คอลัมนิสต์

เตือน..!! มหันตภัยบนถนน..ง่วงแล้วขับตายได้ใน4วินาที

เตือน..!! มหันตภัยบนถนน..ง่วงแล้วขับตายได้ใน4วินาที

23 ธ.ค. 2558

เตือน..!! มหันตภัยบนถนน..ง่วงแล้วขับตายได้ใน4วินาที : สายตรวจระวังภัยปฏิญญา เอี่ยมตาล

           ใกล้ถึงช่วงเทศกาลปีใหม่หยุดยาวต่อเนื่องหลายวัน ซึ่งเป็นช่วงที่ประชาชนส่วนใหญ่พาครอบครัวเดินทางไปท่องเที่ยวสัมผัสอากาศหนาวเย็นในพื้นที่ต่างๆ ขณะที่อีกหลายคนเลือกเดินทางกลับภูมิลำเนาไปกราบไหว้ขอพรพ่อแม่ ญาติผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ และไหว้พระเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต ท่ามกลางบรรยากาศที่รื่นเริงสนุกสนาน ฉะนั้นการเดินทางโดยเฉพาะการขับขี่ปลอดภัยบนท้องถนนเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ขับขี่ต้องคำนึงถึง โดยก่อนออกรถเดินทางไกลทุกครั้งต้องเตรียมร่างกายให้พร้อม และตรวจสภาพรถอย่างรอบคอบ สำคัญยิ่งคือระบบเบรกและเครื่องยนต์ เพื่อให้การเดินทางไปถึงที่หมายด้วยความราบรื่นปลอดภัย

           สำหรับ "ผู้ขับขี่" ที่ขับรถระยะทางไกล สิ่งหนึ่งที่ต้องระวังคือ “ความง่วง” หากรู้ตัวว่าง่วง หรือมีอาการหาวบ่อยๆ อย่าได้ฝืนขับต่อ ให้หยุดพักรถข้างทางหรือในปั๊มน้ำมันทันที ลงไปล้างหน้าตาให้รู้สึกผ่อนคลาย หรืออาจจอดนอนหลับให้หายง่วงแล้วค่อยขับไปต่อ หรือไม่ก็ให้คนอื่นที่ไม่ง่วงขับแทน เพราะการง่วงแล้วขับหลับในเป็น "มหันตภัยบนถนน" นำพาไปสู่การเกิดอุบัติเหตุรุนแรงได้ภายใน 4 วินาที

           เกี่ยวกับเรื่องนี้ นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ ประธานทุนง่วงอย่าขับในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ มูลนิธิรามาธิบดี อธิบายว่า การง่วงขับหลับในเป็นปัจจัยเสี่ยงทำให้เกิดการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรุนแรงทางถนนในไทยรอบ 10 ปีที่ผ่านมา รวมถึงประเทศที่เจริญแล้วทั่วโลกอย่างน้อยร้อยละ 20 เพราะการหลับในคือ “การหลับๆ ตื่นๆ” ไม่เกิน 10 วินาที ทำให้สมองไม่รับรู้ หูไม่ได้ยิน ตาไม่เห็น มือเท้าไม่ขยับ คลื่นสมองเปลี่ยนจากตื่นเป็นหลับ

           “ถ้าหลับไปเพียง 4 วินาที และรถวิ่ง 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รถจะวิ่งไปอีก 100 เมตร โดยที่คนขับไม่รู้ตัวและถ้าชนด้วยความเร็ว 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แรงกระแทกจะเท่ากับตกตึกสูง 10 ชั้น โอกาสตาย 100% และถ้าขับด้วยความเร็ว 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แรงปะทะเท่ากับตกตึกสูง 4 ชั้น โอกาสตายก็ยังสูงมากอยู่ดี” นพ.มนูญ ระบุ และอธิบายต่อว่า การง่วงขณะขับรถหลับเกิดขึ้นได้ 4 สาเหตุ คือ 1.การนอนพักผ่อนไม่พอ ตรงนี้เป็นสาเหตุสำคัญที่สุด 2.กินยาทำให้ง่วง 3.การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และ 4.มีโรคประจำตัว เช่น โรคนอนกรนหยุดหายใจขณะหลับ โดยจากรายงานพบว่า อุบัติเหตุบนท้องถนนที่ทำให้ถึงตายในประเทศไทยเกิดจากอาการง่วงแล้วขับเกิดหลับใน ประมาณร้อยละ 30

           นพ.มนูญ ได้แนะนำข้อปฏิบัติกับประชาชนที่ต้องขับรถทางไกลในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ ทั้งขาไปและกลับ ว่า "ง่วงอย่าขับ" ให้คอยถามตัวเองเสมอเป็นระยะว่า “ง่วงหรือยัง” ถ้าเริ่มง่วงแล้วให้เปิดเพลงเสียงดัง หรือร้องเพลง หรือพูดคุยกับผู้ร่วมทาง หยุดพักดื่มกาแฟ หาของขบเคี้ยวระหว่างทาง ซึ่งความจริงแล้วอาการหลับในไม่ได้เกิดขึ้นทันที โดยจะมีสัญญาณเตือนก่อน แต่คนส่วนใหญ่มักจะมองข้าม คิดว่าอีกไม่กี่กิโลเมตรก็จะถึงที่หมายหรือใกล้จะได้จอดพักแล้ว

           สำหรับผู้ขับขี่ที่เดินทางไกลในช่วงเทศกาลปีใหม่ ขอให้ขับขี่ด้วยความระมัดระวัง ไปถึงที่หมายด้วยความปลอดภัย นอกจากจะเคารพกฎหมายจราจร ขับขี่ไม่ประมาท ไม่ขับรถเร็วแล้ว ให้สังเกตสัญญาณเตือนอาการหลับในที่อาจจะเกิดขึ้นเสมอ คือ หาวนอนไม่หยุด ลืมตาไม่ขึ้น บังคับรถให้อยู่ในช่องทางตรงลำบาก จิตใจล่องลอยไม่มีสมาธิ และจำไม่ได้ว่า ที่สุดท้ายเพิ่งขับผ่านจุดไหนมา เมื่อใดที่พบสัญญาณเตือนเหล่านี้ คนขับต้องรีบจอดรถในที่ปลอดภัยทันที ดื่มกาแฟก่อนแล้วงีบหลับสัก 10-15 นาที เมื่อตื่นดีแล้วค่อยขับต่อ

           อย่างไรก็ดีหากทุกคนมีความรู้เรื่อง ง่วงไม่ขับ และปฏิบัติตามเคร่งครัดโอกาสการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน ง่วงขับหลับใน ก็จะลดลงทันที...ถึงเวลาแล้วที่สังคมไทยต้องรู้วิธีป้องกัน “ความง่วง” ก่อนขับรถใกล้หรือไกล ถ้าไม่อยากประสบมหันตภัยบนท้องถนนก็อย่าฝืนตัวเอง สำหรับการเดินทางช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ ทุกคนจะมีชีวิตสั้นหรือยาว อยู่ที่เรากำหนดเองแล้ว...