพอเพียง ตามวิถีทางเช่นเดียวกับ ชัช อุบลจินดา อาจปริ่มน้ำเพราะน้ำหนักปลาที่อาจจะมากกว่าสองผู้โดยสารที่จะอาศัยมาในลำเรือ

              หากแต่ในยามปกติ ลำพังเบ็ด แห ลอบ และไซ เป็นแต่เพียงเครื่องมือประทังชีวิตไปวันๆ จะเหลือขายบ้างก็คงมีเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่นั่นมันก็ทำให้พวกเขาและครอบครัวดำรงอยู่ได้อย่างเป็นสุข ในบรรยากาศที่เงียบสงบ พอเพียง และไม่ทำร้ายสภาพแวดล้อมแม้แต่น้อย

              วิวาทะว่าด้วยการทำประมงเที่ยวนี้ คงยังไม่จบลงง่ายๆ ตราบเท่าที่ทรัพยากรสัตว์น้ำยังเป็นที่หมายปองและเป็นของล้ำค่าของคนหาปลาทุกประเภท ตั้งแต่เรือเล็กท้องแบน ขึ้นไปจนถึงเรือกอและ และเรือใหญ่ความยาวหลายสิบวา

              เป็นที่รู้กันว่า ราคากุ้งหอยปูปลาที่มาจากประมงพื้นบ้านนั้นค่อนข้างแพง และยิ่งพ่วงเครื่องหมายรับประกันคุณภาพและความปลอดภัยแห่งยุคสมัยเข้าไปว่า "ออร์แกนิก” ด้วยแล้ว ราคาก็จะยิ่งทะยานขึ้นอีกนับเท่าตัว

              สุดท้าย การหาปลาแบบประมงพื้นบ้านก็อาจจะตกเป็นจำเลย เพราะอาณาบริเวณของทะเลนั้น ไม่มีใครเป็นเจ้าของ มือใครยาวสาวได้สาวเอา ถ้ารัฐควบคุมไม่ได้หรือไม่ดีพอ บาปเคราะห์ก็จะตกอยู่กับคนตัวเล็กๆ